โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

จับตา 4 ผู้ยิ่งใหญ่ด้านเทคโนโลยีโลกกับการสอบสวนกรณีที่ Big Tech ใหญ่เกินไปจนกลายเป็นการผูกขาดตลาด

Marketing Oops

อัพเดต 31 ก.ค. 2563 เวลา 16.08 น. • เผยแพร่ 29 ก.ค. 2563 เวลา 07.30 น. • Gigolo
CEOs Big Tech

ปฏิเสธไม่ได้ว่าในปัจจุบัน Marketing Technology เข้ามามีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในแวดวงการตลาด ไม่ว่าจะเป็นการใช้ AI เพื่อช่วยให้สามารถเข้ามาคาดการณ์ความต้องการผู้บริโภคในอนาคต หรือการใช้เครือข่าย 5G ในการพัฒนาการให้บริการที่รวดเร็วมากกว่าในอดีต หรือแม้แต่การใช้สื่อดิจิทัลในการสื่อสารเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายแบบส่วนตั๊ว…ส่วนตัว

การที่โลกหมุนเข้าสู่ยุคของดิจิทัลได้ทำให้เกิดโอกาสกับกลุ่มธุรกิจใหม่หรือที่เราเรียกติดปากว่า Startup ซึ่งกลุ่ม Startup เหล่านี้ถือเป็นกลุ่มที่สำคัญในการพัฒนาโลกดิจิทัลให้เข้าใกล้คำว่า “สมบูรณ์แบบ” แต่ก็ไม่ใช่เรื่องของกลุ่ม Startup ที่จะสามารถเติบโตขึ้นได้ เพราะยังมีบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีที่มีพลานุภาพ พอที่จะชี้นิ้วสั่งได้ว่า Startup ไหนเกิดหรือดับไป

Congress

นั่นจึงก่อให้เกิดคำถามว่า กลุ่มบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีกำลังสร้างอำนาจและยึดกุมตลาดเอาไว้แต่เพียงผู้เดียวในลักษณะของการผูกขาด (Monopoly) นี่จึงเป็นที่มาของการสั่งสอบสวนบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ระดับโลกถึง 4 แห่งในกรณีการผูกขาดตลาดด้านดิจิทัลประกอบไปด้วย Alphabet บริษัทที่ดูแลธุรกิจ Google, Amazon, Apple และ Facebook

ล่าสุดสภาคองเกรสของสหรัฐฯ ในฐานะผู้สอบสวนจะทำการเรียก “พี่ใหญ่” ของทั้ง 4 บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีมาพูดคุยเชิงให้ปากคำผ่านระบบวิดีโอระยะไกล ประกอบไปด้วย เจฟฟ์ เบซอส (Jeff Bezos) CEO Amazon, มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก (Mark Zuckerberg) CEO Facebook, พิชัย ซันดาร์ (Pichai Sundar) CEO Google และ ทิม คุก (Tim Cook) CEO Apple

โดยที่สภาคองเกรสได้กล่าวหาว่า 4 บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีมีการผูกขาดตลาดไว้กับตัวเอง อย่าง Amazon ที่ควบคุมการค้าปลีกผ่าน e-Commerce เพียงผู้เดียว, Facebook ที่เข้าซื้อกิจการเพื่อไม่ให้กิจการเหล่านั้นกลายเป็นคู่แข่ง, Google ที่แบรนด์ต้องมาใช้ระบบมิเช่นนั้นจะไม่ปรากฎในการค้นหา และ Apple กับการเรียกค่าคอมมิชชั่นมหาโหดจนผู้พัฒนาแอปฯ ไม่สามารถพัฒนาต่อไปได้

เจฟฟ์ เบซอส (Jeff Bezos) CEO Amazon

ซึ่งทาง เจฟฟ์ เบซอส (Jeff Bezos) CEO Amazon เตรียมชี้แจงว่า Amazon ครองส่วนแบ่งตลาดค้าปลีกโดยรวมมีสัดส่วนที่น้อยกว่าผู้ค้าปลีกรายใหญ่อย่าง Walmart มากอย่างน้อย 2 เท่า นอกจากนี้สถานการณ์ COVID-19 ทำให้ตลาด e-Commerce เติบโตโดยภาพรวมไม่ใช่แค่ Amazon เท่านั้นที่เติบโต ดังนั้นเป็นเครื่องชี้ชัดว่าผู้ขายสามารถเติบโตจากการขาย e-Commerce ได้ แม้จะไม่ใช้บริการ Amazon

มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก (Mark Zuckerberg) CEO Facebook

ขณะที่ มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก (Mark Zuckerberg) CEO Facebook คาดว่าจะตอบ 2 ประเด็นทั้งในด้านการเข้าซื้อกิจการและเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ โดยในประเด็นการเข้าซื้อกิจการนั้น มาร์คชี้ว่าการเข้าซื้อกิจการของ Instagram และ WhatsApp ไม่ใช่การซื้อเพื่อกีดกันการแข่งขัน แต่หลังการซื้อกิจการทั้ง 2 ก็มีการปรับตัวในแง่ของการเติบโตเพิ่มขึ้น ส่วนในประเด็นการใช้งาน Facebook ที่ก่อให้เกิดการประท้วงนั้น มาร์คชี้ว่า Facebook สนับสนุนให้มีการแสดงออกอย่างเสรีมากที่สุด เว้นแต่จะก่อให้เกิดความเสี่ยงต่ออันตรายหรือความเสียหายที่เฉพาะเจาะจง

พิชัย ซันดาร์ (Pichai Sundar) CEO Google

ด้าน พิชัย ซันดาร์ (Pichai Sundar) CEO Google น่าจะตอบว่า การที่ Google เติบโตเพิ่มขึ้น ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะต้องค้นหาข้อมูลจาก Google เท่านั้น ในปัจจุบันมีการค้นหาข้อมูลผ่าน Twitter และ Pinterest รวมถึงเว็บอื่นๆ เพิ่มมากขึ้น อีกทั้ง Google ไม่เคยบอกว่าเครื่องมือของ Google ดีที่สุดในโลกหรือถูกที่สุดในโลก เพราะ Google ก็ยังคงต้องพัฒนาระบบเพื่อให้สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้มากที่สุด

ทิม คุก (Tim Cook) CEO Apple

และ ทิม คุก (Tim Cook) CEO Apple คาดว่าจะตอบในประเด็นการคิดค่าคอมมิชชั่นกับแอปฯ ต่างๆ ที่จะมาลงใน App Store โดยเชื่อว่าทิม คุกน่าจะชี้ให้เห็นถึงความเป็นจริงของตลาดที่มีการคิดค่าคอมมิชชั่นสำหรับแอปฯ ที่จะเปิดให้ใช้งานใน App Store ซึ่งคู่แข่งก็มีการคิดเช่นเเดียวกัน แถม Apple ยังคิดค่าคอมฯ ถูกกว่าคู่แข่ง 50%-70% ด้วยซ้ำไป

ทั้งหมดนี้ต้องรอดูว่า 4 ผู้ยิ่งใหญ่ของโลกดิจิทัลจะสามารถแก้ต่างกับข้อกล่าวหาที่ตั้งไว้ได้หรือไม่ ซึ่งผลการตัดสินจะกลายเป็นบรรทัดฐานให้หลายประเทศทั่วโลกที่ 4 บริษัทยักษ์ใหญ่เหล่านี้เข้าไปทำธุรกิจสามารถดำเนินการต่างๆ เพื่อให้เกิดการแข่งขันและนำผลประโยชน์ไปสู่ผู้ใช้งานอย่างแท้จริง นั่นรวมไปถึงประเทศไทยด้วยเช่นกัน

 

Source: USA Today, Reuters

Related posts:

Gen Z Thailand

7 ทัศนคติ ‘Gen Z ประเทศไทย’ ผู้บริโภคกลุ่มใหญ่ มีพลังเปลี่ยนโลกการตลาด – แบรนด์จะชนะใจอย่างไร

เครื่องมือการตลาดในยุคดิจิทัลที่ต้องรู้! ‘Voice Commerce’ สามารถเพิ่มยอดขาย – ทำ SEO – สร้างฐานลูกค้าใหม่ได้

Startup New Normal

4 ข้อแนะนำสำหรับ Startup ในการตรวจสอบว่า พร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงหลังสิ้นสุดวิกฤติโรคระบาดหรือยัง?

E-commerce Trend by Priceza

Work From Home เป็นเหตุ…สังเกตได้! เช็คเทรนด์ “อีคอมเมิร์ซ” นักชอปไทยถูก COVID-19 เปลี่ยนสู่ New Normal จริงหรือ ?

ร่วมด้วยช่วยกัน! Apple ผลิต Face Shield สัปดาห์ละ 1 ล้านชิ้น เป็นกำลังใจให้ทีมแพทย์สู้ COVID-19

Virtual-Experience

จับตา “Virtual Experience” จะเป็น New Normal การใช้ชีวิตทั้ง “เรียน – ทำงาน – ความบันเทิง – ท่องเที่ยว”

อ่านบทความทั้งหมด ที่ MarketingOops.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...