เทศกาลภาพยนตร์โลกแห่งกรุงเทพ ครั้งที่ 15 พบหนังดัง 61 เรื่อง จาก 51 ประเทศ
เตรียมพบกับ “เทศกาลภาพยนตร์โลกแห่งกรุงเทพ” ครั้งที่ 15 ภายใต้ธีม “Return to Cinema” รับชมภาพยนตร์มากถึง 61 เรื่อง จาก 51 ประเทศทั่วโลก พร้อมกิจกรรมพิเศษภายในงาน ตั้งแต่ 2-11 ธ.ค. 65 ที่โรงภาพยนตร์เอส เอฟ เวิลด์ ซีเนม่า เซ็นทรัลเวิลด์
วันที่ 11 พฤศจิกายน 2565 กลับมาอีกครั้งสำหรับเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ “World Film Festival of Bangkok” หรือ “เทศกาลภาพยนตร์โลกแห่งกรุงเทพ” ครั้งที่ 15 ซึ่งปีนี้จัดภายใต้ธีม “Return to Cinema” โดย ดรสะรณ โกวิทวณิชชา ผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์ไทยอิสระ เป็นผู้อำนวยการเทศกาล
นายดรสะรณ โกวิทวณิชชา กล่าวว่า รู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมากกับเทศกาลนี้ เนื่องจากไม่ได้จัดมาหลายปีเพราะการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในฐานะที่เป็นทั้งผู้จัดและผู้ชม จึงคิดว่าเทศกาลนี้จะสร้างความคึกคักให้กับวงการภาพยนตร์ไทยอย่างมาก หลายคนตั้งคำถามว่าคนจะยังดูภาพยนตร์ในโรงอีกหรือ? เพราะในช่วงโควิด-19 ต้องปิดโรงภาพยนตร์นานหลายเดือน ทั้งยังถูกดิสรัปต์จากช่องทางอื่น ๆ แต่ส่วนตัวคิดว่าภาพยนตร์ถูกออกแบบมาให้ฉายในโรง เนื่องจากมีอุปกรณ์ทั้งแสงสีเสียงที่ครบถ้วนและมีคุณภาพ สามารถสื่อสิ่งที่คนทำหนังต้องการได้ทั้งหมด ดังนั้นหากดูให้ได้อรรถรสต้องดูในโรง นี่จึงเป็นที่มาของคอนเซ็ปต์ “Return To Cinema”
สำหรับการคัดเลือกภาพยนตร์นั้น มีความแตกต่างจากครั้งก่อน ๆ โดยให้คนทำหนังส่งเข้ามา และผู้จัดจะพิจารณาในมิติต่าง ๆ ทั้งตัวบท เนื้อหา ความน่าสนใจ และการเชื่อมโยงกับสังคม เป็นต้น ทำให้มีภาพยนตร์หลากหลายประเภทในเทศกาลนี้ ทั้งไทยและต่างประเทศ ที่สำคัญคือผู้ชมจะได้ดูหนังหลายแนว ซึ่งอาจทำให้ค้นพบความชอบและเปิดโลกทัศน์ใหม่ ๆ
“วัฒนธรรมการสร้างหนังแต่ละประเทศนั้นแตกต่างกัน และสอดแทรกอะไรหลาย ๆ อย่างไว้ในหนังเสมอ ทั้งตั้งใจและไม่ตั้งใจ ซึ่งผู้ชมจะได้รับกลิ่นอายของประเทศนั้น ๆ โดยไม่รู้ตัว” นายดรสะรณ กล่าว
ด้านสุวรรณี ชินเชี่ยวชาญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานปฏิบัติการ บริษัท เอส เอฟ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ภาพยนตร์เป็นสื่อในการโปรโมททั้งการท่องเที่ยว เเฟชั่น และวัฒนธรรม ซึ่งส่งผลเรื่องเศรษฐกิจย้อนกลับ และสนับสนุนนโนบายของรัฐบาลเรื่อง soft power ได้เป็นอย่างดี
ขณะที่นายภิมุข สิมะโรจน์ เลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เผยว่า เทศกาลนี้จะทำให้เมืองกรุงเทพฯ เต็มไปด้วยสีสัน เมืองจะมีแต่ผู้คนอย่างเดียวไม่ได้ เราต้องมีกิจกรรมต่าง ๆ ให้คนในเมืองทำเพื่อให้เมืองคึกคัก มีชีวิตชีวา ทั้งยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยภาครัฐจะเปิดพื้นที่อำนวยความสะดวกให้มากที่สุด ขณะเดียวกันก็ต้องขอความร่วมมือจากภาคเอกชนภาคซึ่งเป็นภาคส่วนที่ใหญ่และมีพลังเข้ามาสนับสนุน
