โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ข้ามอคติทางเพศ "กะเทย" สวย-หล่อ บนเวทีประกวดดาวเดือน

Thai PBS

อัพเดต 08 ก.ย 2563 เวลา 06.18 น. • เผยแพร่ 08 ก.ย 2563 เวลา 11.15 น. • Thai PBS

การประกวดดาว-เดือน เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในรั้วมหาวิทยาลัยโดยที่หลายคนไม่รู้ตัว แต่ช่วงที่ผ่านมากลับเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ให้นึกถึงความจำเป็นในการจัดการประกวดว่าควรไปต่อหรือพอแค่นี้ หลายมหาวิทยาลัยเริ่มตั้งคำถามออกมาผ่านแบบสำรวจออนไลน์ให้นิสิตและนักศึกษาได้ร่วมออกความเห็น

อย่างมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ที่ได้ออกมาประกาศยกเลิกการประกวดดาว-เดือน ปี 2563 โดยพบว่านิสิตส่วนมากแสดงความคิดเห็นว่า

  • การประกวดดังกล่าวไม่ก่อให้เกิดประโยชน์แก่นิสิตส่วนมาก
  • แต่เป็นการให้ผลประโยชน์แก่คนเฉพาะกลุ่มมากเกินไป 
  • รวมถึงเป็นการส่งเสริมค่านิยมในเรื่องของรูปลักษณ์ภายนอกมากกว่าที่ควรจะเป็น

เช่นเดียวกันกับมหาวิทยาลัยขอนแก่นก็อยู่ระหว่างการสำรวจความคิดเห็นต่อกิจกรรมราตรีมอดินแดง (ดาว-เดือน มข.) ปี 2563 เพื่อให้นักศึกษาทุกคนได้ร่วมแสดงความคิดเห็นต่อกิจกรรมประกวดดาว-เดือน มข.ด้วย

ขณะเดียวกันมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ก็เป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยที่หลายคณะต่างสำรวจความคิดเห็นถึงการยกเลิกประกวดดาว-เดือนมหาวิทยาลัย แต่ "ศิวกรณ์ ทัศนศร" หรือ "บัซซี่" ดาวมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปี 2561 จากคณะศิลปกรรมศาสตร์ และสมาชิกองค์การนักศึกษา ดาวมหาวิทยาลัย LGBT คนแรกคนนี้ กลับเห็นว่าการประกวดดาว-เดือนมหาวิทยาลัยควรไปต่อ แต่ระบบเก่าๆ ที่ล้มเหลวควรพอแค่นี้

ดาว-เดือน เวทีประกวดความสวย - หล่อ?

เราต้องตั้งคำถามว่า สวย หล่อคืออะไร เพราะส่วนตัวยังบอกไม่ได้ว่าตัวเองสวยหรือหล่อ ดังนั้น ต้องตอบคำถามให้ได้ว่าความสวย หล่อคืออะไร ถ้าเป็นพิมพ์นิยมแบบเดิม ค่านิยมเดิมๆ ก็ขอให้ตัดไป

"บัซซี่" พูดคุยกับไทยพีบีเอสออนไลน์ถึงกระแสสังคมในตอนนี้ที่กำลังมาแรง พร้อมยอมรับว่าเห็นด้วยกับการยกเลิกประกวดดาวเดือน เพราะหากมองว่าเป็นกิจกรรมที่สร้างความบันเทิงอย่างเดียวก็เท่ากับการสิ้นเปลืองทรัพยากรไปอย่างเสียเปล่า สุดท้ายสิ่งที่ได้กลับมาคือการสร้างสังคมที่เหลื่อมล้ำ และผลิตสังคมขยะออกมา 

เราก็เห็นด้วย ถามว่าเหลื่อมล้ำจริงไหม ขนาดเราได้รับตำแหน่งดาวมหาวิทยาลัย ผู้หญิงก็ยังถูกทรีตดีกว่า ได้ไปออกงานสวยๆ งามๆ แต่เราได้ไปแค่งานที่ใช้สมองอย่างเดียวซึ่งมันเป็นความไม่เท่าเทียม

ภาพ : buzzyarisa

ภาพ : buzzyarisa

การเกิดกระแสนี้ขึ้นมาถือเป็นการเคลื่อนไหว (movement) ที่ดี เพราะรู้สึกว่าหลายๆ มหาวิทยาลัยตระหนักว่าการประกวดดาวเดือนนั้นสร้างความเหลื่อมล้ำอย่างไรบ้าง โดยเฉพาะเรื่องของความสวยและความหล่อ ที่สื่อประกอบสร้างให้มองว่า "สวยไม่มีสมอง หล่อไม่มีสมอง" ที่สำคัญคือ ความสวยหล่อ มันไม่ได้มีคำจำกัดความ แต่ละคนอาจสวยคนละแบบ หล่อคนละแบบ การได้ดาวเดือนมาไม่ได้หมายความว่า คนนี้สวยที่สุดหรือหล่อที่สุด หรือฉลาดที่สุด

บัซซี่ ย้ำว่า การประกวดดาว-เดือน ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ คนที่เข้ามาประกวดก็มีราคาที่ต้องจ่ายเช่นกัน ดังนั้น จะดูถูกคนที่เข้ามาประกวดไม่ได้ เพราะปัญหาจริงๆ อยู่ที่ระบบ ดังนั้น หากจะแก้ปัญหานี้ควรเริ่มต้นที่ระบบ "เรามองว่าปัญหามันอยู่ที่ระบบ ดังนั้น เราควรมองหาทางที่ดีกว่า สิ่งที่เราทำได้คือการล้างระบบและจัดหามันขึ้นมาใหม่" ปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับสังคมปัจจุบัน และสร้างคนที่จะเข้ามาพัฒนาสังคมให้ดีขึ้นได้ เพื่อให้การประกวดดาว-เดือน เป็นเวทีที่ยั่งยืนกว่า

ถ้าการประกวดจะเลือกผู้ชนะจากความสวยความงาม ตัวดาวหรือเดือนก็ไม่ผิด แต่ระบบต่างหากที่ผิด เพราะระบบเป็นตัวกำหนดความเหลื่อมล้ำ และสร้างปัญหา

บัซซี่  ระบุว่า ถึงแม้มหาวิทยาลัยต่างๆ จะเริ่มออกแถลงการณ์ยกเลิกการประกวดดาวเดือนแล้ว แต่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ยังต้องการที่จะทำต่อ แต่เปลี่ยนจากประกวดความสวยงาม เป็นการประกวดเพื่อทำให้สังคมดีขึ้น โดยเริ่มปรับตั้งแต่การเวิร์กชอปดาว-เดือนให้มีทักษะทั้งด้านวิชาการและความเป็นผู้นำสังคม เหมือนการติดอาวุธทางปัญญาเพื่อให้ทุกคนที่เข้าร่วมประกวดในเวทีนี้สามารถนำไปใช้ประโยชน์เพื่อสังคมได้ 

ทลายกำแพงเพศ ดาวต้องเป็นหญิง เดือนต้องเป็นชาย

จุดเริ่มต้นการเปลี่ยนแปลงระบบแบบเดิมๆ มีมาตั้งแต่การประกวดในคณะศิลปกรรมศาสตร์ ที่จะส่งผู้หญิงประกวดเดือน ส่งผู้ชายประกวดดาว เพื่อทลายกำแพงเพศสภาพทางความคิดที่สังคมสร้างขึ้น ซึ่งคณะได้ส่งสลับกันแบบนี้มาตลอด เพื่อสร้างความเท่าเทียมทางเพศ ต่อมาตำแหน่งดาวก็เริ่มเป็น LGBT ส่วนเดือนก็เป็นทอม ส่วนตัวที่เข้าร่วมประกวดเพราะต้องการหาเพื่อนและพัฒนาตัวเอง เพราะคิดว่าการเป็นดาวมหาวิทยาลัยอย่างน้อยก็เป็นกระบอกเสียงให้ทุกคนได้ ถ้าเราเข้าสู่โครงสร้างเร็วเท่าไหร่ ก็จะยิ่งเกิดการเปลี่ยนแปลงมากขึ้นเท่านั้น

ภาพ : buzzyarisa

ภาพ : buzzyarisa

ความเบื่อหน่ายกับอะไรเดิมๆ ทั้งค่านิยมและพฤติกรรม คือ แรงบันดาลใจให้บัซซี่ลุกขึ้นมาประกวดดาว-เดือน เพื่อปรับเปลี่ยนระบบเก่าๆ ที่เคยได้รับตั้งแต่สมัยเป็นนักเรียนมัธยมฯ ที่ในช่วงเวลานั้นคำว่า LGBT ยังไม่เคยได้ยินผ่านหู แต่คำว่ากะเทยหรือตุ๊ดกลับได้ยินทั้งวัน ท่ามกลางสื่อที่นำเสนอภาพ "กะเทย = ต้องเฟี๊ยส ปากจัด วี๊ดว้าย บ้าผู้ชาย และเป็นคนแรงๆ" ทั้งที่ความจริงกะเทยหรือตุ๊ดก็แค่คนๆ หนึ่งที่เหมือนกับผู้ชายและผู้หญิง 

