โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ขนส่ง ปรับเวลาให้บริการรถโดยสารสาธารณะทุกประเภท ตั้งแต่ 3 เม.ย.2563 เป็นต้นไป ต้องหยุดให้บริการในช่วงเวลา 22.00-04.00 น. ของวันรุ่งขึ้น ฝ่าฝืนมีความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

สวพ.FM91

อัพเดต 03 เม.ย. 2563 เวลา 08.53 น. • เผยแพร่ 03 เม.ย. 2563 เวลา 08.53 น.

ขนส่ง ปรับเวลาให้บริการรถโดยสารสาธารณะทุกประเภท ตั้งแต่ 3 เม.ย.2563 เป็นต้นไป ต้องหยุดให้บริการในช่วงเวลา 22.00-04.00 น. ของวันรุ่งขึ้น ฝ่าฝืนมีความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน
นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า ภายหลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ประกาศข้อกำหนด ห้ามบุคคลออกนอกเคหสถาน ตั้งแต่เวลา 22.00 - 04.00 น. ทั่วราชอาณาจักร โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 3 เมษายน 2563 เป็นต้นไป นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้สั่งการให้จำกัดเวลาในการให้บริการระบบขนส่งมวลชนสาธารณะทุกระบบให้เป็นไปตามข้อกำหนดดังกล่าว กรมการขนส่งทางบก จึงได้ออกคำสั่งกรมการขนส่งทางบก ระงับการเดินรถโดยสารสาธารณะ เป็นการชั่วคราวในสถานการณ์ฉุกเฉิน ครอบคลุมรถโดยสารประจำทางในทุกเส้นทางทั้งกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด อาทิ รถ บขส., รถร่วม บขส., รถเมล์ ขสมก., รถร่วม ขสมก., รถสองแถว รวมถึงรถโดยสารไม่ประจำทาง อาทิ รถบัสเช่าเหมา รถตู้เช่าเหมา ต้องหยุดให้บริการในช่วงเวลา 22.00 น. จนถึง 04.00 น. ของวันรุ่งขึ้น ตามประกาศข้อกำหนด ห้ามบุคคลออกนอกเคหสถาน ตั้งแต่วันที่ 3 เมษายน 2563 เป็นต้นไป
โดยผู้ประกอบการขนส่งต้องพิจารณาการเดินรถให้ผู้โดยสารและผู้ประจำรถสามารถกลับถึงที่พักหรือจุดหมายได้ก่อนเวลาตามประกาศข้อกำหนดห้ามบุคคลออกนอกเคหสถานด้วย ในส่วนของรถแท็กซี่, รถจักรยานยนต์รับจ้าง, รถสามล้อรับจ้าง (รถตุ๊กตุ๊ก), รถสี่ล้อเล็ก ให้ถือปฏิบัติตามข้อกำหนด ห้ามบุคคลออกนอกเคหสถานด้วยเช่นกัน โดยสามารถให้บริการได้ในช่วงเวลา 04.00 – 22.00 น. เท่านั้น ทั้งนี้ สำหรับรถโดยสารที่มีความจำเป็นต้องขนย้ายประชาชนตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อ การเดินทางมาจากหรือไปยังท่าอากาศยานให้เดินรถได้โดยต้องมีเอกสารรับรองความจำเป็นและมีมาตรการป้องกันโรคอย่างเคร่งครัด หากพบการฝ่าฝืนมีความผิดตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548
อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวเพิ่มเติมว่า จากการตรวจสอบผ่านระบบ GPS ของกรมการขนส่งทางบกพบจำนวนรถที่วิ่งให้บริการลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยรถโดยสารประจำทางระหว่างจังหวัด (รถหมวด 2 และหมวด 3) จากจำนวนจดทะเบียนทั้งหมด 19,985 คัน คงเหลือให้บริการในประมาณร้อยละ 8 ส่วนรถโดยสารไม่ประจำทาง (รถ 30) ได้แก่ รถทัศนาจร รถตู้เช่าเหมา รถส่งคนงาน เป็นต้น จากจำนวนจดทะเบียนทั้งหมด 78,072 คัน คงเหลือให้บริการประมาณร้อยละ 25 นอกจากนั้น กรมการขนส่งทางบกได้ตรวจสอบข้อมูลจาก ขสมก. พบว่าในส่วนรถโดยสารประจำทางในกรุงเทพมหานครนั้น ขณะนี้ผู้โดยสารได้ลดลงเหลือเพียงประมาณร้อยละ 40 จากสถานการณ์ปกติ อย่างไรก็ตาม ในช่วงเวลาที่สามารถให้บริการได้นั้น รถโดยสารสาธารณะทุกประเภท ต้องดำเนินการตามมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม Social Distancing อย่างเคร่งครัด เว้นระยะนั่ง หรือยืนห่างกัน อย่างน้อย 1 เมตร หากภายในรถมีผู้โดยสารครบตามจำนวนที่กำหนด ห้ามรับผู้โดยสารรายใหม่เพิ่มโดยเด็ดขาด เพื่อป้องกันการติดต่อสัมผัส ป้องกันการแพร่ระบาดของ COVID-19
ส่วนผู้ที่มีความจำเป็นต้องเดินทางข้ามพื้นที่จังหวัดด้วยรถโดยสารสาธารณะ ต้องผ่านมาตรการคัดกรองก่อนการเดินทางทุกคน รวมทั้งให้กรอกข้อมูลคำถามสุขภาพ ตามแบบ ต.8-คค ที่ระบุจุดเดินทางที่ออกและจุดหมายปลายทาง ชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ เป็นประโยชน์ต่อการควบคุมโรคติดต่อ โดยให้ปฏิบัติตามมาตรการดังกล่าวอย่างเคร่งครัด จนกว่าจะมีประกาศยกเลิกสถานการณ์ฉุกเฉินหรือมีประกาศเป็นอย่างอื่น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...