ยูเครนดวลเดือดสวีเดน ต่อเวลาพิเศษเฉือนชัย 2-1 เข้ารอบ 8 ทีมชนสิงโตคำราม
ยูเครนดวลเดือดสวีเดน ต่อเวลาพิเศษเฉือนชัย 2-1 เข้ารอบ 8 ทีมชนสิงโตคำราม
การแข่งขันฟุตบอลยูโร 2020 รอบ 16 ทีมสุดท้าย คู่สุดท้าย ที่สนามแฮมป์เดนปาร์ก สกอตแลนด์ เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน ยูเครนเฉือนชนะสวีเดน 2-1 ในการเล่นต่อเวลาพิเศษ
สวีเดนใช้ระบบ 4-4-2 ผู้เล่น 11 คนแรก ประกอบด้วย : โรบิน โอลเซ่น, มิคาเอล ลุสติก, วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ, มาร์คุส ดาเนียลสัน, ลุดวิก ออกุสตินส์สัน, เซบาสเตียน ลาร์สสัน, คริสตอฟเฟอร์ โอลส์สัน, อัลบิน เอ็กดาล, เอมิล ฟอร์สเบิร์ก, เดยัน คูลูเซฟสกี้, อเล็กซานเดอร์ อิซัก
ส่วนยูเครนเล่นในระบบ 3-5-2 ผู้เล่น 11 คนแรก ประกอบด้วย : จอร์จี้ บุชชาน, อิลเลีย ซาบาร์นี่, เซอร์ฮี คริฟต์ซอฟ, ไมโคล่า มัตวีเยนโก้, โอเล็กซานเดอร์ คาราวาเยฟ, เซอร์ฮี ซีดอร์ชุก, ทาราส สเตปาเนนโก้, มีโคล่า ชาปาเรนโก้, โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้, อันดรี ยาร์โมเลนโก้, โรมัน ยาเรมชุก
เริ่มเกม ยูเครนครองบอลบุกได้มากกว่า แต่เป็นสวีเดนที่มีโอกาสลุ้นทำประตูก่อน ในนาที 7 ออกุสตินส์สันเปิดบอลจากฝั่งซ้ายเข้ากลาง ลูกพุ่งไปหาคูลูเซฟสกี้ซึ่งยิงเต็มแรงแต่บอลแฉลบออกหลังไป
นาที 13 ยูเครนได้ลุ้นประตูบ้าง ยาเรมชุกได้บอลแล้วซัดลูกเรียดผ่านกองหลังสวีเดน แต่โอลเซ่น นายทวารไวกิ้งพุ่งเซฟเอาไว้ได้
หลังจากนั้นเกมเริ่มเปิด ต่างฝ่ายต่างบุกแลกกันสนุก นาที 18 ฟอร์สเบิร์กได้โหม่งในกรอบเขตโทษ แต่ลูกโดนเหลี่ยมไม่ดี ออกหลังไป
นาทีถัดมา อิซักได้โอกาสสับไกลบ้าง แต่ยังไม่ตรงกรอบ
นาที 27 ยูเครนได้ประตูขึ้นนำ 1-0 ยาร์โมเลนโก้ได้บอลทางฝั่งขวาของกรอบเขตโทษ ดีดบอลข้ามฝั่งไปทางซ้าย ให้ซินเชนโก้ซัดแบบไม่จับ โอลเซ่น นายทวารสวีเดนปัดโดน แต่หยุดความแรงของลูกไม่อยู่ บอลตุงตาข่าย
นาที 29 สวีเดนได้ฟรีคิกไกลทางฝั่งขวา ลาร์สสันปั่นโค้งหวังเสียบเสา แต่บุชชาน นายทวารยูเครนยังวิ่งกลับมาพุ่งปัดได้ทัน
หลังจากเสียประตู สวีเดนก็พยายามโหมบุกหนัก แต่จังหวะสุดท้ายยังขาดๆ เกินๆ
กระทั่งนาที 43 ทีมไวกิ้งก็ตีเสมอ 1-1 ได้สำเร็จ จากจังหวะที่ฟอร์สเบิร์กสับไกยิงระยะ 25 หลา บอลแฉลบหว่างขาของซาบาร์นี่ กองหลังยูเครน ทำให้บุชชานเสียจังหวะ บอลตุงตาข่ายเสมอกันในที่สุด
จบครึ่งแรก สองทีมเสมอกัน 1-1
ครึ่งหลัง ทั้ง 2 ทีมยังคงเปิดเกมบุกแลกกันสนุก นาที 49 ยาร์โมเลนโก้พยายามเปิดบอลเรียดจากฝั่งขวาเข้าไปในกรอบเขตโทษ แต่ดาเนียลสันเคลียร์บอลออกไปได้อย่างแม่นยำ
นาที 54 ลาร์สสันยิงไกลระยะ 25 หลา บอลเฉียดเสาออกไป
นาที 56 ยูเครนสวนกลับบ้าง ยาร์โมเลนโก้เลี้ยงบอลขึ้นทางฝั่งขวา ก่อนตัดเข้ากลางให้ซีดอร์ชุกซึ่งซัดเต็มแรงหวังเสียบสามเหลี่ยมขวา บอลพุ่งชนเสาด้านนอกออกไป
หลังจากนั้น ไม่ถึงนาที สวีเดนก็ทำเกมบุกบ้าง อิซักใช้ความเร็วเลี้ยงบอลตะลุยเข้าไปในกรอบเขตโทษ ก่อนเปิดต่อให้ฟอร์สเบิร์กซึ่งตั้งป้อมยิงหนีมือบุชชาน แต่บอลไปโดนโคนเสาด้านขวาออกไปเช่นกัน
นาที 66 คูลูเซฟสกี้ลากบอลเข้าเขตโทษก่อนซัดด้วยซ้ายเต็มแรง แต่บุชชานยังบินปัดเอาไว้ได้
นาที 69 ลินเดอเลิฟพาบอลบุกไปตรงกลางก่อนเปิดต่อให้ฟอร์สเบิร์กซึ่งลากบอลหลบกองหลังยูเครนหาช่องปั่นเต็มข้อ ลูกชนคานอย่างน่าเสียดาย
ช่วงท้ายเกม นักเตะสองฝ่ายเริ่มมีอาการล้า และเริ่มเน้นการครองบอลกันมากขึ้นเพราะต่างไม่อยากพลาดเสียประตูก่อนหมดเวลา
นาที 89 สวีเดนได้จังหวะลุ้นประตูชัย เมื่อคูลูเซฟสกี้หลุดจังหวะล้ำหน้าเข้าไปรับบอลในกรอบเขตโทษ แต่เสียเวลาแต่งบอลหนึ่งจังหวะ ทำให้ซาบาร์นี่ กองหลังยูเครนเข้าขวางลูกยิงได้ทัน
หลังจากนั้นทำอะไรกันไม่ได้ หมดเวลา 90 นาที เสมอกัน 1-1 ต้องไปเล่นต่อเวลาพิเศษ
ช่วงต่อเวลาพิเศษ เกมไม่ดุดันเหมือนในช่วงปกติ เนื่องจากนักเตะหลายคนเริ่มมีอาการล้า
นาที 99 เกิดจุดพลิกผันในเกม เมื่อดาเนียลสัน เซ็นเตอร์ตัวหลักของสวีเดนเปิดปุ่มเข้าสกัดอาร์เต็ม เบสเยดิน ตัวสำรองของยูเครน ตอนแรก กรรมการแจกใบเหลือง แต่เมื่อพิจารณาวีเออาร์แล้วเปลี่ยนเป็นใบแดงโดยตรงต้องออกจากสนาม สวีเดนเหลือผู้เล่น 10 คน ขณะที่เบสเยดินก็เล่นต่อไม่ไหว ต้องถูกเปลี่ยนตัวออกเช่นกัน
หลังจากได้เปรียบตัวผู้เล่น ยูเครนก็พยายามทำเกมบุก หวังทำประตูเพิ่ม ขณะที่ผู้เล่นหลายคนก็เริ่มมีอาการบาดเจ็บจากการกรำศึกยาวนาน ฝั่งสวีเดนก็เน้นตั้งรับลึกหวังยันเสมอจนหมดเวลา
นาที 117 ยูเครนมีโอกาสใกล้เคียงที่สุดในการลุ้นทำประตู เมื่อรุสลัน มาลินอฟสกี้ ตัวสำรอง ได้บอลบริเวณกรอบเขตโทษ จึงดีดด้วยเท้าซ้าย แต่ลูกพุ่งเฉียดเสาออกหลังไป
แต่แล้วขณะที่เกมทำท่าจะจบลงด้วยผลเสมอจนต้องไปดวลจุดโทษชี้ชะตา นาที 120+1 ซินเชนโก้เปิดบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษให้ตัวสำรอง อาร์เต็ม ดอฟบิก โหม่งเข้าไปตุงตาข่าย
เป็นประตูชัยให้ยูเครนเฉือนชนะ 2-1 ผ่านเข้าไปรอบ 8 ทีมสุดท้ายเจอกับอังกฤษในที่สุด