โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต้นไม้ทรงปลูก ที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 พระราชทานแก่มหาลัยต่างๆ

Campus Star

เผยแพร่ 12 ต.ค. 2561 เวลา 16.32 น.

การปลูกต้นไม้ เป็นอีกหนึ่งพระราชกรณียกิจที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงโปรด เวลาเสด็จพระราชดำเนินไปทรงงาน และทรงเยี่ยมราษฎรทั่วทุกภูมิภาคต่างๆ ของประเทศไทย รวมไปจนถึงในสถานศึกษา มหาวิทยาลัยต่างๆ ในประเทศไทยด้วย พระองค์ท่านได้ทรงพระราชทานต้นไม้ และได้ทรงปลูกด้วยพระองค์เอง ทั้งนี้ก็เพื่อทรงปลูกไว้เป็นที่ระลึก และเป็นแบบอย่างการให้ความสำคัญกับการปลูกต้นไม้ และให้ทุกคนได้ตระหนักถึงคุณค่าของป่าไม้ แคมปัส-สตาร์ ขอรวบรวมต้นไม้ที่ในหลวงรัชกาลที่ 9ท่านทรงพระราชทานให้แก่มหาลัยต่างๆ ในประเทศไทยมาให้ทุกคนได้ร่วมรำลึกถึงพระองค์ท่าน

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย:: ต้นจามจุรี

ในวันที่ 15 มกราคม 2505 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ได้เสด็จพระราชดำเนิน ณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พระราชทานต้นจามจุรีแก่มหาวิทยาลัย จำนวน 5 ต้น ซึ่งพระองค์ทรงนำมาจากพระราชวังไกลกังวล หัวหิน และทรงปลูกด้วยพระองค์เอง บริเวณด้านหน้าหอประชุมจุฬาฯ ฝั่งด้านสนามฟุตบอล ทางด้านขวา จำนวน 3 ต้น ด้านซ้ายจำนวน 2 ต้น และยังได้พระราชทานพระราชดำรัสถึง ความผูกพันระหว่างชาวจุฬาฯ กับจามจุรีว่ามีมานานตั้งแต่สร้างมหาวิทยาลัย ทรงเน้นว่าดอกสีชมพูเป็นสัญลักษณ์สูงสุดอย่างหนึ่งของจุฬาฯ พระองค์ทรงเห็นว่าจามจุรีที่นำมานั้นโตขึ้น สมควรจะเข้ามหาวิทยาลัยเสียที และสถานที่นี้เหมาะสมที่สุด และจบกระแสพระราชดำรัสว่า “จึงขอฝากต้นไม้ไว้ห้าต้นให้เป็นเครื่องเตือนใจตลอดกาล”

ชาวจุฬาฯ ยึดถือจามจุรีนี้เป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มักเรียกกันว่า จามจุรีสีชมพู หรือจามจุรีศรีจุฬาฯ เมื่อถึงวันงานประเพณีต้อนรับน้องใหม่ทุก ๆ ปี นิสิตรุ่นพี่จะนำใบหรือกิ่งจามจุรีเล็ก ๆ มาผูกริบบิ้นสีชมพูคล้องคอให้นิสิตใหม่ เพื่อเป็นการต้อนรับเข้าสู่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อาณาจักรแห่งจามจุรีสีชมพู

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ :: ต้นหางนกยูงฝรั่ง (ยูงทอง)

หางนกยูงฝรั่ง เป็นต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัย ซึ่ง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ได้ทรงปลูกไว้บริเวณหน้าหอประชุมใหญ่จำนวน 5 ต้น เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2506 เวลา 14.30 น. พร้อมกับพระราชทานให้เป็นต้นไม้สัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ดอกมีสีเหลืองแดง (สีประจำมหาวิทยาลัย)

อนึ่ง ประชาคมธรรมศาสตร์มักเรียกเพลงพระราชนิพนธ์ธรรมศาสตร์ และต้นหางนกยูงฝรั่งว่า ยูงทอง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์อันเป็นปัจจัยสำคัญ ที่ทำให้มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีความเชื่อมโยงกับสถาบันพระมหากษัตริย์ และพระราชกรณียกิจโดยตรง รวมทั้งพิธีพระราชทานปริญญาบัตรด้วย

มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์:: ต้นนนทรี

ต้นนนทรี เป็นต้นไม้สัญลักษณ์ประจำมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มาตั้งแต่ พ.ศ. 2506 เป็นไม้ยืนต้น มีอายุยืนยาวนาน มีใบเขียวตลอดทั้งปี ลักษณะใบเป็นฝอยคล้ายใบกระถิน ดอกสีเหลืองประปรายด้วยสีขาว ช่อดอกเป็นพวงระย้า ฝักไม่ยอมทิ้งต้น ทนทานในทุกสภาพอากาศของเมืองไทย ดังนั้นที่ประชุมสมาคมนิสิตเก่ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เมื่อวันที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2506 จึงได้เลือกให้ต้นนนทรีเป็นสัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และหลวงอิงคศรีกสิการอธิการบดีในขณะนั้นได้นำข้อสรุปของที่ประชุมกราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ต่อมาเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2506 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถเสด็จพระราชดำเนินมายังมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และทรงปลูกต้นนนทรี 9 ต้น ณ บริเวณหน้าหอประชุม มก. เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2506 และมีพระราชดำรัสถึงบุคลากรและนิสิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ในคราวนั้นว่า

“ขอฝากต้นไม้นี้ให้มหาวิทยาลัยและนิสิตช่วยกันรักษาให้ดี อย่าให้หงอย ขอฝากนิสิตทั้งหลาย ขอให้ช่วยกันรักษาตัวเองให้ดี และอย่าลืมว่าตัวเองนั้นจะอยู่กันได้ก็ด้วยแผ่นดินไทย ขอให้ช่วยรักษาแผ่นดินไทยไว้ด้วย คนไทยถ้าไร้แผ่นดินก็จะหงอยกันหมด อยู่กันไม่ได้ และเราก็ไม่อยากให้เป็นเช่นนั้น”

ภาพในหลวงรัชกาลที่ 9 และพระราชินีทรงปลูกต้นนนทรี ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

มหาวิทยาลัยขอนแก่น :: ดอกกัลปพฤกษ์

เป็นต้นไม้ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงปลูกพระราชทาน เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนิน ประกอบพิธีเปิดมหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม พุทธศักราช 2510

ต้นกัลปพฤกษ์เป็นต้นไม้ที่มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ ว่า Cassia bakeriana Craib วงศ์ Leguminosae ลักษณะเป็นต้นไม้ขนาดย่อม พุ่มใบแบนกว้าง ดอกสีชมพู เมื่อโรยจะกลายเป็นสีขาว ออกดอกเป็นช่อช่วงฤดูหนาว แต่ดั้งเดิมเรียกว่าต้น “กาลพฤกษ์” แม้ต่อมาจะมีการเรียกในทางพฤกษศาสตร์ และพจนานุกรมว่า “กัลปพฤกษ์” แต่ชาวมหาวิทยาลัยขอนแก่นก็ยังเรียกต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัยว่า “กาลพฤกษ์” ด้วยเหตุที่ต้นไม้นี้ในปลายฤดูหนาวย่างเข้าฤดูร้อนจะทิ้งใบทั้งต้น ให้ดอกสีชมพูระเรื่อสลับขาวบานสะพรั่ง แลดูสวยงามอ่อนหวานยิ่งนัก ดอกกาลพฤกษ์บานคราใดก็ถึงเวลาสอบไล่ ปิดปลายภาคและจบการศึกษา กาลพฤกษ์จึงเป็นเสมือน ต้นไม้แห่งกาลเวลา ของมหาวิทยาลัยขอนแก่น

โดยเฉพาะช่วงสอบปลายภาคเรียนที่ 2 เป็นช่วงที่ดอกกาลพฤกษ์กำลังออกดอกบานสะพรั่งสวยงามชาว ม. ขอนแก่น จะถือว่าเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลง เป็นช่วงที่รุ่นพี่กำลังจะจบการศึกษาต้องออกสู่สังคมเพื่อช่วยกันสร้างสรรค์ประเทศ และเป็นช่วงที่น้องใหม่กำลังจะเข้ามาศึกษาและใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัย หลาย ๆ อย่างเกิดขึ้นช่วงที่กาลพฤกษ์บาน กาลพฤกษ์จึงเป็นเสมือนสัญญาณแห่งการเปลี่ยนแปลงอย่างหนึ่งนั่นเอง

นอกจากนี้ยังมีต้นไม้ทรงปลูก เสด็จพระราชดำเนินไปทรงงาน และทรงเยี่ยมราษฎรทั่วทุกภูมิภาคต่างๆ ดังต่อไปนี้ด้วย

หน้าหอพระไตรปิฎก วัดระฆังโฆษิตาราม :: ต้นจันทน์

ต้นจันทน์ 1 คู่ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชรัชกาลที่ 9 ทรงปลูกไว้ทางด้านซ้ายมือ และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถทรงปลูกไว้ทางด้านขวามือ เมื่อวันที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2514 เพื่อเป็นที่ระลึกในการเสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรหอพระไตรปิฎก ซึ่งเป็นนิวาสสถานเดิมของพระบามสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก พระบรมปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี การบูรณปฏิสังขรณ์หอพระไตรปิฎกวัดระฆังโฆษิตารามนี้ สมาคมสถาปนิกสยามฯ ได้ตั้งกรรมาธิการมีชื่อว่า คณะกรรมาธิการวิชาการสาขาอนุรักษ์ศิลปกรรม (พ.ศ. 2511) เพื่อดำเนินการ นับเป็นกรรมการชุดที่เป็นต้นกำเนิดของกรรมาธิการอนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรม และสมาคมอนุรักษ์ศิลปกรรม และสิ่งแวดล้อมต่อมาในปี พ.ศ. 2514 โดยภาพนี้เจ้าของผลงานคือ คุณปองขวัญ ลาซูส

ศูนย์ศึกษาฯห้วยฮ่องไคร้ :: ต้นมะม่วงและหญ้าแฝก

พระองค์ทรงปลูกต้นมะม่วงพันธุ์ “พิมเสนมัน” ไว้บริเวณหน้าเรือนเพาะชำกล้าไม้โตเร็ว ณ “ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้” อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ เมื่อวันศุกร์ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2527 เป็นหนึ่งในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงมีพระราชประสงค์ให้เป็นศูนย์กลางในการศึกษา ทดลอง วิจัย ศึกษาสภาพพื้นที่ป่าไม้ต้นน้ำลำธาร การประมง เกษตรกรรม ด้านปศุสัตว์และโคนม และด้านเกษตรอุตสาหกรรม เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์ต่อราษฎรที่จะเข้ามาศึกษากิจกรรมต่างๆ ภายในศูนย์ฯ แล้วนำไปใช้ปฏิบัติได้ผลจริง นอกจากนี้ยังทรงปลูกต้นหญ้าแฝกไว้ ณ บริเวณพื้นที่แปลงมะขามหวาน เมื่อวันจันทร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2535 ด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...