ปริญญา ย้ำรธน.ม.29 คุ้มครองผู้ต้องหา ได้สิทธิประกัน แม้คดีร้ายแรง-โทษสูงก็ต้องได้
‘ปริญญา’ ย้ำรธน.ม.29 คุ้มครองผู้ต้องหา ได้สิทธิประกัน แม้คดีร้ายแรง-โทษสูงก็ต้องได้
เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้โพสต์ข้อเขียนผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เรื่อง ศาลไทยในขณะนี้ มีการใช้อำนาจโดยไม่ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่อย่างไร? โดยมีรายละเอียดดังนี้
“การที่ผู้ต้องหาและจำเลยจำนวนมาก ต้องติดคุกก่อนศาลพิพากษา เพราะศาลท่านไม่ให้ประกันตัว (ซึ่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาใช้คำว่า “ไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว”) นั้น มีเหตุผลหนึ่งของศาลที่เราได้ยินบ่อยๆ คือ “คดีเป็น ข้อหาร้ายแรง และ มีอัตราโทษสูง”
คำถามคือในเมื่อรัฐธรรมนูญมาตรา 29 วรรคสอง บัญญัติว่า “ในคดีอาญา ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้ต้องหาและจำเลยไม่มีความผิด ก่อนมีคำพิพากษาอันถึงที่สุดแสดงว่าบุคคลใดกระทำความผิด จะปฏิบัติต่อบุคคลนั้นเสมือนเป็นผู้กระทำความผิดมิได้” แล้วศาลไปเอาข้อหาที่ เจ้าหน้าที่ตำรวจกล่าวหา มาใช้เป็นเกณฑ์หรือเหตุผลในการไม่ให้ประกันตัวได้อย่างไร? อย่างนี้ก็เท่ากับกลายเป็นสันนิษฐานไว้ก่อนว่าผิดมิใช่หรือ? แล้ว หลักการแบ่งแยกอำนาจ และ ความอิสระของผู้พิพากษาและตุลาการ ที่ต้องอิสระจากฝ่ายบริหารหรือฝ่ายบังคับใช้กฎหมายมิถูกทำลายไปหมดสิ้นหรอกหรือ?
แล้วที่สำคัญประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 107 บัญญัติว่า “ผู้ต้องหาและจำเลย ทุกคน พึงได้รับอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว” การไม่ปล่อยชั่วคราวจึงเป็นเรื่องยกเว้น และต้องเข้าเหตุยกเว้นตามมาตรา 108/1 เท่านั้น ซึ่ง คดีข้อหาร้ายแรงและมีอัตราโทษสูงไม่อยู่ในเหตุที่ศาลจะมีอำนาจไม่ให้ประกันตัว ครับ
กล่าวโดยสรุปคือ ผู้พิพากษาที่ไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวด้วยเหตุผลคดีเป็นข้อหาร้ายแรงหรือมีอัตราโทษสูง ท่านใช้อำนาจโดยไม่ถูกต้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 108/1 และ ขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 29 วรรคสองครับ
นี่คือปัญหาของความยุติธรรมของประเทศไทย และเป็นเหตุผลว่าทำไม ต้องมีการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม และเรื่องเร่งด่วนก่อนเรื่องอื่นเลยคือ ทุกคนที่ถูกกล่าวหาจากตำรวจ ต้องไม่ติดคุกก่อนศาลพิพากษา และมีสิทธิสู้คดีนอกคุก ครับ”
ย้อนอ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง