โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“พัดชา” เพราะความบังเอิญ จึงมีวันนี้

TheHippoThai.com

เผยแพร่ 16 ก.ย 2562 เวลา 01.00 น. • THE HIPPO | Another Point Of View

“พัดชา” หรือชื่อเต็ม ๆ “พัดชา เอนกอายุวัฒน์” นักร้องจากเวทีประกวดชื่อดังที่หายหน้าหายตาไปนาน ทิ้งไว้แต่ผลงานเพลง “เจ้าชายของฉัน” “ช้าไปไหมเธอ” “ไม่เสียใจ…ที่ได้รักเธอ” ให้แฟน ๆ ได้คิดถึง มาวันนี้เธอกลับมาอีกครั้งกับผลงานเพลง “ไม่รู้ใช่เธอไหม” จากจุดเริ่มต้นการเป็นนักร้องจากความบังเอิญถึงวันนี้ ชีวิตเธอต้องผ่านอะไรและมีสิ่งใดที่เปลี่ยนแปลงไปบ้าง?

 

จุดเริ่มต้นในสายอาชีพนักร้องของพัดชาคงต้องย้อนกลับไปถึงสมัยมัธยม จุดหักเหหลักในชีวิตเกิดขึ้นเมื่อเพื่อน ๆ ของพัดชาต่างรู้ตัวกันหมดแล้วว่าจะเรียนอะไรต่อ “มีแต่เราที่ลอย ๆ” เธอพูดถึงความคิดของตัวเอง “แล้วก็รู้สึกว่าคณะที่เพื่อน ๆ เลือกกันก็ไหวแหละ แต่นิเทศก็ยังไงดีนะ อักษรก็ยังไงดีว้า แล้วก็บังเอิญมาเจอว่ามีดุริยางคศิลป์เปิด ก็ลองดูแบบดิบ ๆ ทั้งอย่างนั้นแหละ”

จากประสบการณ์ที่ไม่เคยเรียนร้องเพลงมาก่อน กับการสนับสนุนของคุณแม่ที่ให้พัดชาลองดู ในที่สุดเธอก็ได้ก้าวเข้ามาสู่โลกของเสียงเพลงแบบไม่ทันได้ตั้งตัว

“คุณพ่อก็เป็นนักดนตรีด้วยนะ พ่อบอกไว้ว่าอย่าทำเลย” เธอหัวเราะ “แต่บังเอิญพ่อไม่อยู่ดุแล้ว คุณแม่เลยให้ลอง…ปรากฎก็สอบติด ก็เป็นก้าวแรกสุดเลย เหวอเหมือนกันนะ เป็นการตัดสินใจในช่วงสามสี่เดือนเอง”

“พอได้เข้าไปเรียนแล้วก็รู้สึกว่ารุ่นพี่ทุกคนเก่งหมดเลย” เธอเล่าไปขำไปถึงอุปสรรคทางการเรียนด่านแรก เพราะทุกคนล้วนแล้วแต่เอาดีทางด้านดนตรีมาก่อนทั้งนั้น “ต่อมาพอเราเข้าประกวดที่เน้นทางดนตรีป็อปซึ่งเราเน้นเรียนคลาสสิกมา ก็งง ๆ ว่าทำไมเขาถึงจัดเราไปอยู่ในหมวดดีว่า เราก็จะได้โจทย์เพลงมหาโหดมากมาย อุปสรรคอันต่อมาเลยอยู่ตรงที่เราถูกเอาไปไว้ในตำแหน่งที่ยาก ๆ หลังจากนั้นเราก็ปิดกั้นตัวเองเลยนะ ไม่กล้าเรียกตัวเองว่านักร้องจนอายุ 25”

“เพราะเราถูกนำไปวางไว้ในที่ที่เราไปไม่ถึงเสมอ” น้ำเสียงของเธอกลับมาจริงจังอีกครั้ง “ตอนเข้าคณะก็รู้สึกเด๋อกว่าคนอื่นเขา ทฤษฎีก็ศูนย์ ประวัติก็ศูนย์ ร้องจำเอาอย่างเดียวไม่มีพื้นฐานอะไรเลย ไปเรียนก็เจอทุกคนเรียนร้องเพลงมา ไม่ค่อยเข้าใจว่าต้องทำตัวยังไง”

“แล้วเมื่อถูกวางไว้เป็นดีว่า…” เธอเว้นไปสักครู่ “ดีว่าในสายตาเราคือคุณแม่ ๆ ๆ ทั้งนั้นเลย เรารู้สึกว่าเราไปไม่ถึง แล้วตอนทำงานตอนอายุยี่สิบ เราไปเจอศิลปินรุ่นพี่รุ่นแม่ที่มีพลัง ในขณะเพลงเรายังป็อป ๆ เจ้าชายของฉันอยู่เลย อย่างเราเต้นเสร็จเราก็ต้องจบด้วย I Will Always Love You จนงงว่าทำไมเราถึงถูกเอาไปวางไว้ตรง Young Diva ว้าาาา” พัดชาลากเสียงสูง “ก็จะนอย ๆ คนจะมองว่าเรามั่นใจในตัวเอง แต่เมื่อกลับมาในพื้นที่ตัวเองคือไม่ใช่ นานมากกว่าจะยอมรับ”

“เราเพิ่งรู้ว่าคนรู้จักเราเยอะตอนเพลงช้าไปไหมเธอดังจนหายดังแล้ว มันเป็นช่วงที่ถามตัวเองว่ายังอยากทำอะไรอยู่อีกหรือเปล่า เราใช้เวลาเจ็ดปีในการเรียนจบเพราะเรียนไปทำงานไปด้วย หลังจากนั้นจึงมีความมั่นใจว่าเรามีความรู้ประมาณหนึ่งที่จะยืนบนเวทีได้โดยไม่ประหม่า ก็คุยกับตัวเองว่าคงเป็นนักร้องแล้วแหละ”

“อันที่จริงชอบ Easy Listening ซอฟท์ ๆ เบา ๆ” พัดชาตอบเมื่อเราถามถึงสไตล์เพลงที่เป็นตัวตนเธอจริง ๆ
“พอเราโตถึงอายุ 25 เราก็รู้ว่าตัวเองทำอะไรมาบ้าง ชอบอะไร คนอื่นเห็นเราเป็นยังไง ซึ่งมันไม่ตรงกันสักอัน ตอนเด็ก ๆ เป็นเจร็อกแต่งคอสเพลย์ เขียนตา ปากฟ้า ชุดกระโปรงพอง โชคดีที่เพลงช้าไปไหมเธอมันเจอกันครึ่งทางกับตัวเรา โอเค…พัดชาเป็นดีว่าที่ไม่ R&B จัดนะ เรารู้แล้วว่าเราต้องหาพื้นที่ที่จะมีความสุขกับมันให้ได้ ก็อ่ะ…ลงตัวได้ว่าเก็บเจร็อกไว้ที่บ้าน เพลง Easy Listening เอาไว้เวลาเสร็จงานเนอะ เวลาทำงานก็ใช้ศักยภาพของเราให้เต็มที่”

“การร้องเพลงสำคัญที่สุด” เธอพูดถึงความสำคัญของสิ่งที่เธอทำอยู่ทุกวันนี้ ที่เป็นไฟขับเคลื่อนให้เธอยังเป็นนักร้องอยู่ “แต่ไม่นับแม่นะ เรียงเลย แม่, เพลง, เพื่อน, แฟน”

“เวลาอยู่กับเพลงเราเป็นอะไรก็ได้ เป็นเกิร์ลกรุ๊ป ดีว่า-ร็อก แล้วดูเหมือนคนจะเข้าใจความรู้สึกเรามากกว่าเวลาพูดตอบคำถามปกติ ความสำคัญสำหรับพัดคือ มันเป็นช่องทางส่งความรู้สึกไปหาคนฟังโดยไม่มีกำแพงกั้นระหว่างเรา”

ในช่วงที่เธอหายหน้าหายตาไป ก็คงเป็นช่วงที่แฟน ๆ เริ่มถามหาผลงานใหม่ของเธอกันแล้ว และในช่วงสุญญากาศของการทำงานนั่นเอง ที่พัดชาเรียกมันว่า “วิกฤติชีวิตวัยกลางคน”