ความจริงแล้วกะเทยหรือตุ๊ดไม่ได้แสดงออกมากมายแบบที่สังคมตีตรา เราก็เป็นแค่มนุษย์คนหนึ่ง การที่เขามองเราแบบนั้น มันเป็นค่านิยม ซึ่งเราไปปรับทัศนคติเขาไม่ได้ ที่ทำได้คือ รวมกลุ่มคนที่เห็นด้วยกับเรา เพื่อค้านความคิดของเขาที่มันเอ้าต์ไปแล้ว

ตั้งแต่มัธยมฯ บัซซี่บอกกับไทยพีบีเอสออนไลน์ว่า ทุ่มเทอย่างเต็มที่ทั้งการเรียนและกิจกรรม เพื่อให้ทุกคนเห็นว่ากะเทยก็เป็นเหมือนคนปกติ แต่จนถึงวันที่ได้รับเลือกเป็นประธานนักเรียน กลับมีครูมาบอกว่าไม่เหมาะสมกับตำแหน่งเพียงเพราะไม่ใช่ผู้ชายแมน 100% นานวันเข้าจึงเริ่มตั้งคำถามกับกฎเกณฑ์ต่างๆ ในโรงเรียนมากขึ้น ทั้งการห้ามใส่กางเกงรัดรูป แต่งหน้าไปโรงเรียน หรือการเจาะหู

มาเรียนจะสวยไม่ได้เลย ดูดีไม่ได้เลย เป็นตัวของตัวเองไม่ได้เลย ทุกคนพูดแต่ว่าเมื่อเข้ามาต้องยอมรับกฎ แต่เราต้องถามกลับว่ากฎเหล่านี้มันทำให้มีอะไรดีขึ้นมา ไม่มีใครมองผลงานที่เราทำทุกอย่างเพื่อให้โรงเรียนดีขึ้น ตอนนั้นไม่มีผู้ใหญ่คนไหนเข้าใจเราเลย

ความพยายามในวันนั้น ส่งผลให้เกิดแรงกระเพื่อมทางความคิดแก่เพื่อนร่วมโรงเรียน ที่เริ่มพูดถึงกฎระเบียบของโรงเรียน ความไม่ยุติธรรม และกฎที่ไม่มีประโยชน์ต่อการเรียน เมื่อเรียนจบมัธยาฯ บัซซี่จึงเลือกเข้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เพราะคิดว่าเป็นพื้นที่เสรีภาพ แล้วตัดสินใจเข้าประกวดดาว-เดือน เพื่อพัฒนาตัวเองอย่างเต็มที่ ซึ่งผลของความตั้งใจก็ทำให้เห็นว่า LGBT ก็เป็นดาวมหาวิทยาลัยได้ และสะท้อนว่าเวทีนี้มีเสรีภาพจริงๆ จึงต้องการให้เวทีนี้ยังคงอยู่ แต่ต้องการปรับเปลี่ยนระบบเดิมๆ เพื่อให้เวทีนี้สร้างคนที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมได้อย่างแท้จริง 

ภาพ : buzzyarisa

ภาพ : buzzyarisa

ทั้งนี้ การประกวดดาว-เดือน Freshy Night ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในปีนี้ จะมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบเดิมโดยจะเป็นการประดวกเพื่อคัดเลือก 6 แกนนำ คณะผู้เปลี่ยนแปลงสังคม (TU Progressive Movement) ซึ่งแต่ละคณะสามารถส่งคนที่จะเปลี่ยนแปลงสังคมเข้าร่วมได้โดยไม่จำกัดเพศ ก่อนจะจัดตั้งเป็นชมรมที่จะขับเคลื่อนกิจกรรมในประเด็นต่างๆ เช่น สังคม การเมือง การศึกษา ฯลฯ และจะขับเคลื่อนทั้งประเด็นในมหาวิทยาลัย รวมถึงระดับประเทศ ร่วมกับเครือข่ายต่างๆ โดยการประกวดคณะผู้เปลี่ยนแปลงสังคมจะมีขึ้นในเดือน ต.ค.นี้

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

"นายกฯ" ลาป่วย ประชุม ครม. ให้ "พิพัฒน์" นั่งหัวโต๊ะแทน

57 นาทีที่แล้ว

รับมือวิกฤตตะวันออกกลาง กนอ.ชู นวัตกรรม-พลังงานสะอาด

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

“ทองรูปพรรณ” ขายออก 78,400 บาท ราคาทองคำ เปิดตลาด +200 บาท

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

10 มี.ค. กทม.เผยดัชนีความร้อนอยู่ในเกณฑ์ "เตือนภัย"

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ทั่วไป อื่น ๆ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...