เตรียมทำหมัน'ยุงลาย'แก้ปัญหาไข้เลือดออก
มหาวิทยาลัยมหิดลเตรียมทำหมันยุงลายในพื้นที่กทม. หลังนำร่องทำที่ฉะเชิงเทราเมื่อปี59พบประชากรยุงมีจำนวนลดลง
วันนี้( 12 ก.พ.61) นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นประธานเปิดประชุมโครงการทำหมันยุงลายระดับภูมิภาค ร่วมกับนายยูกิยา อมาโน ผู้อำนวยการใหญ่ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ โดยมีผู้เชี่ยวชาญจากองค์การอนามัยโลก จากยุโรป และผู้แทนประเทศต่างๆในภูมิภาคเอเซียแปซิฟิกรวม 22 ประเทศเข้าร่วม เพื่อแลกเปลี่ยน การลดความเสี่ยงต่อโรคที่นำโดยยุงลายเป็นพาหะ ได้แก่ โรคไข้เลือดออก โรคไข้ปวดข้อยุงลายหรือโรคไข้ชิกุนคุนยา และโรคไข้ติดเชื้อไวรัสซิกา รวมถึงเสนอแนวทางการทำหมันยุงที่ประเทศไทยได้นำร่องไปแล้ว เมื่อปี 2559 โดยคาดว่าจะมี 4 ประเทศที่มีความพร้อมนำวิธีการนี้ไปใช้ ได้แก่ สิงคโปร์ , ฟิลิปปินส์ , อินโดนีเซีย และเมียนมา
รองศาตราจารย์ ปัทมาภรณ์ กฤตยพงษ์ หัวหน้าศูนย์วิจัยเพื่อความเป็นเลิศพาหะและโรคที่นำโดยพาหะ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ระบุว่า หลังจากได้นำร่องโครงการทำหมันยุงลายสองขั้นตอน คือ การฉีดเชื้อแบคทีเรียร่วมอาศัยสกุลโวบาเกียสองสายพันธุ์ และฉายรังสีปริมาณอ่อนเพื่อให้ยุงเป็นหมัน ก่อนนำไปปล่อยที่อำเภอแปลงยาว จังหวัดฉะเชิงเทรา เมื่อปี 2559 พบผลลัพธ์เป็นที่น่าพอใจ ประชากรยุงมีจำนวนลดลง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการวิเคราะห์ข้อมูลให้เป็นตัวเลข พร้อมข้อสรุปว่าการทำหมันยุงลาย สามารถป้องกันโรคไข้เลือดออก และโรคที่มียุงเป็นพาหะได้หรือไม่
ทั้งนี้ อยู่ระหว่างหารือกับกรุงเทพมหานคร ในการทดลองปล่อยยุงลายเป็นหมันในพื้นที่ระบาดซ้ำซาก ซึ่งต้องใช้เวลาในการเตรียมการ ทั้งยุง และสถานที่ โดยเฉพาะยุงที่ต้องใช้ถึงประมาณ 5-10 ล้านตัว คาดว่าจะเริ่มได้ภายใน 1-2 ปีนี้
ด้านนพ.ปรีชา เปรมปรี ผู้อำนวยการสำนักงานโรคติดต่อนำโดยแมลง กรมควบคุมโรค ระบุว่า สถานการณ์โรคไข้เลือดในปี 2561 คาดว่าจะมีความรุนแรงมากกว่า2-3 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่ขึ้นลงปกติ โดยตั้งแต่เดือนม.ค. 2561 มีผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกแล้วประมาณ 1,000 คน เสียชีวิต 5 ราย ใกล้เคียงกับปี 2560 ที่มีผู้เสียชีวิตประมาณ 60 คน เฉลี่ยเดือนละ 5 ราย ดังนั้น ประชาชนจึงต้องระมัดระวัง ขณะที่โรคไวรัสซิกา มีระบาดในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล แต่ไม่มาก เช่นเดียวกับ โรคปวดข้ออักเสบ ที่พบไม่มาก และไม่รุนแรง