โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

'ธนาธร' ออกโรงฐานะพ่อ ปลุกครู-พ่อแม่ ปกป้องลูกหลาน ใช้สิทธิเสรีภาพตามประชาธิปไตย

Khaosod

อัพเดต 18 ส.ค. 2563 เวลา 15.08 น. • เผยแพร่ 18 ส.ค. 2563 เวลา 15.08 น.

'ธนาธร' ออกโรงในฐานะพ่อ วอนครู-ผู้ปกครอง ปกป้องให้กำลังใจลูกหลาน ใช้สิทธิเสรีภาพในฐานะพลเมืองตามระบอบประชาธิปไตย

เมื่อเวลา 20.15 น. วันที่ 18 ส.ค.นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าคณะก้าวหน้า ได้ออกมาไลฟ์ผ่านเพจเฟซบุ๊กคณะก้าวหน้า ระบุว่า "ในฐานะพ่อคนหนึ่ง ขอให้ครู ผู้บริหารโรงเรียน และพ่อแม่ทั่วประเทศ ผนึกกำลังกัน อย่าให้ใครมารังแกลูกหลานของเรา ร่วมกันปกป้องเยาวชน นักเรียนนักศึกษา ให้เขาได้แสดงพลังกำหนดอนาคตของชาติ" #ผูกโบว์ขาวต้านเผด็จการ

โดยนายธนาธร กล่าวว่า ตนออกมาพูดครั้งนี้เพราะเป็นห่วงสถานการณ์การคุกคามนักเรียนที่เกิดขึ้นทั่วประเทศ จึงอยากจะสื่อสารไปยังผู้ปกครองและคุณครูทุกคนว่า การที่นักเรียนผูกริบบิ้นสีขาวเพื่อแสดงการต่อต้านเผด็จการ หลายคนชูสามนิ้วเพื่อแสดงออกการสนับสนุนข้อเรียกร้องคณะประชาชนปลดแอก สิ่งที่พวกเขาทำเป็นสิ่งที่กล้าหาญ และขอคารวะความกล้าหาญของนักเรียนที่ลุกขึ้นมาแสดงกิจกรรมทางการเมือง

อย่างไรก็ตาม ตนอยากจะเรียนว่า สิ่งที่พวกเขาทำคือการแสดงออกทางการเมืองที่สันติ สร้างสรรค์ ไม่ผิดกฎหมายและไม่ได้สร้างความเสียหายให้กับสังคม แต่การแสดงออกนี้กลับถูกคุกคาม ซึ่งเป็นการคุกคามจากครูของพวกเขาเองในหลายรูปแบบ

ตั้งแต่การแคปหน้าจอการสนทนาทางโทรศัพท์ส่งให้ตำรวจ เพื่อแจ้งความจับลูกศิษย์ตัวเอง การเรียกเข้าห้องปกครองเพื่อตักเตือนไม่ให้ทำอีก มีการใช้น้ำเสียงและท่าทีที่ก้าวร้าวและข่มขู่ให้เด็กกลัว ถึงขั้นการทำร้ายร่างกาย ประจานสู่ที่สาธารณะเพื่อให้รู้สึกอับอาย ไปจนถึงการอนุญาตให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาสอดแนมการแสดงออกของเด็กในโรงเรียน สิ่งเหล่านี้ผิดทั้งจรรยาบรรณของการเป็นครู ผิดทั้งกฎหมาย

นายธนาธร กล่าวต่อว่า ตนทราบดีว่าในสถานการณ์ตอนนี้พ่อแม่หลายคนรู้สึกลำบากใจ จึงอยากใช้โอกาสนี้สื่อสารกับทุกคนว่าในฐานะพ่อแม่ควรจะทำอย่างไรดี เราทุกคนรักลูก อยากเห็นลูกเติบโตขึ้นมีอนาคตที่สดใส เป็นกำลังหลักให้กับสังคมและครอบครัว วันที่ลูกของเรายังเล็กเราปกป้องพวกเขา วันนี้พวกเขาเติบโตขึ้นและกำลังต้องการการปกป้องจากพวกเรา พวกเขาเลือกที่จะแสดงออกทางการเมือง กำลังไขว่คว้าหาสังคมที่พวกเขาอยากเห็น พวกเขากำลังสร้างสังคม อนาคตในแบบที่เขาอยากให้เป็น