หนุนนโยบาย soft power
ด้านนายปราโมทย์ บุญนำสุข ผู้เชี่ยวชาญสำนักงานกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ กล่าวว่า กองทุนฯ ได้ร่วมผลักดันนโยบาย 5F ของภาครัฐ ในเรื่องของ Film นอกจากการให้ทุนสนับสนุนคนทำหนังหน้าใหม่ ๆ แล้ว ยังพยายามสร้างภาคีเครือข่ายในการให้องค์ความรู้เพื่อที่จะให้ภาพยนตร์ไทยสามารถแข่งขันในระดับนานาชาติได้
เรามีการทำความร่วมมือ KOCCA ผู้ผลิตรายใหญ่ในเกาหลีใต้ และสถานีโทรทัศน์อารีรัง จะมีการส่งบุคลากรจากหลายหน่วยงานไปเรียนรู้ เนื่องจากเกาหลีใต้เป็นประเทศที่ใช้ soft power ด้านภาพยนตร์ในการกระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างมหาศาล
สำหรับเทศกาลภาพยนตร์โลกแห่งกรุงเทพในครั้งนี้ ได้คัดสรรภาพยนตร์มากถึง 61 เรื่อง ภาพยนตร์สั้นทดลอง 20 เรื่อง จากทั้งหมด 51 ประเทศทั่วโลกมาให้ได้ชม พร้อมจัดกิจกรรมพิเศษตลอดเทศกาล 10 วัน เพื่อกระตุ้นอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยจนถึงระดับสากล ถือเป็นอีกหนึ่งงานสำคัญที่อยู่ในนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ “Soft Power” ผลักดันส่งเสริมวัฒนธรรมที่มีศักยภาพ 5 F ของประเทศไทย ในด้านภาพยนตร์ (Film)
โดยภาพยนตร์ที่ถูกฉายในเทศกาลครั้งนี้ มีเรื่องราวที่หลากหลายทั้งเชื้อชาติ ภาษา วัฒนธรรม รวมถึงความหลากหลายทางเพศ เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิตผู้คนจากทุกสภาพสังคมทั่วโลก โดยแบ่งหมวดต่าง ๆ ดังนี้
1. Kaleidoscope ภาพยนตร์ที่เป็นที่กล่าวขวัญจากเทศกาลหนังดังทั่วโลก หรือภาพยนตร์ที่กวาดรางวัลมาจากเทศกาลหนังระดับแนวหน้า
2. Record เอาใจคอหนังสารคดีด้วยการคัดสรรภาพยนตร์ที่มีเรื่องราวและเนื้อหาที่น่าสนใจจากหลากหลายประเทศ
3. Windows ภาพยนตร์ที่มีวิธีการเล่าเรื่องแนวใหม่ และการใช้เทคนิคการถ่ายทำที่พัฒนาขึ้นอย่างก้าวกระโดดด้วยความล้ำของเทคโนโลยีที่โลกได้เปลี่ยนไปแล้วในห้วงเวลาจากล็อกดาวน์ และมีผลกระทบต่อชีวิตผู้คน ทำให้เราได้เปิดมุมมองใหม่เกี่ยวกับโลกภาพยนตร์ไม่มีที่สิ้นสุดด้วยภาพยนตร์สั้นและภาพยนตร์แนวทดลองที่น่าจับตามองที่สุดของปี 2022-2023
4. Special Presentation โปรแกรมพิเศษที่เป็นมากกว่าการฉายภาพยนตร์ แต่ผู้ชมจะได้สัมผัสและทำความรู้จักกับผู้สร้างสรรค์งานศิลปะแห่งการเล่าเรื่องบนโลกหนังมากขึ้น ผ่านกิจกรรมสุดพิเศษที่ทางเทศกาลได้เตรียมไว้อย่างครบครัน
5. Classics รวบรวมภาพยนตร์ระดับตำนานที่หาดูได้ยาก และยังคงตราตรึงอยู่ในความทรงจำและตราตรึงอยู่ในความรู้สึกที่ผู้ชมยังคงต้องการที่จะได้ร่วมรับประสบการณ์สุดประทับใจอีกครั้ง ทางเทศกาลได้เตรียมจัดฉายเป็นกิจกรรมพิเศษในงานครั้งนี้ด้วย
ภาพยนตร์ไฮไลต์ 12 เรื่อง
ขณะที่ภาพยนตร์ไฮไลต์มีจำนวน 12 เรื่อง จากทั้งหมด 61 เรื่อง อาทิ AFTERSUN จากอังกฤษและสหรัฐอเมริกา, ALCARRÀS จากสเปนและอิตาลี, IN VIAGGIO จากอิตาลี, EO จากโปแลนด์และฝรั่งเศส, NO BEARS จากอิหร่าน, A MAN จากญี่ปุ่น, TORI AND LOKITA จากเบลเยี่ยม, A HUNDRED FLOWERS จาก ญี่ปุ่น, RULE 34 จาก บลาซิลและฝรั่งเศส, RETURN TO SEOUL หนังความร่วมมือจากหลายประเทศอย่าง ฝรั่งเศส เกาหลีใต้ กัมพูชา เยอรมนี และเบลเยี่ยม, TCHAIKOVSKY’S WIFE จากรัสเซีย ฝรั่งเศส และสวิสเซอร์แลนด์, CLOSE จากเบลเยี่ยม
โดยภาพยนตร์ทั้ง 12 เรื่องได้รับการยอมรับและถูกฉายในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติอย่าง Cannes Film Festival, Venice Film Festival, Toronto Film Festival และ Busan International Film Festival เป็นต้น
เทศกาลภาพยนตร์โลกแห่งกรุงเทพ ครั้งที่ 15 ยังเป็นเทศกาลที่เชื่องโยงผู้คนแวดวงภาพยนตร์จากทั่วโลกมาเจอกัน ซึ่งปีนี้มีผู้กำกับ นักแสดง และผู้เชี่ยวชาญวงการภาพยนตร์ เดินทางมาร่วมเทศกาลครั้งนี้ราว 40 ท่าน
สำหรับรางวัลประจำเทศกาล “Lotus Award” เพื่อมอบให้ผู้กำกับหน้าใหม่ที่มีผลงานภาพยนตร์ที่ได้รับการจับตามองในเทศกาลยนตร์นานาชาติทุกมุมโลก ปีนี้มีภาพยนตร์เข้าชิงทั้งหมด 21 เรื่อง ได้แก่ 1) #LOOKATME จากสิงคโปร์ 2) I HAVE ELECTRIC DREAMS จากเบลเยี่ยม, ฝรั่งเศส และตอสตาริกา 3) A MAN จากญี่ปุ่น 4) RULE 34 จากบลาซิล และฝรั่งเศส 5) SAFE PLACE จากโครเอเชีย และสโลวีเนีย
6) LEONOR WILL NEVER DIE จากฟิลิปินส์ 7) SCALA จากไทย 8) STONEWALLING จากญี่ปุ่น 9) THE SALES GIRL จากมองโกเลีย 10) TORA’S HUSBAND จากอินเดีย 11) UNDER THE FIG TREES จากตูนีเซีย 12) JOYLAND จากปากีสถาน 13) AUTOBIOGRAPHY จากอินโดนีเซีย, ฝรั่งเศส, สิงคโปร์, โปแลนด์, ฟิลิปปินส์, เยอรมนี และกาต้าร์ 14) BLUE AGAIN จากไทย 15) HAVE YOU SEEN THIS WOMAN? จากเซอร์เบีย และโครเอเชีย
16) VICTIM จากสโลวาเกีย, เซ็ก รีพับลิค และเยอรมนี 17) MEMENTO MORI : EARTH จากเวียดนาม 18) RICEBOY SLEEPS จากแคนาดา 19) THE CORD OF LIFE จากจีน 20) A HUNDRED FLOWERS จากญี่ปุ่น 21) KLONDIKE จากยูเครน
ทั้งนี้ ทางเทศกาลภาพยนตร์โลกแห่งกรุงเทพ ครั้งที่ 15 ริ่เริ่มรางวัลพิเศษ “รางวัลเกรียงศักดิ์ศิลากอง” เพื่อรำลึกการจากไปของ “วิคเตอร์ เกรียงศักดิ์ ศิลากอง” อดีตผู้อำนวยการเทศกาล ซึ่งเป็นรางวัลเกียรติยศเชิดชูบุคลากรที่มีคุณูปการแก่วงการภาพยนตร์ทั้งในไทยและระดับนานาชาติ
และเทศกาลภาพยนตร์โลกแห่งกรุงเทพขอร่วมรำลึกและอาลัยต่อ “หม่อมน้อย หม่อมหลวงพันธุ์เทวนพ เทวกุล” ผู้กำกับภาพยนตร์ ผู้กำกับละครโทรทัศน์ และละครเวที ทางเทศกาลฯ จึงจัดฉายภาพยนตร์คุณภาพการกำกับฝีมือชั้นครู 3 เรื่อง ได้แก่ ฉันผู้ชายนะยะ, นางนวล และ มหัศจรรย์แห่งรัก
โดย “World Film Festival of Bangkok” หรือ “เทศกาลภาพยนตร์โลกแห่งกรุงเทพ” (ครั้งที่ 15) จัดขึ้นระหว่างวันที่ 2-11 ธันวาคม 2565 ที่โรงภาพยนตร์เอส เอฟ เวิลด์ ซีเนม่า ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์