โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"เพลงการเมือง" จากยุค 90 | คนมองหนัง

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 10 ส.ค. 2563 เวลา 11.47 น. • เผยแพร่ 10 ส.ค. 2563 เวลา 11.47 น.

“อยากบอกคุณสักนิดสักหน่อย เรื่องนายพลน้อยเที่ยวเดินทางไกล ค้นคว้าสิ่งใหม่นานา เจอะกับคนปะปนคลุกคลี ทำให้มีความรู้แกมเศร้า ว่าพวกเขาล้วนแสนยากจน…”

(เพลง “นายพลน้อย” ประกอบรายการ “สโมสรผึ้งน้อย” คำร้องโดย “ประชา พงศ์สุพัฒน์”)

ท่ามกลางความตื่นเต้นกับการเคลื่อนไหวของเหล่า “แฮมทาโร่” ตลอดจนการประยุกต์ใช้บทเพลง/กิจกรรมสันทนาการอื่นๆ ของบรรดาคนรุ่นใหม่ในยุคปัจจุบัน ซึ่งกำลังตื่นตัวทางการเมืองถึงขีดสุด

สื่อมวลชนและนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่มักมองหรือประเมิน “การเมืองวัฒนธรรม” เหล่านี้ในสองแง่มุม

แง่มุมแรกคือ การมองความเคลื่อนไหวข้างต้นเป็นพัฒนาการอีกลำดับขั้นหนึ่ง นับจาก “การเมืองวัฒนธรรม” ในรุ่นคนเดือนตุลามาจนถึงยุคความขัดแย้งระหว่างเสื้อสี

แง่มุมต่อมาคือ การมองว่า “การเมืองวัฒนธรรม” ของเยาวชนรุ่นนี้ เป็นขบวนการที่ปริแยกตัดขาดออกจากวิธีการต่อสู้ของนักเคลื่อนไหวยุคก่อนๆ จนไม่สามารถอธิบายด้วยกรอบคิดเดิมๆ ได้อีกต่อไป

อย่างไรก็ดี ไม่ว่าจะมองในมุมไหน ก็ดูเหมือนว่า “แฮมทาโร่” และกิจกรรมการประท้วงร่วมสมัยอื่นๆ จะยังคงมีสถานะเป็นคู่สนทนากับการเมืองเดือนตุลา การเมืองเดือนพฤษภาคม 2535 และเหตุการณ์ความขัดแย้งปี 2552-2553-2554 อยู่ไม่เสื่อมคลาย

คำถามของผมก็คือ “แฮมทาโร่” และกิจกรรมสันทนาการแบบ “เด็กเกียมอุดม” เป็นต้น ยังสามารถย้อนกลับไปสนทนากับ “ผลงานทางวัฒนธรรม” หรือยุคสมัยอื่นใดได้อีกบ้าง?

น่าสนใจว่า “ประดิษฐกรรมทางวัฒนธรรม” จำนวนไม่น้อย ที่คนรุ่นใหม่ตอนนี้หยิบยืมเอามาใช้ห่อหุ้มกระบวนการเคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองนั้น มิได้เป็นนวัตกรรมหรือของใหม่มากๆ อย่างที่หลายคนคาดคิดหรือรู้สึก

ตรงกันข้าม “แฮมทาโร่” คือเพลงพากย์ไทยประกอบภาพยนตร์การ์ตูนญี่ปุ่นที่เดินทางเข้ามาถึงเมืองไทยตั้งแต่กลางทศวรรษ 2540 ส่วน “ยินดีไม่มีปัญหา” ที่ถูกนักเรียนเตรียมอุดมฯ รุ่นหลังนำมาแปลงเนื้ออย่างเมามัน ก็เป็นเพลงจากปี 2532 โน่นเลย

ทั้งสองเพลงถือเป็น “ผลงานทางวัฒนธรรม” ระหว่างปลายทศวรรษ 1980 ถึงต้นทศวรรษ 2000 ซึ่งอาจถูกผนวกรวมเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ “วัฒนธรรมเพลงยุค 90” ได้โดยไม่ตะขิดตะขวงใจ

เป็น “เพลงยุค 90” ที่คนจำนวนหนึ่งโหยหาในฐานะภาพฝันอันฟุ้งลอย และเหมือนจะไม่มีอะไรเชื่อมโยงกับสังคมการเมืองไทยมากนัก

หากถามว่า “(วงการ) เพลงยุค 90” นั้นแปลกแยกกับการเมืองไทยในช่วงสองทศวรรษหลังหรือไม่?

