โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยูเครนดวลเดือดสวีเดน ต่อเวลาพิเศษเฉือนชัย 2-1 เข้ารอบ 8 ทีมชนสิงโตคำราม

MATICHON ONLINE

อัพเดต 29 มิ.ย. 2564 เวลา 21.41 น. • เผยแพร่ 29 มิ.ย. 2564 เวลา 21.41 น.
ประตูชัยของดอฟบิก (Photo by Paul ELLIS / POOL / AFP)

ยูเครนดวลเดือดสวีเดน ต่อเวลาพิเศษเฉือนชัย 2-1 เข้ารอบ 8 ทีมชนสิงโตคำราม

การแข่งขันฟุตบอลยูโร 2020 รอบ 16 ทีมสุดท้าย คู่สุดท้าย ที่สนามแฮมป์เดนปาร์ก สกอตแลนด์ เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน ยูเครนเฉือนชนะสวีเดน 2-1 ในการเล่นต่อเวลาพิเศษ

สวีเดนใช้ระบบ 4-4-2 ผู้เล่น 11 คนแรก ประกอบด้วย : โรบิน โอลเซ่น, มิคาเอล ลุสติก, วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ, มาร์คุส ดาเนียลสัน, ลุดวิก ออกุสตินส์สัน, เซบาสเตียน ลาร์สสัน, คริสตอฟเฟอร์ โอลส์สัน, อัลบิน เอ็กดาล, เอมิล ฟอร์สเบิร์ก, เดยัน คูลูเซฟสกี้, อเล็กซานเดอร์ อิซัก

ส่วนยูเครนเล่นในระบบ 3-5-2 ผู้เล่น 11 คนแรก ประกอบด้วย : จอร์จี้ บุชชาน, อิลเลีย ซาบาร์นี่, เซอร์ฮี คริฟต์ซอฟ, ไมโคล่า มัตวีเยนโก้, โอเล็กซานเดอร์ คาราวาเยฟ, เซอร์ฮี ซีดอร์ชุก, ทาราส สเตปาเนนโก้, มีโคล่า ชาปาเรนโก้, โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้, อันดรี ยาร์โมเลนโก้, โรมัน ยาเรมชุก

เริ่มเกม ยูเครนครองบอลบุกได้มากกว่า แต่เป็นสวีเดนที่มีโอกาสลุ้นทำประตูก่อน ในนาที 7 ออกุสตินส์สันเปิดบอลจากฝั่งซ้ายเข้ากลาง ลูกพุ่งไปหาคูลูเซฟสกี้ซึ่งยิงเต็มแรงแต่บอลแฉลบออกหลังไป

นาที 13 ยูเครนได้ลุ้นประตูบ้าง ยาเรมชุกได้บอลแล้วซัดลูกเรียดผ่านกองหลังสวีเดน แต่โอลเซ่น นายทวารไวกิ้งพุ่งเซฟเอาไว้ได้

หลังจากนั้นเกมเริ่มเปิด ต่างฝ่ายต่างบุกแลกกันสนุก นาที 18 ฟอร์สเบิร์กได้โหม่งในกรอบเขตโทษ แต่ลูกโดนเหลี่ยมไม่ดี ออกหลังไป

นาทีถัดมา อิซักได้โอกาสสับไกลบ้าง แต่ยังไม่ตรงกรอบ

นาที 27 ยูเครนได้ประตูขึ้นนำ 1-0 ยาร์โมเลนโก้ได้บอลทางฝั่งขวาของกรอบเขตโทษ ดีดบอลข้ามฝั่งไปทางซ้าย ให้ซินเชนโก้ซัดแบบไม่จับ โอลเซ่น นายทวารสวีเดนปัดโดน แต่หยุดความแรงของลูกไม่อยู่ บอลตุงตาข่าย

นาที 29 สวีเดนได้ฟรีคิกไกลทางฝั่งขวา ลาร์สสันปั่นโค้งหวังเสียบเสา แต่บุชชาน นายทวารยูเครนยังวิ่งกลับมาพุ่งปัดได้ทัน

หลังจากเสียประตู สวีเดนก็พยายามโหมบุกหนัก แต่จังหวะสุดท้ายยังขาดๆ เกินๆ

กระทั่งนาที 43 ทีมไวกิ้งก็ตีเสมอ 1-1 ได้สำเร็จ จากจังหวะที่ฟอร์สเบิร์กสับไกยิงระยะ 25 หลา บอลแฉลบหว่างขาของซาบาร์นี่ กองหลังยูเครน ทำให้บุชชานเสียจังหวะ บอลตุงตาข่ายเสมอกันในที่สุด

จบครึ่งแรก สองทีมเสมอกัน 1-1

ครึ่งหลัง ทั้ง 2 ทีมยังคงเปิดเกมบุกแลกกันสนุก นาที 49 ยาร์โมเลนโก้พยายามเปิดบอลเรียดจากฝั่งขวาเข้าไปในกรอบเขตโทษ แต่ดาเนียลสันเคลียร์บอลออกไปได้อย่างแม่นยำ

นาที 54 ลาร์สสันยิงไกลระยะ 25 หลา บอลเฉียดเสาออกไป

นาที 56 ยูเครนสวนกลับบ้าง ยาร์โมเลนโก้เลี้ยงบอลขึ้นทางฝั่งขวา ก่อนตัดเข้ากลางให้ซีดอร์ชุกซึ่งซัดเต็มแรงหวังเสียบสามเหลี่ยมขวา บอลพุ่งชนเสาด้านนอกออกไป

หลังจากนั้น ไม่ถึงนาที สวีเดนก็ทำเกมบุกบ้าง อิซักใช้ความเร็วเลี้ยงบอลตะลุยเข้าไปในกรอบเขตโทษ ก่อนเปิดต่อให้ฟอร์สเบิร์กซึ่งตั้งป้อมยิงหนีมือบุชชาน แต่บอลไปโดนโคนเสาด้านขวาออกไปเช่นกัน

นาที 66 คูลูเซฟสกี้ลากบอลเข้าเขตโทษก่อนซัดด้วยซ้ายเต็มแรง แต่บุชชานยังบินปัดเอาไว้ได้

นาที 69 ลินเดอเลิฟพาบอลบุกไปตรงกลางก่อนเปิดต่อให้ฟอร์สเบิร์กซึ่งลากบอลหลบกองหลังยูเครนหาช่องปั่นเต็มข้อ ลูกชนคานอย่างน่าเสียดาย

ช่วงท้ายเกม นักเตะสองฝ่ายเริ่มมีอาการล้า และเริ่มเน้นการครองบอลกันมากขึ้นเพราะต่างไม่อยากพลาดเสียประตูก่อนหมดเวลา

นาที 89 สวีเดนได้จังหวะลุ้นประตูชัย เมื่อคูลูเซฟสกี้หลุดจังหวะล้ำหน้าเข้าไปรับบอลในกรอบเขตโทษ แต่เสียเวลาแต่งบอลหนึ่งจังหวะ ทำให้ซาบาร์นี่ กองหลังยูเครนเข้าขวางลูกยิงได้ทัน

หลังจากนั้นทำอะไรกันไม่ได้ หมดเวลา 90 นาที เสมอกัน 1-1 ต้องไปเล่นต่อเวลาพิเศษ

ช่วงต่อเวลาพิเศษ เกมไม่ดุดันเหมือนในช่วงปกติ เนื่องจากนักเตะหลายคนเริ่มมีอาการล้า

นาที 99 เกิดจุดพลิกผันในเกม เมื่อดาเนียลสัน เซ็นเตอร์ตัวหลักของสวีเดนเปิดปุ่มเข้าสกัดอาร์เต็ม เบสเยดิน ตัวสำรองของยูเครน ตอนแรก กรรมการแจกใบเหลือง แต่เมื่อพิจารณาวีเออาร์แล้วเปลี่ยนเป็นใบแดงโดยตรงต้องออกจากสนาม สวีเดนเหลือผู้เล่น 10 คน ขณะที่เบสเยดินก็เล่นต่อไม่ไหว ต้องถูกเปลี่ยนตัวออกเช่นกัน

หลังจากได้เปรียบตัวผู้เล่น ยูเครนก็พยายามทำเกมบุก หวังทำประตูเพิ่ม ขณะที่ผู้เล่นหลายคนก็เริ่มมีอาการบาดเจ็บจากการกรำศึกยาวนาน ฝั่งสวีเดนก็เน้นตั้งรับลึกหวังยันเสมอจนหมดเวลา

นาที 117 ยูเครนมีโอกาสใกล้เคียงที่สุดในการลุ้นทำประตู เมื่อรุสลัน มาลินอฟสกี้ ตัวสำรอง ได้บอลบริเวณกรอบเขตโทษ จึงดีดด้วยเท้าซ้าย แต่ลูกพุ่งเฉียดเสาออกหลังไป

แต่แล้วขณะที่เกมทำท่าจะจบลงด้วยผลเสมอจนต้องไปดวลจุดโทษชี้ชะตา นาที 120+1 ซินเชนโก้เปิดบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษให้ตัวสำรอง อาร์เต็ม ดอฟบิก โหม่งเข้าไปตุงตาข่าย

เป็นประตูชัยให้ยูเครนเฉือนชนะ 2-1 ผ่านเข้าไปรอบ 8 ทีมสุดท้ายเจอกับอังกฤษในที่สุด

 

 

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...