โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"ป๊ากสามเสน" ที่เที่ยวเตร่ยามค่ำคืนในสยามยุคแรก มีสวนสนุกด้วย!

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 30 มี.ค. 2566 เวลา 02.06 น. • เผยแพร่ 30 มี.ค. 2566 เวลา 00.08 น.
บ้านหิมพานต์ หรือป๊ากสามเสน (ปาร์คสามเสน) (ภาพจาก หอจดหมายเหตุแห่งชาติ)

สถานที่เที่ยวเตร่ยามค่ำคืนแบบใหม่ที่เก็บเงินเข้าชมที่อีกแห่งหนึ่งคือ สวนสนุก ในเวลากลางคืน ภูมิหลังของ สวนสนุก พัฒนามาจากงานรื่นเริงหรือเรียกทับศัพท์ว่างาน Fair ตั้งแต่ครึ่งหลังของคริสต์ศตวรรษที่ 17 ที่มีลักษณะเป็นงานรื่นเริง มีกิจกรรมบันเทิงริมถนน มีโรงละคร สวน สปา และงานแสดงสินค้า จนมาถึงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 จึงเรียกพื้นที่ความบันเทิงที่รู้จักกันในชื่อ Fair ว่า Park ฉะนั้นจึงไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดอันใดที่ สวนสนุก แห่งแรกในกรุงเทพฯ จะถูกเรียกว่า “ป๊าก” เช่นกันนั่นก็คือ ป๊ากสามเสน หรืออีกชื่อหนึ่งคือบ้านหิมพานต์

ป๊ากสามเสนหรือบ้านหิมพานต์เปิดบริการตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2451 ตั้งอยู่ในบริเวณบ้านพักของพระยาสรรพการหิรัญกิจ หนึ่งในผู้บริหารธนาคารไทยพาณิชย์ ในป๊ากมีที่ดินประมาณ 16,000 ตารางวา กลางป๊ากมีตึก 2 หลังทำอย่างประณีตงดงาม

ตอนหน้าของตึกมีโรงละครใหญ่อย่างงาม 1 โรง มีกรงเลี้ยงสัตว์ต่างๆ มีสระน้ำและสนามหญ้า มีเขาที่ก่อด้วยหินขนาดใหญ่พร้อมด้วยถ้ำสำหรับเข้าไปเที่ยวภายในได้ เขาและถ้ำนี้มีน้ำพุกระโจนออกมาไม่ขาดสาย ด้านหน้าน้ำพุเป็นสระประดับประดาด้วยเครื่องทอง ภายในถ้ำมีทางขึ้นบนยอดเขาได้และมีพระพุทธรูปสำหรับบูชาในถ้ำ

ส่วนบริเวณหลังตึกมีเขาดิน ภายในเขามีอุโมงค์กว้างขวาง บนเขามีถนนทำด้วยปูนซีเมนต์ มีที่พักทำด้วยศิลาและปลูกไม้หอม มีสระน้ำข้างๆ เขาก่อด้วยศิลาเป็นหย่อมๆ สำหรับนั่งดูน้ำ มีโรงเครื่องดื่มต่างๆ เช่นโรงกาแฟที่มีหมากพลูบุหรี่ มีเก้าอี้สำหรับนั่งเล่นตามสนาม มีเรือสำหรับพายเล่นในคลองและในสระ มีท่าน้ำและสนามหญ้าขนาดใหญ่และเล็ก และชายป่าที่ล้วนปลูกไม้ดอกและไม้ประดับ สำหรับผู้ที่ต้องการไปเที่ยวชมในป๊ากต้องเสียเงินค่าผ่านประตูคนละหนึ่งบาท เปิดให้เข้าชมได้ตั้งแต่เวลา 7 โมงเช้าจนถึงสองยามหรือเที่ยงคืน ครั้นต่อมาก็มีการนำภาพยนตร์จากยุโรปเข้ามาฉายทุกคืนวันอังคารและวันพฤหัสบดีตั้งแต่เวลา 1 ทุ่มจนถึง 4 ทุ่มครึ่ง

ป๊ากสามเสนมีลักษณะเป็นสวนสนุกที่ยังไม่ถึงกับเป็นสวนสาธารณะและคล้ายคลึงกับสวนสำราญในสังคมจารีตที่เป็นพื้นที่เฉพาะกลุ่มชนชั้นนำ เช่น สวนขวาและสวนสราญรมย์ที่ประกอบด้วยต้นไม้ สระน้ำ สนามหญ้า ภูเขา และเครื่องบันเทิงประเภทต่างๆ

การสร้างสวนสนุกในยามค่ำคืนให้เป็นพื้นที่พักผ่อนหย่อนใจของคนกรุงเทพฯ จึงทำให้กรอบความคิดเรื่องสวนเพื่อความสำราญไม่ได้เป็นพื้นที่ของชนชั้นนำอย่างในสังคมจารีตอีกต่อไป แต่ได้เริ่มเป็นพื้นที่ใหม่สำหรับสาธารณชนที่ทุกคนสามารถเข้าไปใช้ชีวิตยามค่ำคืนในสวนสนุกได้

การเปิดบริการป๊ากสามเสนได้รับความสนใจจากคนกรุงเทพฯ อยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะเมื่อนำภาพยนตร์เข้ามาฉาย แต่ผู้ที่เข้าไปชมและใช้บริการกิจกรรมยามค่ำคืนต่างๆ ในป๊ากสามเสนกลับพบว่าส่วนใหญ่เป็นกลุ่มชนชั้นนำมากกว่าสามัญชน

ทั้งนี้อาจพิจารณาได้จากอัตราค่าผ่านประตูที่เก็บอยู่ที่ 1 บาทต่อ 1 คน เมื่อเทียบกับรายได้ของสามัญชนส่วนใหญ่แล้วก็ยังนับว่าเป็นราคาที่ค่อนข้างสูง ประกอบกับความไม่สะดวกในการเดินทางกลับบ้านของสามัญชนที่ไม่มียานพาหนะส่วนตัว เพราะเมื่อเวลาหนังเลิกตอน 4 ทุ่มหรือเวลาปิดบริการป๊ากตอนเที่ยงคืนรถรางเที่ยวสุดท้ายได้หมดไปตั้งแต่ 2 ทุ่มแล้ว ในเรื่องการเดินทางจึงเห็นได้ว่ายานพาหนะเป็นสิ่งสำคัญต่อการใช้ชีวิตยามค่ำคืนนอกบ้านของคนกรุงเทพฯ ที่สามารถพาพวกเขาไปสู่พื้นที่กลางคืนของเมืองที่ใดและจะกลับเมื่อใดก็ได้

อย่างไรก็ตาม ป๊ากสามเสนก็เป็นพื้นที่แรกที่แสดงให้เห็นการใช้พื้นที่สวนเพื่อความสำราญในยามค่ำคืนร่วมกันระหว่างชนชั้นสูงกับสามัญชนก่อนที่จะมีสวนสาธารณะเพื่อสาธารณชนในเมืองอย่างแท้จริงที่สวนลุมพินีในปลายทศวรรษที่ 2460

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่**

หมายเหตุ : คัดเนื้อหาส่วนหนึ่งจากหนังสือ “กรุงเทพฯ ยามราตรี” เขียนโดย วีระยุทธ ปีสาลี (สำนักพิมพ์มติชน, 2557)

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 21 ตุลาคม 2560

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...