โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“สิทธิ” ต่างๆ ของ “ประกัน”...ที่เราสามารถใช้ได้

Wealthy Thai

อัพเดต 01 ก.ย 2568 เวลา 10.30 น. • เผยแพร่ 07 ก.ย 2564 เวลา 09.04 น. • สรฐัช สุงาม

หลายคนที่ซื้อ “ประกันชีวิต” ไว้ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบตลอดชีพ สะสมทรัพย์ สุขภาพ หรือบำนาญ มักจะเข้าใจในรายละเอียดของแบบประกันและความคุ้มครอง ตลอดจนสิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่จะได้รับเมื่อเกิดเหตุการณ์ หรือเข้าเกณฑ์ที่บริษัทประกันกำหนด แต่ยังมี “สิทธิ” บางอย่างที่เราสามารถใช้ได้จากประกันเมื่อเราประสบปัญหาทางด้านการเงิน สิทธิที่ว่าคือ “การกู้กรมธรรม์” การเปลี่ยนกรมธรรม์เป็นแบบขยายระยะเวลา และการเปลี่ยนกรมธรรม์เป็นแบบใช้เงินสำเร็จ
โดยทั่วไป ถ้า “ผู้เอาประกัน” ประสบปัญหาทางด้านการเงิน จนไม่สามารถชำระเบี้ยประกันชีวิตต่อไปได้ มักจะเข้าใจว่าต้อง เวนคืนกรมธรรม์ หรือ ปิดกรมธรรม์ เพื่อหยุดชำระเบี้ยประกัน แต่ในความเป็นจริงแล้ว ทุกกรมธรรม์ที่เราได้ซื้อไปจะมีมูลค่าในตัวของมันอยู่ ยิ่งชำระเบี้ยหลายปี มูลค่าของกรมธรรม์ก็จะสูงขึ้น และเราสามารถจัดการกับมูลค่าต่างๆ ของกรมธรรม์ได้ 4 รูปแบบ ดังนี้
1.เวนคืนกรมธรรม์ เป็นการหยุดชำระเบี้ย และยกเลิกความคุ้มครองทั้งหมด ผู้เอาประกันจะได้มูลค่าเวนคืนกรมธรรม์กลับมา ซึ่งจะเป็นมูลค่าหลังหักค่าใช้จ่ายต่างๆ วิธีนี้เป็นวิธีที่คนรู้จักมากที่สุด แต่ได้เงินน้อยที่สุดเมื่อจัดการ

2.กู้ยืมกรมธรรม์ คือการนำมูลค่าที่กรมธรรม์มีบางส่วนออกมาใช้ในรูปแบบการกู้เงินจากตัวกรมธรรม์ โดยความคุ้มครองของกรมธรรม์ยังคงดำเนินอยู่ โดยบริษัทจะคิดดอกเบี้ยเมื่อชำระคืนเงินกู้ เจ้าของธุรกิจบางรายจะใช้วิธีนี้ในการหาเงินเร่งด่วนมาใช้จ่าย เนื่องจากดอกเบี้ยในการกู้กรมธรรม์ถูกกว่าดอกเบี้ยที่กู้ยืมจากสถาบันการเงิน
3.การเปลี่ยนกรมธรรม์เป็นแบบขยายระยะเวลา คือการหยุดชำระเบี้ย และเปลี่ยนกรมธรรม์เป็นแบบขยายระยะเวลา โดยกรมธรรม์จะยังให้ความคุ้มครองอยู่ด้วยทุนประกันชีวิตเท่าเดิม แต่ระยะเวลาการคุ้มครองลดลง และหยุดให้สิทธิประโยชน์เช่นเงินคืนจากกรมธรรม์ และเงินปันผล
4.การเปลี่ยนกรมธรรม์เป็นแบบใช้เงินสำเร็จ คือการหยุดชำระเบี้ย และเปลี่ยนกรมธรรม์เป็นแบบใช้เงินสำเร็จ โดยกรมธรรม์จะให้ระยะเวลาการคุ้มครองเท่าเดิม แต่ลดทุนประกันชีวิตลง และหยุดให้สิทธิประโยชน์เช่นเงินคืนจากกรมธรรม์ และเงินปันผล
“จะเห็นได้ว่า สิทธิประโยชน์ของกรมธรรมตั้งแต่ข้อ 2 – 4 เป็นสิทธิประโยชน์ที่ทำให้ผู้เอาประกันสามารถหยุดการชำระเบี้ย แต่ยังคงให้ความคุ้มครองอยู่ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้รับความคุ้มครองที่ระยะเวลา หรือจำนวนเอาประกันเท่าเดิม โดยการเปลี่ยนกรมธรรม์เป็นแบบขยายระยะเวลา และใช้เงินสำเร็จ จะมีตารางมูลค่าให้ตรวจสอบได้ในเล่มกรมธรรม์”
ดังนั้น การตัดสินใจ “หยุดชำระเบี้ยประกัน” จึงไม่ได้มีแค่ ‘การเวนคืนกรมธรรม์’ เท่านั้น แต่ผู้เอาประกันสามารถเลือก ‘สิทธิที่กรมธรรม์มีให้’ เพื่อตัดสินใจให้เกิดประโยชน์สูงสุดและเหมาะสมกับผู้เอาประกันได้
ติดตามความรู้และข่าวสารสมาคมนักวางแผนการเงินไทย ได้ที่ LINE@cfpthailand,สมาคมนักวางแผนการเงินไทย Facebook Fanpageและ www.tfpa.or.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...