“มันก็จะมีช่วงวิกฤติชีวิตนิดหน่อยที่เราหมดสัญญากับที่เก่า พอต้องออกมาดูแลตัวเองก็พบกับโลกความเป็นจริง เจอต่อราคาแล้วเราจะตอบว่ายังไงวะเนี่ย” เธอหัวเราะขึ้นมาอีกครั้ง “ตัวจริงเป็นคนใจอ่อนเว้ย! เรารู้ว่าเราไม่สามารถดีลกับสิ่งเหล่านี้ได้โดยตรง แล้วถ้าไม่มีค่ายก็ไม่มีเพลงใหม่หรือเปล่า ถ้าทำเพลงเอง ช่องทางที่เราจะปล่อยจะเป็นยังไง…เครียด ช่วงนั้นเราก็ต้องพอเพียงประมาณหนึ่ง ก็ปล่อยไหล นอยไปก่อน คิดไม่ตกก็ไม่ต้องคิด”

ในช่วงเวลาที่ผ่านมาหลังจากได้คิดสะระตะกับตัวเองว่าจะสามารถเดินทางในเส้นทางสายอาชีพนี้ได้จริง ๆ หรือ? “เรียนก็เรียนทางนี้ มีความสุขกับสิ่งนี้ที่สุด” เธอตอบคำถามที่เธอถามตัวเอง “เรารู้ว่าอาชีพนี้ไม่ได้เป็นเศรษฐีเหมือนตอนเด็ก ๆ แล้วนะ มันเป็นอาชีพคนจริง ๆ ต้องบริหารจริง ขยันจริง มันเป็นอาชีพที่มีครบทุกอย่างยังไง แต่ไม่มีดวงคือจบ ซึ่งมันเป็นจุดสุดท้ายที่เราต้องปล่อยให้เป็นไป เราไหวเปล่าวะ? เราพยายามทำตัวเองให้อยู่ให้จริงได้ที่สุด วันไหนอยู่ไม่ไหวก็ไม่เรียกว่าท้อนะ เรียกว่าขอไปพักก่อน ไม่เคยคิดจะหยุดร้องเพลงเลย”

“ก่อนที่จะมาเจอค่ายมิวสิคครีมเราก็รู้สึกว่าต้องพร้อมมาก่อน จุดที่ผลักคือเราเห็นว่าความเป็นจริงมันยังมีพื้นที่สำหรับเราอยู่ เราไม่ต้องเหมือนคนอื่นที่เห็นในอินสตาแกรมที่ออกงานเยอะ ๆ เราอยู่ได้หรือเปล่าด้วยเงินเท่านี้ โอกาสเท่านี้ งานเท่านี้ เรารักอย่างอื่นเท่านี้หรือเปล่า พอคิดแบบนี้แล้วมันดีมากเลยนะ มันสอนให้เรารู้ว่าหนึ่งงานมันแฮปปีขนาดไหน” เสียงของพัดชาเปี่ยมไปด้วยความสุขกับบ้านใหม่หลังนี้ “ไม่ได้เข้าห้องอัดนานแล้ว พอมาทำซิงเกิลนี้พี่ ๆ เขาก็มีวิธีทำให้เรากลับคืนมาได้”

“พัดตกลงกับแฟนไว้ว่าจะอยู่ตรงนี้ให้นานที่สุด อุตส่าห์กลับมามีซิงเกิลเองแล้วก็เห็นฟีดแบ็ค ในชีวิตจริงพัดอยากร้องเพลงไปจนแก่เลยนะ ทุกวันนี้ได้มีโอกาสทำงานกับรุ่นพี่ รุ่นน้า รุ่นป้า รุ่นอาเยอะ ๆ ขึ้น เราก็จะเห็นรีวิวชีวิตนักร้องหลายเวอร์ชัน มันทำให้เราวางแผนได้ว่าโตไปอยากเป็นอย่างเขาไหม”

“จนกว่าจะมีอะไรต้องเปลี่ยนค่ะ” เธอทิ้งท้าย

ขอบคุณสถานที่ : Folk Poshtel Asok

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...