โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ห้ามปชช.ดื่มน้ำดิบพุโซดาบาดาลห้วยกระเจา เผยให้รับที่ผ่านการกรองแล้วเท่านั้น

Khaosod

อัพเดต 11 มี.ค. 2564 เวลา 04.09 น. • เผยแพร่ 11 มี.ค. 2564 เวลา 04.09 น.

ห้าม ปชช.-นทท. ทดลองดื่มน้ำดิบพุโซดาบาดาลห้วยกระเจา ให้รับที่ผ่านการกรองแล้วเท่านั้น ส่วนชาวบ้านเฮต่อเนื่อง เหตุพบน้ำเพิ่มอีก 3 บ่อ แต่ไม่พุ

เกาะติดข่าว กดติดตามไลน์ ข่าวสด

เพิ่มเพื่อน

วันที่ 11 มี.ค. 64 นายทนงศักดิ์ ล้อชูสกุล ผอ.สำนักทรัพยากรน้ำบาดาลเขต2 (สุพรรณบุรี) เปิดเผยว่า บริเวณพุโซดาบ่อที่2 เคยให้ประชนได้ทดลองชิมน้ำดิบนั้น ขณะนี้เจ้าหน้าที่ปรับรูปแบบใหม่ และดำเนินการปรับภูมิทัศน์โดยรอบบ่อน้ำบาดาลเพื่อให้มันดูดีขึ้น เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนที่มาท่องเที่ยวและมารับน้ำโซดาที่เราแจกจ่ายกลับไป ส่วนน้ำดิบพุโซดาที่ยังไม่ผ่านกระบวนการการกรอง ขณะนี้เราไม่อนุญาตให้ประชาชนได้ทดลองชิมแล้ว

โดยเราอนุญาตให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวมารับน้ำในส่วนที่ผ่านกระบวนการการกรองที่ได้มาตรฐานน้ำดื่มแล้วเท่านั้น จะแจกจ่ายให้กับประชาชนคนละ 500 ซีซีตามเดิมโดยสามารถมารับน้ำได้ที่บริเวณโรงกรองน้ำของเราซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่คอยบริการกรอกน้ำให้ครบทุกคนที่มา

สำหรับจำนวนปริมาณของประชาชนและนักท่องเที่ยวจนถึงขณะนี้นั้นพบว่า ในช่วงวันธรรมดามีนักท่องเที่ยวเดินทางมาอย่างน้อยวันละ 1,500-2,000 คน ส่วนวันหยุดเสาร์อาทิตย์ที่ผ่านยังคงมีตัวเลขของนักอยู่ที่ประมาณวันละ 5,000 คนขึ้นไป จะพบได้ว่าจำนวนนักท่องเที่ยวไม่ได้ลดน้อยลง

นายทนงศักดิ์ กล่าวต่อว่า ปัจจุบันกรมทรัพยากรน้ำบาดาลได้ทำการสำรวจและเจาะบ่อบาดาลในพื้นที่บ้านทุ่งคูณ หมู่ 19 ต.ห้วยกระเจา เพิ่มอีกจำนวน 4 บ่อ แต่ละบ่อลึกมากกว่า 100 เมตร ผลประกฎว่าได้น้ำบาดาลแล้ว จำนวน 3 บ่อ และแต่ละได้น้ำมากกว่า 40 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมงขึ้นไปแต่น้ำที่ได้ทั้ง 3 บ่อนั้นไม่พุ

ส่วนกรณีที่ได้มีการประชุมกับทางจังหวัดกาญจนบุรี รวมทั้งทาง อบจ.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเมื่อช่วงต้นเดือน มี.ค.ที่ผ่านมานั้น ที่ประชุมสรุปได้ว่า จะให้ทาง อบจ.กาญจนบุรี เข้ามาดำเนินการปรับสถานที่ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวโดยเน้นให้เป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของจังหวัดกาญจนบุรี รวมทั้งการใช้ประโยชน์จากน้ำแร่ โดยมีคณะทำงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเข้ามาเป็นคณะทำงาน

