โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

โตโยต้า C-HR GR Sport นิ่ง เนียน กริบ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 10 เม.ย. 2565 เวลา 07.18 น. • เผยแพร่ 09 เม.ย. 2565 เวลา 23.24 น.

คอลัมน์ : เทสต์ คาร์ ผู้เขียน : วุฒิณี ทับทอง

ปิดแทร็กช้างเซอร์กิต พร้อมทั้งขนเอารถยนต์ในตระกูล GR Sport มาให้บรรดาสื่อมวลชน และลูกค้าได้ทดสอบสมรรถนะกันอย่างหนำใจ ครบทั้ง 5 รุ่น ตั้งแต่ไฮลักซ์ รีโว่, ฟอร์จูนเนอร์, อัลติส, โคโรลล่า ครอส และซี-เอชอาร์ จากค่ายโตโยต้า ไทยแลนด์

งานนี้ “ประชาชาติธุรกิจ” ไม่พลาดร่วมทริปครั้งนี้ ดีกรีความร้อนแรงในสนามนอกจากรถในตระกูล GR Sport แล้ว โตโยต้าปิดสนามเพื่อเชิญบรรดาลูกค้าคนพิเศษผู้ที่เป็นเจ้าของรถที่ว่ากันว่า กลายเป็นแรร์ไอเท็มไปแล้ว อย่าง Toyota GR Yaris

ไม่รอช้า ขอสัมผัสกับC-HR GR Sport เป็นคันแรก มองปราดเดียวต้องบอกว่า ชุดแต่งที่โตโยต้าใส่เข้ามาในรถคันนี้ สะกดสายตาได้อยู่หมัด

ด้วยชุดแต่ง กันชนหน้าดูสปอร์ต ใส่สเกิร์ตมาให้รอบคัน

ส่วนภายในห้องโดยสารนั้น มาในโทนสีดำ Total Look และสี Gun Metallic เบาะนั่งออกแบบพิเศษ เดินเส้นด้ายสีเทาเข้มขรึม พร้อมสัญลักษณ์ GR

เช่นเดียวกับพวงมาลัยแบบ 3 ก้าน หุ้มหนังติดสัญลักษณ์ GR รวมถึงปุ่มสตาร์ต ที่ติด RG ด้วย เพื่อบ่งบอกตัวตน

โดยส่วนตัวแล้ว ชื่นชอบการออกแบบ เจ้า C-HR เวอร์ชั่นนี้เอามาก ๆ

หน้าตาดูลงตัว มีความทะมัดทะเเมง คล่องตัว เหมาะกับการขับขี่ในเมือง

ส่วนความเปลี่ยนแปลง ที่โตโยต้าตั้งใจทำออกมา ในเรื่องสมรรถนะการขับขี่นั้น

เป็นที่ทราบกันดีว่า C-HR คือรถยนต์คันแรกที่ โตโยต้า ไทยเเลนด์ พัฒนาและแนะนำออกสู่ตลาดภายใต้แพลตฟอร์ม TNGA ที่หลายคนยังชมกันไม่หยุดในเรื่องของ “ช่วงล่าง”

ส่วน C-HR GR Sport คันนี้ โตโยต้า “ตั้งใจ” พัฒนา ปรับจูนช่วงล่างใหม่ เพื่อต้องการประสบการณ์การขับขี่ที่สนุกและเร้าใจมากขึ้นกว่าเดิมให้กับลูกค้า

ด้วยการพัฒนาคอยล์ปริง และช็อกแอบซอร์บเบอร์ ที่ตั้งใจออกแบบมาเฉพาะรุ่น

ทำงานผสานกับช่วงล่างอิสระแบบปีกนกคู่

ทำให้ช่วงล่างของรถคันนี้ กริบจริง ๆ ไม่ว่าจะกี่โค้งในแทร็กช้างฯ แห่งนี้ รถคันนี้เอาอยู่

ยิ่งช่วงที่เราทดสอบกัน อุณหภูมิในสนามลดลง มองจากจอหน้าปัด หล่นไปที่ 17 องศาเท่านั้น

งานนี้เราเลือกเปิดฮีตเตอร์กันแทน

แถมยังมีสายฝนเม็ดละเอียด เป็นฝอย ๆ ตกลงมา ทำให้สนามแห้ง ๆ กลายเป็นแทร็กเปียก โดยไม่ได้ตั้งใจ

ยิ่งทำให้เราได้เห็นสมรรถนะของรถคันนี้ชัดเจนขึ้น

ส่วนเครื่องยนต์ถามทีมงานว่ามีการปรับเปลี่ยนอะไรหรือ คำตอบที่ได้รับมีเพียงแค่ ปรับจูนกล่อง ECU นิด ๆ หน่อย ๆ เครื่องยนต์ยังคงเป็นเครื่องเบนซินไฮบริด ขนาด 1.8 ลิตร

จากจุดสตาร์ต เราได้ทดสอบความคล่องตัว ทั้งการทำสลาลอม, เลนเชนจ์ รวมทั้งการเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง

รถคันนี้ถือเป็นรถที่ครบเครื่อง ทั้งความคมแม่นยำของพวงมาลัย ช่วงล่างที่สมบูรณ์แบบทั้งทางตรง และการเข้าโค้ง ตรงนี้ต้องให้เครดิตกับโตโยต้าทำออกมาได้ดีจริง ๆ

ติดแค่ตรงการทำงานของเครื่องยนต์ในจังหวะที่เข็นทำความเร็ว เสียงอาจจะดังไปนิด แต่ก็ยังพอรับได้

ส่วนระบบความปลอดภัยมามีครบกับ โตโยต้า เซฟตี้ เซนส์ ทั้งระบบการเตือนเมื่อรถออกนอกเลน มีระบบควบคุมปรับลดความเร็วและหยุดได้ถึง 0 กม.ต่อ ชม. โดยที่เรายังสามารถกลับไปยังความเร็วที่ตั้งไว้ได้ หากยังไม่ได้แตะเบรก

รวมทั้งปรับไฟสูงอัตโนมัติ

เผลอแป๊บเดียวหมดเวลาของการนั่งอยู่ด้านหลังพวงมาลัยของเจ้า C-HR GR Sport คันนี้ซะแล้ว

คงเหมือนที่เขาชอบพูดกันว่า “เวลาของความสุขและความสนุกมักจะผ่านไปเร็ว”

และต้องไม่ลืมว่าการทดสอบครั้งนี้ เราทดสอบบนแทร็กระดับโลก ส่วนการทำรถคันนี้ออกมาวิ่งบนถนนจริง ๆ สภาพการจราจรแบบบ้านเราจะเป็นอย่างไร อันนี้น่าสนใจ ? มีโอกาสคงจะได้ทำมาทดสอบและเล่าสู่กันอีกครั้ง

ส่วนราคาค่าตัวของรถคันนี้อยู่ที่ 1.189 ล้านบาท ถือว่าน่าสนใจ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...