ชาวสวนชมพู่ทับทิมจันทร์เฮ ช่วงตรุษจีนยอดส่งออกพุ่ง ราคาดี เชื่อเป็นผลไม้มงคล
ราชบุรี ชาวสวนชมพู่ทับทิมจันทร์เฮ ช่วงเทศกาลตรุษจีน ยอดส่งออกพุ่ง รสชาติหวานกรอบ ชาวจีนนิยม เชื่อเป็นผลไม้มงคล นำประกอบเครื่องเซ่นไหว้บรรพบุรุษ และของฝาก
วันที่ 17 ม.ค.66 ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ แหล่งปลูกชมพู่ทับทิมจันทร์คุณภาพ โดยได้พบกับ นายประยูร วิสุทธิไพศาล เกษตรกรชาว อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี เจ้าของสวนชมพู่มาตรฐาน GAP
โดยพบว่า คนงานต่างเร่งคัดคุณภาพและบรรจุใส่ลัง เตรียมจัดส่งให้ลูกค้า โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลตรุษจีนที่ใกล้จะมาถึง มียอดสั่งชมพู่เข้ามามากขึ้น
นายประยูร เปิดเผยว่า ตนมีพื้นที่ปลูกชมพู่ทับทิมจันทร์ จำนวน 25 ไร่ สามารถเก็บผลผลิตได้ประมาณ 40-50 ตันต่อปี ที่ผ่านมานอกจากจะจำหน่ายผลผลิตภายในประเทศแล้ว ยังส่งออกไปยังต่างประเทศ อาทิ มาเลเซีย สิงคโปร์ และจีน ประมาณร้อยละ 70 ของผลผลิตทั้งหมด
โดยประเทศจีน เป็นลูกค้ารายสำคัญที่มีการสั่งซื้อมากที่สุด หรือคิดเป็นร้อยละ 40 ของปริมาณการส่งออก เนื่องจากรสชาติที่หวานกรอบ และผลสีแดงคล้ายสีของทับทิม จึงทำให้ชมพู่ทับทิมจันทร์เป็นหนึ่งในผลไม้ที่ชาวจีนนิยมนำไปใช้ประกอบเครื่องเซ่นไหว้บรรพบุรุษ และของฝากในช่วงเทศกาลตรุษจีน ด้วยเชื่อว่าจะนำมาซึ่งความเป็นมงคล
ที่ผ่านมาพบปัญหาวิกฤตโควิด-19 ทำให้การส่งออกชมพู่ได้รับผลกระทบ เนื่องจากนโยบายโควิดเป็นสูญ หรือ ZERO COVID-19 ของประเทศจีน จนกระทั่ง ประเทศจีนได้ผ่อนคลายนโยบายดังกล่าว
ประกอบกับสภาพอากาศในปีนี้ที่เอื้ออำนวย ทำให้ชมพู่ติดผลดกมากกว่าปีที่ผ่านมาถึงร้อยละ 30 จึงดูเหมือนว่า เทศกาลตรุษจีนนี้จะเป็นโอกาสของเกษตรกรไทย ซึ่งขณะนี้ตนมียอดสั่งซื้อชมพู่เข้ามาเพิ่มมากขึ้นกว่าปีที่ผ่านมาถึงร้อยละ 75 ของผลผลิตทั้งสวน
ส่วนของราคาชมพู่ภายในประเทศ ปัจจุบันอยู่ที่กิโลกรัมละ 20-30 บาท หากส่งออกไปประเทศจีนจะอยู่ที่ 60-80 บาท ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับขนาดและคุณภาพ
อย่างไรก็ตาม ถึงตอนนี้เกษตรกรจะมีรายได้เข้ามา แต่ก็เป็นเพียงช่วงระยะเวลาสั้นๆ เมื่อเทียบกับภาระต้นทุนที่ต้องแบกรับทั้งค่าปุ๋ย ยา และสารเคมี ตลอดจนค่าแรงงาน ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง