โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ปักหมุด 4 พิพิธภัณฑ์ตามรอยผลงานศิลป์ สมเด็จครู-อาจารย์ฝรั่ง อัจฉริยะศิลปินแห่งสยาม บิดาของวงการศิลปะไทย

BLT BANGKOK

เผยแพร่ 02 ก.ย 2563 เวลา 11.51 น. • BLT Bangkok

เมื่อพูดถึงวงการศิลปะไทย แน่นอนว่าชื่อของ “สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์” และ “ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี” ผู้เปรียบเสมือนเสาหลักแห่งวงการศิลปะไทยและศิลปะร่วมสมัย ค่อนข้างมีความสำคัญอย่างมาก โดยเฉพาะในช่วงรอยต่อของการเปลี่ยนแปลงทางด้านการเมือง การปกครอง เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมทั่วโลก ที่ส่งอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงทั้งแนวคิด และรูปแบบทางศิลปกรรมหลายแขนงในประเทศไทยในช่วงกว่าร้อยปีที่ผ่านมา  BLT จึงอยากชวนคนรักงานศิลปะไปตามรอยผลงานศิลป์ พร้อมเรียนรู้ชีวประวัติของ “สมเด็จครู-อาจารย์ฝรั่ง” ด้วยกัน ผ่าน 4 พิพิธภัณฑ์ใจกลางพระนคร กับการ “ตามรอยสมเด็จครู-อาจารย์ฝรั่ง อัจฉริยะศิลปินแห่งแดนสยาม”

สมเด็จครู เจ้านายชั้นสูงผู้เป็นอัจฉริยะศิลปิน

สำหรับบุคคลสำคัญท่านแรก “สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์” หรือที่รู้จักกันในนาม “สมเด็จครู” ผู้เป็นเจ้านายชั้นสูงที่เป็นอัจฉริยะศิลปิน ด้วยผลงานการออกแบบและสร้างสรรค์ศิลปกรรมหลากหลายแขนง เช่น ด้านจิตรกรรม ประติมากรรม สถาปัตยกรรม และดนตรี ทั้งยังเป็นแบบอย่างให้ศิลปินรุ่นหลังได้ศึกษาจนถึงปัจจุบัน ด้วยการออกแบบที่มีรูปลักษณ์ทันสมัย โดยพัฒนาต่อยอดจากศิลปกรรมรูปแบบดั้งเดิมแต่ไม่สูญเสียความเป็นไทย และยังร่วมสมัยกับสังคมวัฒนธรรมไทยยุคใหม่ได้เหมาะสมกับกาลเวลา

ศิลป์ พีระศรี หรืออาจารย์ฝรั่ง บิดาแห่งศิลปะไทยยุคใหม่

อีกท่านเป็นอาจารย์สอนศิลปะชาวฟลอเรนซ์ ประเทศอิตาลี “Prof. Corado Feroci” ที่รู้จักกันในชื่อ “ศิลป์ พีระศรี” หรือ “อาจารย์ฝรั่ง” ผู้ได้รับการยกย่องในวงการศิลปะว่าเป็นบิดาแห่งศิลปะไทยยุคใหม่ ผู้วางรากฐานการศึกษาศิลปกรรมร่วมสมัยในประเทศไทยให้เจริญก้าวหน้า และมีมาตรฐานตามแบบสากล จนพัฒนาเป็นมหาวิทยาลัยศิลปากร มหาวิทยาลัยทางด้านศิลปะแห่งแรกที่ถ่ายทอดความรู้จากรุ่นสู่รุ่น สร้างศิลปินสืบสานผลงานศิลปะร่วมสมัยแขนงต่างๆ

หอประติมากรรมต้นแบบ (Hall of Sculpture)

เดิมเป็นโรงปั้นหล่อ และหลอมโลหะของกรมศิลปากร ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 2530 สำหรับจัดสร้างอนุสาวรีย์ของประเทศไทย และต้นแบบอนุสาวรีย์ของบุคคลสำคัญที่เราเห็นกันคุ้นตาตามสถานที่ต่างๆ แต่ในปัจจุบันเป็นสถานที่จัดแสดง นิทรรศการ รูปต้นแบบประติมากรรม รวมทั้งจัดแสดงการหล่อหลอมโลหะ เพื่อเป็นแหล่งเก็บข้อมูล แหล่งศึกษาค้นคว้างานด้านประติมากรรมและศิลปกรรมแก่ประชาชนที่สนใจ

สำหรับผลงานที่อยู่ภายในหอประติมากรรมต้นแบบ เกิดจากการปั้นรูปเพื่อนำไปสร้างอนุสาวรีย์ของชาติ พระพุทธรูป และประติมากรรมอื่นๆ ของศิลปินชั้นครู โดยเฉพาะผลงานของ“ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี” อาทิ พระบรมรูปของกษัตริย์ไทยรัชกาลต่างๆ ขนาดเท่าพระองค์จริง

รวมถึงผลงานของศิลปินศิษย์เอกของศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรีหลากหลายท่าน ซึ่งที่นี่ได้จัดเก็บเอาไว้เป็นจำนวนมาก เช่น ต้นแบบพระพุทธรูปปางลีลา ขยายเป็น พระศรีศากยทศพลญาณ ประธานพุทธมณฑลสุทรรศน์ ที่อัญเชิญไปประดิษฐาน ณ พุทธมณฑล ศาลายา, ต้นแบบพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ซึ่งอัญเชิญไปประดิษฐาน ณ จังหวัดปราจีนบุรี และต้นแบบพระบรมรูปพ่อขุนรามคำแหงมหาราช อัญเชิญไปประดิษฐานที่จังหวัดสุโขทัย เป็นต้น

ที่ตั้ง ถ.หน้าพระลาน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร

เปิดวันจันทร์ - ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์) เวลา 08.30 - 16.30 น.

(ไม่เสียค่าใช้จ่าย)

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติศิลป์ พีระศรี อนุสรณ์

จัดตั้งขึ้นในห้องทำงานเดิมของ “ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี” โดยความร่วมมือของลูกศิษย์ และผู้ใกล้ชิด เพื่อรำลึกถึงเกียรติคุณของอาจารย์ฝรั่ง ในฐานะผู้ให้กำเนิดการศึกษาศิลปะสมัยใหม่ ศิลปะร่วมสมัยในประเทศไทย และผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยศิลปากร ซึ่งภายในจัดแสดงนิทรรศการถาวร โดยแบ่งออกเป็น 2 โซน ได้แก่ โซนจัดแสดงผลงานจิตรกรรม ประติมากรรม และภาพพิมพ์ ของบรรดาลูกศิษย์ผู้ใกล้ชิด เช่น เฟื้อ หริพิทักษ์, ประยูร อุลุชาฎะ, ชลูด นิ่มเสมอ, จำรัส เกียรติก้อง, เขียน ยิ้มศิริ, สวัสดิ์ ตันติสุข, ทวี นันทขว้าง เป็นต้น โดยผลงานส่วนใหญ่เป็นงานศิลปกรรมในยุคเริ่มแรกของศิลปะร่วมสมัยในประเทศไทย ซึ่งดำเนินรอยตามแนวทางการสร้างสรรค์ศิลปะตามหลักวิชาการที่ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี เป็นผู้วางรากฐาน

ขณะที่อีกโซนจะเป็นการจำลองบรรยากาศเสมือนห้องทำงานที่ อ.ศิลป์ พีระศรี ใช้งานขณะยังมีชีวิตอยู่ โดยรวบรวมข้าวของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันของท่าน อุปกรณ์และเครื่องมือทางศิลปะ ผลงานศิลปะส่วนตัว รวมถึงผลงานของเหล่าลูกศิษย์ที่ท่านได้รับซื้อ หรือเลือกนำมาประดับไว้ในห้องทำงาน ซึ่งเป็นผลงานศิลปกรรมของศิลปินแห่งชาติ และศิลปินชั้นเยี่ยมของประเทศไทย ที่สะท้อนถึงรากเหง้าและพัฒนาการของศิลปะสมัยใหม่ในประเทศไทยในยุคของท่านได้เป็นอย่างดี

ที่ตั้ง ถ.หน้าพระธาตุ แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร

เปิดวันจันทร์ - ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์) เวลา 09.00 - 16.00 น.

(ไม่เสียค่าใช้จ่าย)

ตึกถาวรวัตถุ หรือตึกแดง

อาคารโบราณที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานสำคัญแห่งชาติ ซึ่งเป็นผลงานการออกแบบชิ้นแรกของ “สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์” โดยสมเด็จครูได้เป็นผู้อำนวยการ และออกแบบในลักษณะอาคารปรางค์ 3 ยอด สไตล์นีโอคลาสสิกสีแดงชาด โดย “พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว” โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเป็นสังฆิกเสนาสน์สำหรับมหาธาตุวิทยาลัย ต่อมา “พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว” พระราชทานให้เป็นที่ตั้งหอพระสมุดสำหรับพระนคร

แต่ในปัจจุบันตึกถาวรวัตถุ หรือตึกแดง กรมศิลปากรได้ปรับปรุงให้เป็นพื้นที่จัดแสดงนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งจัดแสดงพระราชประวัติ และพระราชกรณียกิจในรัชกาลที่ 5 โดยภายในแบ่งออกเป็นโซนต่างๆ ได้แก่

-ห้องปิยมหาราช : จัดแสดงเกี่ยวกับพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจที่สำคัญ

-ห้องราชเคียงประชา : จัดแสดงพระราชกรณียกิจในการปฏิรูปสังคมให้มีความเสมอภาค โดยเฉพาะการเลิกทาส ทำให้ราษฎรเป็นไทแก่ตัว

-ห้องธำรงเอกราช : จัดแสดงพระราชกรณียกิจในการปฏิรูปภายในประเทศ และการเจริญพระราชไมตรีกับนานาประเทศ

