ผบช.น.แจงตร.ยังคุมม็อบได้ไม่ถึงขั้นให้ทหารช่วย เหตุใช้แก๊สน้ำตา-กระสุนยาง เพื่อยับยั้งความรุนแรง
ผบช.น.แจงตร.ยังคุมม็อบได้ไม่ถึงขั้นให้ทหารช่วย เหตุใช้แก๊สน้ำตา-กระสุนยาง เพื่อยับยั้งความรุนแรง ลั่นตามพวกทำผิด กม.มาดำเนินคดีให้ได้
เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล(ผบช.น.) กล่าวถึงกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมนัดทำกิจกรรมคาร์ม็อบ เมื่อวันที่ 10 ส.ค. ที่ผ่านมาก่อนเริ่มชุมนุมสืบทราบว่ามีกลุ่มบุคคลนำอาวุธหลายรายการ ไม่ว่าจะเป็นลูกแก้ว ลูกเหล็ก พลุ ระเบิดปิงปอง รวมถึงนำสิ่งของมาเป็นอาวุธแจกจ่ายให้กับผู้ชุมนุม ผลจากการตั้งจุดตรวจจุดสกัด ตรวจยึดสิ่งของหลายรายการ อาทิ หนังสติ๊ก ลูกแก้ว ลูกเหล็ก กลุ่มผู้ชุมนุมมาร่วมชุมนุมกันบริเวณแยกราชประสงค์ การกระทำดังกล่าวเป็นการฝ่าฝืนข้อกำหนด ตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรออกใบสั่งจราจรก็มีกลุ่มคนมากดดันเจ้าหน้าที่ตำรวจและคุกคาม จากนั้นกลุ่มผู้ชุมนุมเดินทางด้วยรถจักรยานยนต์(จยย.) รถยนต์ที่ทำผิดพ.ร.บ.ทางบก ไปถึงจุดแรกหน้าตึกซิโน-ไทย พระราม 9 แยกอสมท. คิงพาวเวอร์ ระหว่างนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจเห็นว่ากลุ่มผู้ชุมนุมมีรวมตัวกันเป็นจำนวนมาก ระหว่างนั้นหากมีการดำเนินการอย่างไรก็ส่งผลกระทบกับพี่น้องประชาชนจึงรักษาพื้นที่ไว้ จากนั้นมีกลุ่มผู้ชุมนุมบางส่วนขว้างปาสิ่งของใส่
พล.ต.ท.ภัคพงศ์ กล่าวว่าต่อว่าหลังจากเวลา 17.00 น. มีกลุ่มผู้ชุมนุมบางส่วนไปที่บริเวณสามเหลี่ยมดินแดง ทำกิจกรรมบริเวณถนนวิภาวดีรังสิต ซึ่งพิจารณาว่าจะสร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนและเกิดเหตุการณ์ลุกลาม จึงตั้งแนวไว้ให้ทราบว่าเป็นพื้นที่ควบคุม ปรากฎว่าผู้ชุมนุมก็เริ่มใช้หนังสติ๊ก ระเบิดปิงปอง ประทัดยักษ์ และก็พลุ ยิงใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทางเจ้าหน้าที่จึงยิงแก๊สน้ำตาไม่ให้กลุ่มผู้ชุมนุมเข้าใกล้จนกระทั่งใกล้เวลา 19.00 น. มีกลุ่มบุคคลเผาป้อมตำรวจบริเวณสามเหลี่ยมดินแดง มีการเผาสถานที่ตำรวจย่อยบริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ จึงสั่งการให้ออกนอกแนวเพื่อทำการดับไฟและเข้าควบคุมรักษาความสงบเรียบร้อย มีการประกาศให้ทราบว่าการชุมนุมเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย
“ผลการปฏิบัติจับกุมผู้ต้องหา 48 ราย เป็นชาย 45 คน หญิง 3 คน เยาวชน 15 คน พร้อมยึดรถจักรยานยนต์ 122 คัน ซึ่งรถจักรยานยนต์อยู่ระหว่างการตรวจสอบเพราะมีอยู่จำนวนหนึ่งไม่มีการติดแผ่นป้ายทะเบียนและเอกสารประจำรถ ส่วนข้อหาที่ตั้งไว้เบื้องต้น มีความผิดฝ่าฝืนพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ แต่ละคนการดำเนินคดีจะแตกต่างกันขึ้นอยู่กับพฤติการณ์ อาทิ การชุมนุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปก่อความวุ่นวายในบ้านเมืองเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งให้เลิกไม่ปฏิบัติตาม วางเพลิงเผาทรัพย์, ร่วมกันทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานตามหน้าที่, ร่วมกันพยายามฆ่า หรือแล้วแต่กรณี ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดี ส่วนตำรวจบาดเจ็บทั้งหมด 9 นาย มี 1 นายถูกยิงที่ต้นขาเหนือเข่าซ้าย ส่วนที่เหลือได้รับบาดเจ็บอีก 8 คนบาดเจ็บจากระเบิดปิงปอง พลุ” ผบช.น.กล่าว
พล.ต.ท.ภัคพงศ์ กล่าวอีกว่าการตัดสินใจใช้แก๊สน้ำตา รถฉีดน้ำ หรือกระสุนยาง พิจารณาแล้วถ้าไม่ดำเนินการอาจมีความเสียหายรุนแรงหรือเกิดผลกระทบมากกว่านี้ ตำรวจดำเนินการตามขั้นตอน วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ทุกอย่างเป็นสิ่งที่ใช้ในการควบคุมฝูงชนตามกฎหมาย ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่มีเจตนาทำร้ายกลุ่มผู้ชุมนุม เพียงแต่จะรักษาความสงบเรียบร้อยและบังคับใช้กฎหมายให้ปฏิบัติตาม การกระทำที่อาจจะกระทบกับพี่น้องประชาชนตำรวจก็พยายามหลีกเลี่ยง สิ่งที่ตัดสินใจทำเนื่องจากมีการกระทำความรุนแรงเกิดขึ้น ประชาชนหรือเจ้าหน้าที่อาจจะได้รับอันตราย ส่วนการชุมนุมใช้กระสุนจะต้องปรับยุทธวิธีการปฏิบัติงานพร้อมดำเนินการตามสถานการณ์ เมื่อมีเหตุเกิดขึ้นเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ต้องดำเนินการ ตู้จราจรที่เกิดเพลิงไหม้ สิ่งที่ทำให้เกิดวัตถุระเบิด ขอเวลาให้ตรวจสอบกลุ่มบุคคลที่วางเพลิงจะนำตัวมาดำเนินตามกฎหมายให้ได้
ส่วนกรณีที่มีคลิปทางโซเซี่ยลให้นักข่าวไปอยู่แนวหลัง มีตำรวจกล่าวประมาณว่าเหตุการณ์เริ่มบานปลายขอให้พวกพี่ได้สนุกกันหน่อย ผบช.น. กล่าวว่า ไม่เห็นคลิปดังกล่าว แต่ปกติตำรวจมีเจตนาเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย พยายามกันสื่อมวลชนหรือประชาชนที่ไม่เกี่ยวข้องออกด้านนอกพื้นที่ชุมนุมเนื่องจากมีการก่อเหตุความรุนแรง พี่น้องสื่อมวลชนต้องระมัดระวัง ส่วนกรณีที่มีแก๊สน้ำตาเข้าไปยังบ้านเรือนประชาชน ยืนยันว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่มีเจตนาจะเข้าไปทำร้ายประชาชนแต่อย่างใด อาจจะเป็นจังหวะที่เจ้าหน้าที่จะพยายามเข้ารักษาความสงบเรียบร้อยของผู้ก่อเหตุ ส่วนหากมีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้น จะมีการประสานให้ทหารเข้ามาช่วยดูแลความสงบเรียบร้อยนั้น ตอนนี้ยังอยู่ในขีดความสามารถที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติดูแลได้ คงไม่ถึงขั้นที่ทหารออกมาปฏิบัติหน้าที่แทน