ถามว่าหากมีการจัดให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแล้วจะยังคงสภาพให้น้ำพุพวยพุ่งขึ้นมาเช่นเดิมหรือไม่นั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการทดสอบในส่วนของน้ำพุอยู่เช่นกัน ส่วนจะยังให้คงพุอยู่ต่อไปหรือไม่นั้นคงจะต้องมีการพูดคุยกันในระดับคณะทำงานว่าเราจะคงลักษณะพื้นที่ หรือการพัฒนาพื้นที่จะมีลักษณะอย่างไรบ้าง ซึ่งจะเป็นเรื่องของการพูดคุยกันในอนาคต

โดยปัจจุบันท่านอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาลนายศักดิ์ วิเชียรศิลป์ ได้มีข้อสั่งการลงมาโดยเน้นย้ำเกี่ยวกับความสะอาดของพื้นที่บริเวณโดยรอบ รวมทั้งเน้นในเรื่องของการวิเคราะห์น้ำดื่มให้ได้มาตรฐานน้ำดื่มทุกวัน ซึ่งท่านอธิบดีได้สั่งการมาให้นำรถปฏิบัติการวิเคราะห์คุณภาพน้ำบาดาลเคลื่อนที่มาประจำในพื้นที่ทุกคน

สำหรับน้ำแร่โซดาเพื่อรอแจกจ่ายให้กับประชาชนนั้น ปัจจุบันเรามีอัตราการผลิตอยู่ที่ 500 ลิตรต่อชั่วโมง แต่ถ้าภายใน 1 วันหากเราผลิตน้ำอยู่ที่วันละ 2,000 ลิตรก็จะสามารถแจกจ่ายให้กับประชาชนได้ประมาณ 4,000 คน แต่ทั้งหมดมันขึ้นอยู่กับจำนวนคน ถ้ามีคนมาเที่ยวเป็นจำนวนมากเราก็สามารถผลิตได้มาก ขึ้นอยู่กับจำนวนของประชาชนที่มาในแต่ละวัน

ก็ขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวที่ยังไม่เคยมา หรืออยากจะมาชิมน้ำพุโซดาที่ผ่านการกรองสามารถเดินทางมาได้ทุกวัน แต่อยากฝากไปถึงผู้ที่จะเดินทางมารับน้ำ ท่านสามารถรับน้ำแร่โซดาได้เพียงคนละ 500 ซีซีเท่านั้น และก็ไม่ควรดื่มเกินวันละ 500 ซีซี เพราะในแต่ละวันทุกคนได้รับแร่ธาตุที่เป็นอาหารจากส่วนอื่นที่เพียงพออยู่แล้ว

ด้านนายศิริพงษ์ พัฒนกุลเกียรติ นักท่องเที่ยวชาว กทม. กล่าวว่า ตนมาทำธุระที่อำเภอพนมวน หลังจากทำธุระเสร็จก็ได้พาแม่มาเที่ยวและทดลองดื่มน้ำแร่โซดาที่ผ่านการกรองซึ่งก็มีรสชาติซ่าคล้ายโซดาที่เปิดฝาขวดค้างคืนเอาไว้

ซึ่งเรื่องนี้ถือว่าเป็นความโชคดีของชาวตำบลห้วยกระเจาและจังหวัดกาญจนบุรีที่ทางกรมทรัพยากรน้ำบาดาลได้เจาะพบน้ำแร่โซดาที่เป็นธรรมชาติ สามารถดื่มได้ด้วย อีกทั้งยังทำให้พื้นที่มีความคึกคักขึ้นเป็นอย่างมาก และหลังจากมีเรื่องของการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เข้ามา ก็เป็นการสร้างรายได้ให้กับชุมชนได้ด้วย

ที่สำคัญหากมีการพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวจะถือว่าเป็นเรื่องที่ดีเป็นอย่างมากเพราะจะเป็นการสร้างงานสร้างอาชีพกระจายรายได้ให้กับชุมชนในพื้นที่ สุดท้ายนี้ก็ต้องขอขอบคุณท่านอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาลนายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ รวมทั้งสำนักทรัพยากรน้ำบาดาลเขต 2 (สุพรรณบุรี)และผู้ที่เกี่ยวข้องที่พลิกแผ่นดินที่เคยแห้งแล้งมาอย่างยาวนานให้กลับกลายเป็นพื้นที่ที่ชุ่มฉ่ำไปด้วยน้ำ คาดว่าอีกต่อไปพื้นที่แห่งนี้จะไม่แห้งแล้งต่อไปอีกแล้ว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...