"หน้าที่ของเราคือการมองพวกเขาอย่างเข้าใจ ปล่อยให้พวกเขาได้เลือกทางและเติบโตจากเส้นทางที่พวกเขาเลือกด้วยตัวเอง ให้เขาทำหน้าที่พลเมืองในระบอบประชาธิปไตยที่ควรจะเป็น ในขณะที่เมื่อพวกเขาถูกขุ่มขู่คุกคามก็เป็นหน้าที่ของพวกเราที่จะต้องปกป้องให้เขาเติบโตและเรียนรู้ชีวิตของพวกเขาเอง"

"ขณะเดียวกันผมอยากส่งข้อความถึงคุณครูด้วย ผมเชื่อว่ามีคุณครูอีกหลายคนทั่วประเทศที่อยากปกป้องลูกศิษย์ตัวเอง ซึ่งหลายคนได้ทำไปแล้วด้วย ในรูปแบบที่แตกต่างกัน แต่ก็ยังมีคุณครูอีกกลุ่มหนึ่งที่รู้สึกว่าการแสดงออกของนักเรียนนักศึกษามันท้าทายระบบคิดและความเชื่อของตัวเอง"

นายธนาธร กล่าวอีกว่า ตนอยากจะเรียนคุณครูทุกท่านว่า ถ้าเราอยากเห็นวัฒนธรรมในโรงเรียนของเราในแบบที่เด็กมีความคิดสร้างสรรค์ เราจะเลือกวัฒนธรรมแบบไหน แบบหนึ่งเป็นวัฒนธรรมที่ตั้งอยู่บนความเป็นเจ้ายศเจ้าอย่าง บนพิธีกรรม กฎระเบียบและการลงโทษ ขณะที่วัฒนธรรมอีกแบบหนึ่งตั้งอยู่บนความเป็นมิตร ความเชื่อใจ การยอมรับซึ่งสิทธิและเสรีภาพ

"ผมคิดว่าวัฒนธรรมในโรงเรียนแบบหลังจะทำให้เด็กกล้าคิดกล้าแสดงออกมากขึ้น เพราะเมื่อพวกเขากล้าคิดกล้าแสดงออกแล้วไม่ถูกประจานทำให้อับอาย ไม่ถูกทำโทษ เขาก็จะกล้าคิดกล้าแสดงออกได้บ่อยขึ้น จะมีความมั่นใจในตัวเอง และความมั่นใจนี้จะนำไปสู่การตระหนักถึงศักยภาพที่ตัวเองมี เมื่อเราตระหนักถึงศักยภาพและมีความมั่นใจในตัวเองก็จะประสบความสำเร็จในชีวิต ผมเชื่อว่าวัฒนธรรมแบบหลังจะทำให้ลูกหลานและลูกศิษย์ของเราไปได้ไกลกว่า"

นายธนาธร กล่าวต่อว่า ฝากเรียนคุณครูทั่วประเทศ ตนเชื่อว่าเราสร้างวัฒนธรรมที่ก่อให้เกิดการเรียนรู้ การพัฒนาตัวเอง การกล้าแสดงออกของนักเรียนได้โดยเริ่มต้นที่คุณครู อย่าพยายามไปลิดรอนสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกของเขา เขากำลังไขว่คว้าและสร้างอนาคตในแบบฉบับที่พวกเขาอยากเห็น หน้าที่ของพวกเราคือให้กำลังใจ ปล่อยให้พวกเขาเรียนรู้การใช้สิทธิเสรีภาพในฐานะพลเมืองอย่างที่ควรจะเป็น

"ผมเองมีลูกและหลาน ลูกผมอายุ 10 ขวบ ก่อนวันที่พรรคอนาคตใหม่ถูกยุบ ลูกผมเขียนหนังสือหายูเอ็น บอกให้ยูเอ็นมาช่วยคุณพ่อหน่อย ส่วนหลานผมอายุ 16 ปี เมื่อ 2 สัปดาห์ที่แล้วได้เขียนหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ทั้ง 2 คนทำโดยที่ผมไม่ได้มีส่วนรับรู้และสั่งการ ผมมารู้ทีหลัง แล้วผมก็รู้สึกภูมิใจมาก ผมเชื่อว่ามีพ่อแม่อีกหลายคนที่รู้สึกภูมิใจกับลูกอย่างที่ผมรู้สึก และอีกหลายคนที่ไม่สบายใจกับสิ่งที่ลูกของเราแสดงออก อยากให้ท่านเปิดใจให้กว้างๆ สนับสนุนพวกเขา ปกป้องพวกเขา ให้พวกเขาเรียนรู้เส้นทางของเขาเอง" นายธนาธร กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...