โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

โลงศพ-หีบศพอีสาน กับคติความเชื่อการทำโลงศพของชาวอีสาน อัตลักษณ์เชิงช่างสกุลไท-ลาว

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 26 ต.ค. 2566 เวลา 05.57 น. • เผยแพร่ 24 ต.ค. 2566 เวลา 00.47 น.
โลงศพอีสาน หีบศพอีสาน

หนึ่งในงานช่างพื้นถิ่นอีสานด้านหัตถกรรมไม้ ที่หลายคนมองข้ามและนึกไม่ถึง ถึงเอกลักษณ์ที่แปลกแตกต่างจากภาคอื่น ๆ นั่นก็คือ โลงศพอีสาน หรือหีบศพอีสาน ซึ่งเป็นสิ่งที่เราทุกคนหนีไม่พ้นต้องได้ใช้ในวันใดวันหนึ่งของวาระสุดท้ายในชีวิต ซึ่งเป็นสิ่งที่จะบรรจุหรือห่อหุ้มสิ่งที่ไม่น่ามอง อันได้แก่สังขารของเราเอง

สำหรับสังคมวัฒนธรรมไท-ลาว โลงศพอีสาน มีลักษณะร่วมที่เหมือนกันโดยเฉพาะรูปแบบ รายละเอียดอาจจะแปลกแตกต่างกันไปบ้าง ขณะเดียวกันก็มีความละม้ายคล้ายคลึงกัน ซึ่งมีรายละเอียดและชื่อเรียกที่เป็นศัพท์เฉพาะของท้องถิ่น ดังนี้คือ

ส่วนฐาน ผังพื้นเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า กว้างประมาณ 0.60 เมตร ยาวประมาณ 1.80-2.10 เมตร มีลักษณะแบบที่เรียกว่า “ฐานหีบ” มีแม่คีไฟ 3 ชิ้น (ภาคกลางเรียกส่วนนี้ว่า “ฐานเขียง”)

ส่วนตัวเรือนหีบ ภาษาช่างเรียกส่วนนี้ว่า “เอวขันปากพาน” ซึ่งต้องประกอบด้วยส่วนโบกคว่ำ (บัวคว่ำ) โบกหงาย (บัวหงาย) และส่วนที่เป็นท้องไม้ (ถ้าท้องไม้มีเส้นลวดบัวขนาดใหญ่จะเรียกว่า “ดูกงู”)

ส่วนยอด เรียกรวมทั้งหมดนี้ว่า “ตีนหีบ” ซึ่งต้องประกอบด้วย “ปากขัน หีบน้อยและยอดแบบนพศูล 3 ยอด” (พบมากในแถบเมืองอุบล) ลดหลั่นตามความสูงของหีบ ส่วนยอดนี้บางแห่งนิยมทำแบบ “ยอดปราสาทผึ้ง” คล้ายกับส่วนยอดธาตุปูนพื้นถิ่นอีสาน โดยมีความสูงจากระดับพื้นถึงยอดสูงสุดประมาณ 2.20 เมตร

ภาพรวมของรูปทรง โลงศพอีสาน ในด้านสกัดด้านแคบคล้ายกับธาตุปูน ส่วนที่เป็น “เอวขัน” การผายออกของหีบศพลักษณะนี้ คล้ายกับโลงศพแบบพม่า หรือฝาเรือนทางภาคเหนือของไทย การผายออกของฝาจะช่วยในการรับแรงอัดและการถ่ายแรงได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังเพิ่มจังหวะ (ส่วนเอวขันปากพาน) ในรูปทรงที่สูงชันขึ้น เพิ่มความสง่างามในตำแหน่งที่ตั้ง เพิ่มนัยยะสำคัญให้ในการจัดวางหีบศพกับตัวเมรุ

คติความเชื่ออันเกี่ยวเนื่องกับการทำโลงศพโดยสังเขป สมัยโบราณรวมถึงปัจจุบันในวิถีชาวบ้าน เมื่อเจ็บไข้ได้ป่วยมีอาการหนัก ญาติพี่น้องจะทำโลงศพเพื่อต่อดวงชะตาหรือสะเดาะเคราะห์ให้ผู้ป่วย เมื่อหายก็จะถวายหีบนั้นให้วัด เป็นการทำกุศลให้กับผู้ยากไร้ที่ไม่มีกำลังทรัพย์ต่อไป อนึ่งการทำโลงศพสมัยก่อนจะใช้ยางบงมาอุดรอยต่อหรือรูรั่ว และใส่ปูนขาวไว้สำหรับดูดซับน้ำเหลืองจากศพ

การเผาแบบชาวบ้าน ในกลุ่ม “ชาวย้อ” มีธรรมเนียมการขอบริจาคฟืนจากทุก ๆ ครอบครัวเรียกว่า “แผ่ฟืน” เมื่อได้จำนวนพอเพียงแล้วก็จะนำไปกอง ณ ที่เผา ส่วนมากจะเป็น “ป่าแอ้ว” และเคลื่อนศพด้วยการทำคานหาม โดยจัดเตรียมดุ้นไฟชนวนสำหรับเผาศพ ข้าวตอกโปรยหว่านระหว่างทาง น้ำมะพร้าวสำหรับล้างหน้าศพ และจตุปัจจัยไทยทานพระสงฆ์

สมเด็จครูได้กล่าวไว้ในสาส์นสมเด็จ ฉบับวันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2478 ว่า “เดิมที่เอาฟืนมากองกับพื้นดินและเอาศพวางบนนั้นและจุดไฟเผา พื้นที่สุมจะทรุดตัวทำให้ศพเคลื่อนตก ทางอุบลราชธานีเขามีไม้กดศพ เรียกว่า ไม้ข่มเผง’ 2 อัน เพื่อกันมิให้ศพเคลื่อนเมื่อกองฟืนทรุด…”

อนึ่ง ในวิถีสังคมปัจจุบันของอีสาน หลายสิ่งหลายอย่างถูกแปรเปลี่ยนและโดนทำลายไป แต่ยังโชคดีอยู่บ้างที่ภูมิปัญญาพื้นถิ่น อย่าง โลงศพอีสาน ยังคงอยู่รอด แม้จะไม่ดีเท่าที่ควรนัก แต่ยังได้รับการอนุรักษ์สืบสานและพัฒนา (ด้านเทคโนโลยีการเก็บรักษาศพ) โดยคงไว้ซึ่งรูปแบบดั้งเดิมแม้จะถูกปรุงแต่งด้วยลวดลายแบบภาคกลางไปแล้วก็ตาม

สำหรับฐานานุศักดิ์อาจแตกต่างในรูปแบบ เช่น การทำนกหัสดีลิงค์ ซึ่งในปัจจุบันจะทำเฉพาะพระเถระผู้ใหญ่ของเมือง แต่โดยรูปแบบของโลงศพหรือหีบศพนั้นไม่ต่างกันมากนัก

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

หมายเหตุ : คัดเนื้อหาจากบทความ “‘โลงศพ หีบศพอีสาน’ อัตลักษณ์ร่วมในเชิงช่างสกุลไท-ลาว กับการผลิตซ้ำทางวัฒนธรรมในบริบทใหม่” เขียนโดย ติ๊ก แสนบุญ ในศิลปวัฒนธรรม ฉบับมิถุนายน 2549

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 23 เมษายน 2564

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...