-ห้องสยามใหม่ : จัดแสดงภาพบ้านเมืองในสมัยรัชกาลที่ 5

-ห้องมรดกสถาปัตยกรรมของสยาม : จัดแสดงแบบจำลองสามมิติของสถาปัตยกรรมสำคัญ 5 แห่งที่สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 ซึ่งเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงเอกลักษณ์ ทางสถาปัตยกรรมของอาคารประเภทต่างๆ

-ห้องมรดกความทรงจำของโลก : จัดแสดงตัวอย่างสำเนาเอกสารสำคัญทางประวัติศาสตร์ของสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่ง UNESCO ได้ประกาศขึ้นทะเบียนเป็นมรดกความทรงจำแห่งโลก ในปี 2552

-หอสมุดปิยมหาราชรฦก : ศูนย์ข้อมูลสำหรับการศึกษา ค้นคว้า วิจัย พระราชประวัติและพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวในด้านต่างๆ

ที่ตั้ง ถ.หน้าพระธาตุ แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร

เปิดวันพุธ - อาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์) เวลา 09.00 - 16.00 น.

(ไม่เสียค่าใช้จ่าย)

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป หรือหอศิลป์เจ้าฟ้า

เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่เก็บรวบรวมและจัดแสดงผลงานศิลปกรรม ทั้งงานศิลปะแบบประเพณี และผลงานร่วมสมัย เพื่อนำเสนอให้เห็นวิวัฒนาการของผลงานสร้างสรรค์ทางทัศนศิลป์ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ของศิลปินผู้มีชื่อเสียงทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ

สำหรับการจัดแสดงนิทรรศการในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป แบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลักๆ ได้แก่

1.นิทรรศการถาวร ที่จัดแสดงใน 4 หัวเรื่อง ประกอบด้วย

-ห้องจิตรกรรมในราชสำนัก : จัดแสดงภาพจิตรกรรมไทยที่ผสมผสานกับรูปแบบจิตรกรรมตะวันตก

-ห้องเฉลิมพระเกียรติ จิตรกรรมฝีพระหัตถ์ : จัดแสดงภาพจิตรกรรมฝีพระหัตถ์ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

-ห้องจิตรกรรมไทยประเพณี : จัดแสดงงานจิตรกรรมไทยประเพณี ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับพระพุทธศาสนา สอดแทรกเรื่องราวในวรรณคดีและวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนไทยสมัยก่อน ทั้งยังเป็นพื้นที่จัดแสดงภาพจิตรกรรมของ ขรัวอินโข่ง จิตรกรคนสำคัญในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวอีกด้วย

-ห้องศิลปกรรม หลังพุทธศักราช 2475 : จัดแสดงผลงานศิลปกรรมชิ้นเยี่ยม ของศาสตราจารย์ศิลป พีระศรี และลูกศิษย์รุ่นแรกๆ ของท่าน ซึ่งได้รับการยกย่องให้เป็นศิลปินแห่งชาติ และศิลปินชั้นเยี่ยม อาทิ เขียน ยิ้มศิริ, เฟื้อ หริพิทักษ์, พิมาน มูลประมุข, สนั่น ศิลากร, สิทธิเดช แสงหิรัญ เป็นต้น

2.นิทรรศการหมุนเวียน และนิทรรศการความร่วมมือระหว่างประเทศ

ซึ่งเป็นพื้นที่สำหรับจัดนิทรรศการของศิลปินร่วมสมัยในปัจจุบันที่ได้รับการพิจารณาและคัดเลือก โดยจะหมุนเวียนสลับกันไปในแต่ละเดือน ทั้งยังเป็นพื้นที่จัดนิทรรศการในลักษณะของความร่วมมือกับองค์กรและศิลปินต่างประเทศ เพื่อให้ผู้ที่มีความรักและสนใจในงานทัศนศิลป์นานาชาติ ได้มีโอกาสสัมผัสกับผลงานคุณภาพ ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ ตลอดจนกระชับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศได้อีกด้วย

โดยหอศิลป์เจ้าฟ้า เดิมทีตัวอาคารเป็นโรงกษาปณ์สิทธิการ ในรูปแบบสถาปัตยกรรมตะวันตก แบบนีโอคลาสสิก ออกแบบโดย นายคาร์โล อัลเลกรี่ สถาปนิกและวิศวกรชาวอิตาลี ประจำราชสำนักสยาม ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากโรงงานผลิตเครื่องจักรที่เมืองเบอร์มิ่งแฮม ประเทศอังกฤษ ตัวอาคารหลักเป็นอาคารชั้นเดียว บริเวณตรงกลางหน้าจั่วประดับด้วยลายปูนปั้นปิดทองตราพระราชลัญจกรประจำรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

ที่ตั้ง ถ.เจ้าฟ้า แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร

เปิดทุกวันพุธ - อาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์) เวลา 09.00 - 16.00 น.

(ค่าเข้าชม ชาวไทย 30 บาท / ชาวต่างชาติ 200 บาท / นักเรียน นักศึกษา พระภิกษุ และผู้สูงอายุ ไม่มีค่าใช้จ่าย)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...