‘ระเบียงเศรษฐกิจจีน-ปากีสถาน’ สร้างโอกาสเศรษฐกิจเติบโต-มีเสถียรภาพ
อิสลามาบัด, 24 ก.ค. (ซินหัว) -- เมื่อวันพฤหัสบดี (23 ก.ค.) อาริฟ อัลวี ประธานาธิบดีปากีสถาน เปิดเผยว่าระเบียงเศรษฐกิจจีน-ปากีสถาน (CPEC) จะสร้างโอกาสใหม่สำหรับการเติบโตและเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ ขณะโครงการพัฒนาด้านต่างๆ หลายโครงการในปากีสถานกำลังเดินหน้าเต็มพิกัด
อัลวีกล่าวระหว่างการสัมมนาออนไลน์ว่าระเบียงฯ เป็นตัวอย่างความร่วมมือระหว่างจีนและปากีสถาน โดยปากีสถานยินดีจะทำงานร่วมกับจีนเพื่อยกระดับความก้าวหน้าของระเบียงฯ รวมถึงเสริมสร้างการพัฒนาที่มีคุณภาพให้แข็งแกร่ง และนำพาผลประโยชน์สู่ประเทศทั้งสอง
ช่วงระยะแรกของการดำเนินงานระเบียงฯ จีนได้ช่วยปากีสถานเอาชนะปัญหาที่เกี่ยวข้องกับพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานการขนส่ง ส่วนระยะต่อไปของการดำเนินงาน จะเป็นการสร้างความเป็นอุตสาหกรรม การเกษตร วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี
ขณะเดียวกันเมื่ออ้างอิงนิยามเชิงปฏิบัติการของท่าเรือกวาดาร์ (Gwadar Port) โลกสามารถเชื่อมต่อกับระเบียงฯ ได้โดยตรง ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการค้าระหว่างปากีสถานและกลุ่มประเทศเอเชียกลาง
นอกจากนั้นรัฐบาลปากีสถานกำลังก่อสร้างเขื่อนดีอามีร์-พาชา (Diamer-Bhasha Dam) ภายใต้การทำงานร่วมกับจีน โดยเขื่อนแห่งนี้เป็นโครงการสำคัญสำหรับความมั่นคงทางน้ำ อาหาร และพลังงาน พร้อมกับจะสร้างโอกาสในการมีงานทำแก่ประชาชนหลายพันคน
ด้านอาซิม ซาลีม บัจวา ประธานสำนักงานระเบียงฯ ระบุว่าความสัมพันธ์ระหว่างปากีสถานและจีน ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความร่วมมือแบบสมประโยชน์และยังผลประโยชน์ซึ่งกันและกัน
"สภาพแวดล้อมในภูมิภาคพัฒนาขึ้นทุกวัน ปากีสถานกำลังก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางของสันติภาพ ความเจริญรุ่งเรือง และการพัฒนา เราต้องเตรียมพร้อมเพื่อสร้างประโยชน์สูงสุดจากสถานะใหม่นี้" บัจวากล่าว
"เราจะจัดสรรเงินปันผลของโครงการต่างๆ ให้แก่ประชาชนคนทั่วไปในปากีสถาน เพราะเราต้องการให้ประชาชนได้ประโยชน์จากโครงการทั้งหมดเหล่านี้"