คำตอบชัดเจนก็คือ “ไม่”

เพราะสมัยม็อบพันธมิตรฯ ก็เคยมีคนขึ้นไปร้องเพลง “นางแมว” ของ “หิน เหล็ก ไฟ” บนเวทีเสื้อเหลือง

นอกจากนี้ ครั้งหนึ่ง “อัญชะลี ไพรีรัก” ยังเคยเขียนเล่าเป็นนัยผ่านคอลัมน์ในหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์เมื่อหลายปีก่อนว่า ผู้ประพันธ์เพลง “ไอ้หน้าเหลี่ยม” นั้นคือคนดนตรีฝีมือดีภายใต้นามแฝง “ลูกชายกัปตันเอมส์”

สำหรับคนยุค 90 ผู้คุ้นชินกับการพลิกอ่านเครดิตชื่อนักแต่งเพลงบนปกเทป ย่อมพอจะเดาออกได้ไม่ยากว่าเจ้าของนามแฝงดังกล่าวคือใคร

มาถึงยุค กปปส. กิจกรรมอาร์ตเลนนั้นก็เกิดขึ้นได้ด้วยบทเพลงจากศิลปินยุค 90 จำนวนหนึ่ง

แม้กระทั่ง “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรี และอดีตหัวหน้า คสช. ก็ยังโปรดปรานเพลง “ศรัทธา” และ “คนดีไม่มีวันตาย” ซึ่งเป็น “ประดิษฐกรรมทางวัฒนธรรม” ในยุค 2000 และ 2010 จากฝีมือคนดนตรียุค 90

เอาเข้าจริง ดูจะมีเพียงกลุ่ม นปช. หรือเสื้อแดง ที่ส่วนใหญ่เป็นชาวบ้านต่างจังหวัดจากภาคอีสานและเหนือเท่านั้น ซึ่งไม่ได้เชื่อมร้อยอัตลักษณ์ของพวกตนเข้ากับ “เพลงป๊อป/ร็อกยุค 90” อันตอบสนองจริตแบบคนเมืองมากกว่า

เมื่อกิจกรรมต่อต้านอำนาจรัฐระลอกล่าสุดคือการรวมตัวของคนรุ่นใหม่ในเมือง จึงไม่ใช่เรื่องผิดฝาผิดตัวเสียทีเดียว ที่เพลงอย่าง “แฮมทาโร่” หรือ “ยินดีไม่มีปัญหา” (สองเพลงนี้มีอายุเก่าแก่กว่าเพลงโปรดของ “ลุงตู่” เสียอีก) จะถูกมาใช้สอยประกอบการเคลื่อนไหว

ทว่าเป็นเรื่องน่าบังเอิญและน่าประหลาดใจพอสมควร ที่ทั้งสองเพลงข้างต้นนั้นมีจุดร่วมกันบางประการ

ยินดีไม่มีปัญหา” เป็นเพลงของ “อัสนี-วสันต์” ซึ่งแต่งทำนองโดย “อัสนี โชติกุล” และเขียนคำร้องโดย “ประชา พงศ์สุพัฒน์”

“ประชา พงศ์สุพัฒน์” หรือ “น้าประชา” ของคนในวงการเพลง เป็นอดีตครูสอนวิชาศิลปะและดนตรี ซึ่งเริ่มต้นทำงานเพลงก่อนอุตสาหกรรมดนตรีไทยจะลงหลักปักฐานมั่นคง โดยมีผลงานน่าจดจำคือการแต่ง “เพลงเด็ก” ให้แก่วง “เอ็กซ์วายแซด” และรายการ “สโมสรผึ้งน้อย”

ก่อนที่ “น้าประชา” จะผันตัวเองมาเป็นเจ้าพ่อ (เนื้อ) เพลงเร็วในยุคทศวรรษแรกของค่ายแกรมมี่ ซึ่งฝากผลงานไว้ในบทเพลงของ “อัสนี-วสันต์” “แหวน ฐิติมา” “คริสติน่า อากีล่าร์” “ใหม่ เจริญปุระ” “มาช่า วัฒนพานิช” “ทาทา ยัง” และ “สามารถ พยัคฆ์อรุณ” เป็นต้น

ช่วงปี 2541 “น้าประชา” หวนกลับมาแต่งเพลงเด็กอีกหน ด้วยการรับหน้าที่ดูแลคำร้องฉบับภาษาไทยของเพลงประกอบการ์ตูนเรื่อง “ชินจังจอมแก่น” และ “มารุโกะจัง” ซึ่งเป็นบทเพลงที่โด่งดังฮิตติดหูใครหลายคน (แม้จะไม่ได้ตามดูการ์ตูนก็ตาม)

จนถึงบัดนี้ สาธารณชนส่วนใหญ่ที่รู้จักเพลง “แฮมทาโร่” ต่างยังไม่ทราบว่าใครคือคนเขียนเนื้อภาษาไทยต้นฉบับของบทเพลงดังกล่าว (ก่อนจะถูกแปลงเป็น “เพลงการเมือง”)

ตัวผมเองก็ยังค้นคว้าสืบหาข้อมูลส่วนนั้นไม่พบเช่นกัน แต่อยากจะขออนุญาตตั้งข้อสังเกตหยาบๆ เอาไว้ว่า เมื่อการ์ตูน “แฮมทาโร่” เริ่มเข้ามาแพร่ภาพที่เมืองไทยใน พ.ศ.2545

เพลงเพลงนี้จึงกลายเป็น “เพลงประกอบการ์ตูนญี่ปุ่นเนื้อไทย” อีกหนึ่งเพลงในทศวรรษ 2540 ซึ่งแม้ว่าอาจจะไม่ได้แต่งคำร้องโดย “ประชา พงศ์สุพัฒน์”

แต่ก็คงได้รับอิทธิพลมาจาก “เพลงเร็ว/เพลงเด็กแบบน้าประชา” มากพอสมควร

จุดเด่นของ “เพลงแบบน้าประชา” (ที่ปรากฏในเพลง “แฮมทาโร่” ด้วย) ก็คือการใช้ถ้อยคำง่ายๆ ติดหูติดปากมวลชน เนื้อความไม่เยอะ ไม่สลับซับซ้อน ฟังสนุก มองโลกมุมบวก ไม่ค่อยปลุกอารมณ์เร่าร้อน-เกลียดชัง แต่สามารถปลุกพลังร่วมได้

การที่คนรุ่นใหม่วัยมัธยม-มหาวิทยาลัยใน พ.ศ.นี้เลือกใช้ “เพลงแบบน้าประชา” อันเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมดนตรียุค 90 อาจแสดงให้เห็นว่าพวกเขาและเธอไม่ได้ออกมาเคลื่อนไหวบนท้องถนนโดยตัดขาดตนเองจากอดีตชนิดถอนรากถอนโคน หรือแปลกแยกจากผู้ใหญ่ไปหมดทุกเรื่อง

ตรงกันข้าม เยาวชนเหล่านั้นได้พยายามเลือกสรรอดีตบางอย่างมาปรับใช้กับวิถีทางการต่อสู้ของพวกตน

แน่นอนว่า ความคิด ความใฝ่ฝัน จินตนาการ และอุดมการณ์ของวัยรุ่นยุคนี้ กับของ “ประชา พงศ์สุพัฒน์” ผู้เขียนเนื้อเพลง “ยินดีไม่มีปัญหา” และผู้วางรากฐานการเขียนเพลงเด็ก/เพลงการ์ตูนคนสำคัญเมื่อหลายสิบปีก่อน (ที่ปัจจุบันมีอายุ 67 ปีแล้ว) ย่อมไม่จำเป็นต้องสอดคล้องต้องตรงกันเป๊ะๆ

ทั้งหมดนี้เป็นขั้นตอน กระบวนการ หรือที่มาบางเสี้ยวส่วนของการแปร/แปลงเพลงร้องง่ายฟังง่ายปราศจากพิษภัยเมื่อหลายทศวรรษก่อน ให้กลายเป็นหีบห่อ-บรรจุภัณฑ์ทางการเมืองที่เปี่ยมสีสัน สนุกสนาน และทรงพลังในยุคร่วมสมัย

ส่วนจะมีหลักคิดอะไรแฝงอยู่ภายใต้หีบห่อ-บรรจุภัณฑ์ที่ว่าบ้างนั้น คงต้องอภิปรายถกเถียงกันในโอกาสอื่นๆ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...