การเลี้ยงปลาแรดในกระชัง แบบฉบับคนอุทัยธานี
คุณวันเพ็ญ นาทอง อดีตนายกองค์การบริหารราชการส่วนตำบล เคยทำไร่นาสวนผสมตามแนวเกษตรทฤษฎีใหม่ของในหลวง ร.๙ ถึงแม้จะได้ผลดี มีรายได้เข้ามาทุกวัน แต่ปัญหาน้ำท่วมก็เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เลย เพราะอยู่ริมน้ำสะแกกรัง จึงปรึกษาผู้เฒ่าผู้แก่ว่าแต่เดิมทำมาหากินอะไร เมื่อทราบว่าเลี้ยงปลาแรดด้วยกระชังมาก่อน จึงทำบ้าง และเป็นอาชีพที่สร้างชีวิตให้ได้ถึงปัจจุบัน
การเพาะขยายพันธุ์ปลาของคุณวันเพ็ญ ได้รับคำแนะนำจากศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดอุทัยธานี เข้ามาสอนเรื่องการเพาะพันธุ์ปลาแรด เพื่อลดต้นทุนในการซื้อพันธุ์ปลา ซึ่งสมาชิกทุกคนเรียนรู้และนำมาปรับใช้ได้เป็นอย่างดี
เมื่อลูกปลาแรดมีขนาด ประมาณ 5-10 ซ.ม. จะนำลงเลี้ยงในกระชังในแม่น้ำ ขนาดกระชัง 5?6 เมตร (30 ตารางเมตร) ลึก 2 ? เมตร จะมีอัตราปล่อยลูกปลาแรดลงเลี้ยง จำนวน 1,000 ตัว โดยจะเลี้ยงด้วยอาหารวันละ 2 มื้อ คือมื้อเช้า จะเป็นพืชผักผลไม้สุกต่างๆ เช่น ผักบุ้ง ผักตบชวา รวมทั้งมะละกอสุก กล้วยสุก ฯลฯ และมื้อเย็นจะเสริมด้วยอาหารเม็ดสำเร็จรูปลอยน้ำ โปรตีนไม่ต่ำกว่า 25 % และอาหารที่คิดทำขึ้นเองส่วนหนึ่ง ช่วงที่ปลายังตัวเล็กจะเป็นอาหารเบอร์ 1 พอตัวโตขึ้นหน่อยก็จะเป็นอาหารเบอร์ 2 (ใช้เบอร์ 2 จนจับขายได้) เลี้ยงประมาณ 1 ? ปี ปลาจะมีขนาดน้ำหนัก 1 กิโลกรัม ก็เริ่มจับขายได้
"ปลาแรดที่เลี้ยง 1,000 ตัว/1 กระชัง อัตรารอดเกือบ 90 % (ตายไป 100 กว่าตัว) ราคา ณ ปัจจุบัน ถ้าขายปลีกก็ตกเฉลี่ยกิโลละ 100-120 บาท แต่ถ้าขายส่งให้กับพ่อค้าแม่ค้าราคาเฉลี่ย 80-90 บาท/ กิโลกรัม ซึ่งต้นทุนจะหนักที่ค่าอาหาร ตกต้นทุนประมาณ 70 บาท/กิโลกรัม?โดยรุ่นหนึ่งๆจะขายปลาแรดได้ประมาณ 750 กิโลกรัมต่อกระชัง (75,000 บาท) ก็ยังถือว่าคุ้ม เพราะเราเลี้ยงกันคนละหลายกระชังค่ะ" ผู้ใหญ่วันเพ็ญกล่าว
ที่ผ่านมาในอดีตเคยประสบปัญหาเรื่องการตลาดอยู่บ้าง แต่ระยะหลังๆ ด้วยความเข้มแข็งของกลุ่มทำให้สามารถจัดการได้ โดยปลาสดจะมีพ่อค้าแม่ค้ามารับซื้อถึงกระชังเลี้ยง จะสั่งเข้ามาว่าต้องการครั้งละกี่กิโลกรัม ซึ่งจะต้องมีปลาหมุนเวียนขายได้ทุกวัน