โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รู้จัก "สายแนน" และ "เสี่ยงสายแนน" พิธีเสี่ยงทายคู่ของอีสาน คติพื้นบ้านที่สูญหายจากสังคม

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 09 ม.ค. 2566 เวลา 02.43 น. • เผยแพร่ 09 ม.ค. 2566 เวลา 00.47 น.
ผู้บ่าวผู้สาวชาวอีสาน จิตรกรรมฝาผนังวัดป่าเรไรย์ จังหวัดมหาสารคาม : (ภาพจากหนังสือ ฮูบแต้ม ในสิมอีสาน งานศิลป์สองฝั่งโขง สำนักพิมพ์มติชน)

สำรวจเรื่องราวของ “สายแนน” และ เสี่ยงสายแนน ซึ่งเป็นพิธีเสี่ยงทายคู่ของอีสาน คติพื้นบ้านที่สูญหายไปจากสังคม

“…คือจั่งภาพเหล่านี้เคยเกิดขึ้นแล้ว แต่ก็จำบ่ได้ว่าเกิดขึ้นตอนใด๋ อยู่ในความทรงจำหรือว่าแค่ฝันไป ทั้งที่หัวใจบ่เคยเชื่อเรื่องแบบนี้เลย…” (เนื้อเพลงจากเพลง สายแนนหัวใจ : ก้อง ห้วยไร่)

หากพูดถึง “สายแนน” หลายคนคงนึกถึง “สายแนนหัวใจ” เพลงประกอบภาพยนตร์เรื่องนาคี 2 ที่ร้องโดยคุณก้อง ห้วยไร้ ซึ่งมีเนื้อหาสื่อถึงความรู้สึกตอนเจอกันครั้งแรก แต่กลับรู้สึกคุ้นเคยกันมานาน ทั้งที่ไม่เคยพบหน้ากันมาก่อนและเป็นสิ่งที่ไม่อาจหาคำตอบให้กับตัวเองได้ แปรเปลี่ยนไปเป็นความรัก “สายแนนหัวใจ”จึงเป็นเพลงลูกทุ่งอีสาน ที่นำเสนอความหมายของว่าสายแนนได้อย่างน่าสนใจ

สายแนนคืออะไร มีที่มาจากไหน ?

คำว่า “สายแนน” ในภาษาอีสาน หมายถึง คู่สร้างคู่สม, เนื้อคู่, สายใยในชาติก่อน ซึ่งมักจะมาพร้อมกับคำว่า “สายมิ่ง” ที่มีความหมายเดียวกัน ดูได้จากสำนวนคำพญาที่กล่าวไว้ว่า “กกมิ่งกกแนน สายมิ่งสายแนน” ส่วนอาจารย์ปรีชา พิณทอง ได้ให้ความหมายไว้ว่า “คู่ครองที่อยู่กินกันมาหลายภพ หลายชาติที่โบราณเรียกว่า บุพเพสันนิวาส”

ชาวอีสานแต่ดั้งเดิมมีคติความเชื่อที่ว่า ความรักเกิดจากฟ้า(แถน) เป็นผู้กำหนดถึงความเหมาะสมของคนทั้งคู่ โดยมีกุศลผลบุญในอดีตชาติเป็นเกณฑ์การตัดสิน ซึ่งเป็นสิ่งที่มนุษย์ธรรมดาไม่สามารถคาดเดาได้นอกจากต้องทำพิธีกรรมเพื่อถามสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่บนฟ้า จึงนำไปสู่การประกอบพิธีกรรมที่เรียกว่า “เสี่ยงสายแนน”

การเสี่ยงสายแนน เป็นพิธีกรรมอย่างหนึ่งทางภาคอีสาน ที่มีความเกี่ยวข้องกับ “พญาแถน” เทวดาผู้เป็นใหญ่บนสวรรค์ ใช้เสี่ยงทายเพื่อดูความสมพงษ์ของคู่บ่าวสาว และเป็นประเพณีของกลุ่มไทลาวโบราณที่เคยมีมาก่อน ปัจจุบันได้สูญหายไปจากสังคมของชาวอีสาน เหลือปรากฏอยู่ในวรรณกรรมพื้นบ้านเรื่อง “ขูลูนางอั้ว” หรือ “โรเมโอ แอนด์ จูเลียต แดนอีสาน”

วรรณกรรมเรื่องดังกล่าวในฉบับที่จัดพิมพ์โดยอาจารย์ปรีชา พิณทอง บรรยายถึงพิธีกรรมนี้ ฉากที่นางพิมพากาสีแม่ของท้าวขูลูยกขบวนจากเมืองกาสี แล้วชักชวนให้นางจันทาแม่ของนางอั้วทำพิธีเสี่ยงสายแนน เพื่อดูว่าลูกๆของตนเป็นคู่แท้ของกันและกัน

การประกอบพิธีเสี่ยงสายแนน ผู้ประกอบพิธี เป็นคนทรงหญิง เรียกว่า “แม่ม้อน” ซึ่งในพิธีมีอยู่หลายคน คอยทำหน้าที่เป็นผู้ติดต่อสื่อสารโดยมีผีเป็นสื่อกลางระหว่างแม่ม้อนกับพญาแถน เพื่อถามในสิ่งที่อยากรู้ ระหว่างนั้นแม่ม้อนจะขับร้องฟ้อนรำตามดนตรีปี่แคนฆ้องกลองที่บรรเลงไปด้วย และเมื่อพญาแถนทราบถึงจุดประสงค์ของพิธีพร้อมกับเครื่องเซ่นไหว้ที่จัดมาถวายจากผีที่เป็นสื่อกลาง พญาแถนก็จะพาผีไปดูคู่ครองของแต่ละคน ซึ่งมีลักษณะเป็นลำต้นพันเกี่ยวกันเป็นคู่เรียกว่า “กกแนน” ในสวนแนนบนสวรรค์

หากกกแนนเกี่ยวพันกันตั้งแต่โคนจรดปลายก็แสดงว่าเป็นคู่ครองกัน แต่ถ้ากกแนนเกี่ยวพันกันแต่ปลายแตกออกจากกันก็หมายถึงเป็นเนื้อคู่แต่ก็อยู่ด้วยกันได้ไม่นานหรือไม่ได้ครองคู่กันในชาตินี้ เมื่อทราบผลจากสิ่งที่เห็นผีจะลงมารายงานให้กับแม่ม้อนทราบเพื่อนำเรื่องไปรายงานให้กับเจ้าของพิธี เป็นอันเสร็จสิ้นพิธีการเสี่ยงสายแนน

ในวันต่อมาหลังจากประกอบพิธีเสี่ยงสายแนนแล้วจะมีการ “แข่งกอน” เพื่อยืนยันผลการเสี่ยง ทายของคนทั้งคู่หลังจากได้รับคำตอบจากพิธีในวันแรก โดยหนุ่มสาวจะยืนเรียงแถวกันคนละฝั่ง ผลัดกันโยนกอนผลัดกันรับกอน หากคู่ใดโยนรับ-ส่งกอนไม่ตกหล่นถือว่าคู่นั้นเป็นคู่กัน กอนที่ใช้โยนนั้นทำจากไม้ขนาดพอดีมือ มีเส้นฝ้ายหรือไหมผูกเป็นหาง ประดับประดาอย่างสวยงาม

เรื่องขูลูนางอั้วทำให้เราทราบถึงพิธีกรรมอย่างหนึ่งที่เคยเกิดขึ้นในวัฒนธรรมอีสานโบราณ ทั้งยังแสดงให้เห็นว่า “สายแนน” มาจากไหนและมีลักษณะเป็นอย่างไร

สายแนนจึงอาจเปรียบได้กับบุพเพสันนิวาสในรูปแบบสายสัมพันธ์ที่พันเกี่ยวกันมาแต่ชาติปางก่อนของชาวอีสานในคำจำกัดความที่ว่า “สายแนนหัวใจ”

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่**

อ้างอิง :

เอื้อยนาง. “เสี่ยงสายแนน ในขูลูนางอั้ว, ” ใน ศิลปวัฒนธรรม. (มิถุนายน 2538). 16(8) : 45-47

http://e-shann.com/?p=7769

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 7 มกราคม 2562

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...