กรมคุมประพฤติ เริ่มใช้กำไล EM ผู้ได้รับการพักโทษ ล็อตแรก 2-3 พันราย ก.ย. นี้ ลดปัญหาแออัดในเรือนจำ
วันที่ 17 กรกฎาคม 2563 ที่กระทรวงยุติธรรม นายวิตถวัลย์ สุนทรขจิต อธิบดีกรมคุมประพฤติ เปิดเผยถึงความคืบหน้าการนำอุปกร์อิเลคทรอนิกส์ติดตามตัว (Electronic Monitoring) หรือกำลัง EM มาใช้กับผู้ถูกคุมประพฤติที่ได้รับการพักโทษ ตามเงื่อนไขของกรมราชทัณฑ์ ว่า จากการประเมินเบื้องต้น จะมีผู้ที่เข้าข่ายได้รับการพักโทษ กว่า 1 แสนคน แต่จะเป็นการทยอยปล่อยตัวเพื่อลดปัญหาความแออัดในเรือนจำ โดยกรมราชทัณฑ์จะเป็นผู้กลั่นกรองทั้งหมด
นายวิตถวัลย์ กล่าวว่า ผู้ที่เข้าข่ายได้รับการพักโทษ มีทั้งนักโทษชั้นเยี่ยม ชั้นดี ผู้ต้องขังคดีลหุโทษ ซึ่งต้องผ่านการจำคุกมาแล้ว 1 ใน 3 และตรงตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ ขณะนี้ กรมคุมประพฤติ ได้มีการจัดซื้อ จัดจ้าง และเซ็นสัญญาการเช่าใช้กำไล EM แล้ว จำนวน 30,000 เครื่อง และอยู่ระหว่างการผลิตและทดลอง คาดว่า จะนำมาใช้กับผู้ถูกคุมประพฤติ ล็อตแรก จำนวน 2,000-3,000 ราย โดยจะเริ่มใช้ได้ในเดือนกันยายนนี้ และจะเปิดใช้เต็มระบบในเดือนพฤศจิกายน 2563
อธิบดีกรมคุมประพฤติ กล่าวและว่า นโยบายการให้ผู้ถูกคุมประพฤติเช่าใช้กำไล EM นั้น มีความเป็นไปได้สูง โดยกำหนดเกณฑ์ให้ใช้กับผู้ที่ได้รับการพักโทษใช้ครึ่งหนึ่งของโทษที่เหลืออยู่ เช่น การณี ผู้ที่เหลือโทษจำคุก อีก 1 ปี ให้ติดกำไล EM เป็นเวลา 6 เดือน เหลือโทษาจำคุก 5 ปี ให้ติดกำไล EM 2 ปี ซึ่งให้เป็นไปตามเงื่อนไขของกรมคุมประพฤติ และต้องเข้ารายงานตัวตามกำหนดนัด ถือเป็นการเปิดโอกาสให้คนเหล่านี้กลับไปประกอบอาชีพหาเลี้ยงครอบครัว
“สำหรับผู้ถูกคุมประพฤติที่มีฐานะ จะใช้วิธีให้เช่าอุปกรณ์อิเทคทรอนิกส์ ส่วนผู้ที่มีฐานะยากจน จะให้ใช้กำไล EM ในรูปแบบสงเคราะห์บริการของรัฐ “ฟรี” จนกว่าจะพ้นจากการถูกคุมประพฤติ ทั้ง 2 กรณี ก่อนที่จะมีการอนุมัติให้ใช้กำไล EM กรมคุมประพฤติจะส่งเจ้าหน้าที่ลงไปสืบเสาะว่า มีผู้อุปการะหรือไม่ มีอาชีพรองรับหรือไม่ และมีประวัติเกี่ยวกับยาเสพติดหรือไม่ หลังจากผ่านการพิจารณาแล้วจึงจะอนุมัติให้ใช้อุปกรณ์อิเลคทรอนิกส์ติดตามตัว อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ กรมคุมประพฤติ และกรมราชทัณฑ์ อยู่ระหว่างการจัดทำหลักเกณฑ์ ข้อกำหนดร่วมกัน” นายวิตถวัลย์ กล่าว