“สิทธิ” ต่างๆ ของ “ประกัน”...ที่เราสามารถใช้ได้
หลายคนที่ซื้อ “ประกันชีวิต” ไว้ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบตลอดชีพ สะสมทรัพย์ สุขภาพ หรือบำนาญ มักจะเข้าใจในรายละเอียดของแบบประกันและความคุ้มครอง ตลอดจนสิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่จะได้รับเมื่อเกิดเหตุการณ์ หรือเข้าเกณฑ์ที่บริษัทประกันกำหนด แต่ยังมี “สิทธิ” บางอย่างที่เราสามารถใช้ได้จากประกันเมื่อเราประสบปัญหาทางด้านการเงิน สิทธิที่ว่าคือ “การกู้กรมธรรม์” การเปลี่ยนกรมธรรม์เป็นแบบขยายระยะเวลา และการเปลี่ยนกรมธรรม์เป็นแบบใช้เงินสำเร็จ
โดยทั่วไป ถ้า “ผู้เอาประกัน” ประสบปัญหาทางด้านการเงิน จนไม่สามารถชำระเบี้ยประกันชีวิตต่อไปได้ มักจะเข้าใจว่าต้อง ‘เวนคืนกรมธรรม์’ หรือ ‘ปิดกรมธรรม์’ เพื่อหยุดชำระเบี้ยประกัน แต่ในความเป็นจริงแล้ว ทุกกรมธรรม์ที่เราได้ซื้อไปจะมีมูลค่าในตัวของมันอยู่ ยิ่งชำระเบี้ยหลายปี มูลค่าของกรมธรรม์ก็จะสูงขึ้น และเราสามารถจัดการกับมูลค่าต่างๆ ของกรมธรรม์ได้ 4 รูปแบบ ดังนี้
1.เวนคืนกรมธรรม์ เป็นการหยุดชำระเบี้ย และยกเลิกความคุ้มครองทั้งหมด ผู้เอาประกันจะได้มูลค่าเวนคืนกรมธรรม์กลับมา ซึ่งจะเป็นมูลค่าหลังหักค่าใช้จ่ายต่างๆ วิธีนี้เป็นวิธีที่คนรู้จักมากที่สุด แต่ได้เงินน้อยที่สุดเมื่อจัดการ
2.กู้ยืมกรมธรรม์ คือการนำมูลค่าที่กรมธรรม์มีบางส่วนออกมาใช้ในรูปแบบการกู้เงินจากตัวกรมธรรม์ โดยความคุ้มครองของกรมธรรม์ยังคงดำเนินอยู่ โดยบริษัทจะคิดดอกเบี้ยเมื่อชำระคืนเงินกู้ เจ้าของธุรกิจบางรายจะใช้วิธีนี้ในการหาเงินเร่งด่วนมาใช้จ่าย เนื่องจากดอกเบี้ยในการกู้กรมธรรม์ถูกกว่าดอกเบี้ยที่กู้ยืมจากสถาบันการเงิน
3.การเปลี่ยนกรมธรรม์เป็นแบบขยายระยะเวลา คือการหยุดชำระเบี้ย และเปลี่ยนกรมธรรม์เป็นแบบขยายระยะเวลา โดยกรมธรรม์จะยังให้ความคุ้มครองอยู่ด้วยทุนประกันชีวิตเท่าเดิม แต่ระยะเวลาการคุ้มครองลดลง และหยุดให้สิทธิประโยชน์เช่นเงินคืนจากกรมธรรม์ และเงินปันผล
4.การเปลี่ยนกรมธรรม์เป็นแบบใช้เงินสำเร็จ คือการหยุดชำระเบี้ย และเปลี่ยนกรมธรรม์เป็นแบบใช้เงินสำเร็จ โดยกรมธรรม์จะให้ระยะเวลาการคุ้มครองเท่าเดิม แต่ลดทุนประกันชีวิตลง และหยุดให้สิทธิประโยชน์เช่นเงินคืนจากกรมธรรม์ และเงินปันผล
“จะเห็นได้ว่า สิทธิประโยชน์ของกรมธรรมตั้งแต่ข้อ 2 – 4 เป็นสิทธิประโยชน์ที่ทำให้ผู้เอาประกันสามารถหยุดการชำระเบี้ย แต่ยังคงให้ความคุ้มครองอยู่ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้รับความคุ้มครองที่ระยะเวลา หรือจำนวนเอาประกันเท่าเดิม โดยการเปลี่ยนกรมธรรม์เป็นแบบขยายระยะเวลา และใช้เงินสำเร็จ จะมีตารางมูลค่าให้ตรวจสอบได้ในเล่มกรมธรรม์”
ดังนั้น การตัดสินใจ “หยุดชำระเบี้ยประกัน” จึงไม่ได้มีแค่ ‘การเวนคืนกรมธรรม์’ เท่านั้น แต่ผู้เอาประกันสามารถเลือก ‘สิทธิที่กรมธรรม์มีให้’ เพื่อตัดสินใจให้เกิดประโยชน์สูงสุดและเหมาะสมกับผู้เอาประกันได้
ติดตามความรู้และข่าวสารสมาคมนักวางแผนการเงินไทย ได้ที่ LINE@cfpthailand,สมาคมนักวางแผนการเงินไทย Facebook Fanpageและ www.tfpa.or.th