โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทำความรู้จัก ‘Zero-Trust’ โปรแกรมความปลอดภัย ที่องค์กรธุรกิจต้องมี

The Bangkok Insight

อัพเดต 26 ม.ค. 2566 เวลา 13.56 น. • เผยแพร่ 27 ม.ค. 2566 เวลา 01.05 น. • The Bangkok Insight

Zero-Trust โปรแกรมความปลอดภัย ช่วยลดความเสี่ยงองค์กร การ์ทเนอร์ คาดภายในปี 2569 ประมาณ 10% ขององค์กรขนาดใหญ่ จะมีโปรแกรมที่สมบูรณ์และวัดผลได้

การ์ทเนอร์ ให้คำจำกัดความของZero Trust ว่า เป็นกระบวนการด้านความปลอดภัย ที่สามารถระบุผู้ใช้และอุปกรณ์ได้อย่างชัดเจน พร้อมยังให้สิทธิ์การเข้าถึงในขอบเขตที่เหมาะสม เพื่อให้ธุรกิจสามารถดำเนินการได้โดยลดแรงเสียดทานให้น้อยที่สุดและมีความเสี่ยงต่าง ๆ ลดลง

Zero-Trust โปรแกรมความปลอดภัย

จอห์น วัตส์ รองประธานฝ่ายวิจัยของ การ์ทเนอร์ กล่าวว่า หลายองค์กรติดตั้งโครงสร้างพื้นฐานด้วยโมเดลความปลอดภัยที่คลุมเครือ แทนที่จะเลือกใช้โมเดลที่มีความชัดเจน เพื่อให้การเข้าถึงและการดำเนินงานสำหรับพนักงานและตัวงานได้ง่าย

ขณะที่ แฮกเกอร์ จะใช้จุดนี้เพื่อติดตั้งมัลแวร์ จากนั้นขยายวงการโจมตีให้กว้างขึ้น เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่วางไว้

Zero-Trust คือการเปลี่ยนแปลงแนวคิดสำหรับจัดการกับภัยคุกคามเหล่านี้ โดยอาศัยการประเมินอย่างต่อเนื่อง การคำนวณที่ชัดเจน และการกำหนดระดับความไว้วางใจที่ปรับเปลี่ยนได้ (Adaptive Trust) ระหว่างผู้ใช้ อุปกรณ์ และทรัพยากร

ดังนั้น ผู้บริหารด้านความปลอดภัยข้อมูล หรือ CISO และผู้นำด้านการบริหารความเสี่ยง จำเป็นอย่างยิ่งต้องเริ่มพัฒนากลยุทธ์ Zero-Trust โปรแกรมความปลอดภัย ที่มีประสิทธิภาพ พร้อมสร้างสมดุลระหว่างความต้องการด้านความปลอดภัย กับความจำเป็นการดำเนินธุรกิจ เพื่อช่วยให้องค์กรดำเนินการตามขอบเขตการใช้งานได้อย่างสมบูรณ์แบบ

เมื่อมีการกำหนดกลยุทธ์ดังกล่าวพร้อมแล้ว จะต้องเริ่มด้วยการระบุตัวตน ซึ่งเป็นพื้นฐานของโปรแกรมดังกล่าว และนอกเหนือจากการปรับปรุงทางด้านเทคโนโลยีแล้ว ยังหมายรวมถึงด้านบุคลากรและกระบวนการ ในการสร้างโปรแกรมการจัดการข้อมูลประจำตัวเหล่านั้นด้วย

อย่างไรก็ตาม ผู้บริหาร CISO และผู้นำด้านการบริหารความเสี่ยง ไม่ควรคิดไปเองว่า Zero-Trust จะช่วยขจัดภัยคุกคามทางไซเบอร์ให้หมดสิ้นไป แต่ Zero-Trust ช่วยลดความเสี่ยงและจำกัดวงผลกระทบของการโจมตีได้

นักวิเคราะห์ของการ์ทเนอร์ คาดการณ์ว่าจนถึงปี 2569 การโจมตีทางไซเบอร์มากกว่าครึ่ง จะมุ่งไปยังเป้าหมายที่มาตรการรักษาความปลอดภัย Zero-Trust ยังไม่ครอบคลุม และเข้าไปช่วยบรรเทาความเสี่ยงไม่ได้

เจเรมี่ เดอฮูน รองประธานฝ่ายวิจัยของการ์ทเนอร์ กล่าวว่า พื้นที่การถูกโจมตีขององค์กร กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว และมุ่งไปที่สินทรัพย์และช่องโหว่ที่อยู่นอกขอบเขตของสถาปัตยกรรม Zero-Trust (ZTAs)

ทั้งนี้ พบว่า การโจมตีสามารถมาในรูปแบบของงานสแกน และใช้ประโยชน์จากช่องทางการพัฒนา APIs ที่เปิดแบบสาธารณะ หรือการพุ่งเป้าไปยังพนักงาน โดยผ่านเทคนิคการหลอกลวงให้เหยื่อเปิดเผยข้อมูล (Social Engineering) จากช่องทางลัด ที่พนักงานเป็นผู้สร้างเอง เพื่อหลบเลี่ยงมาตรการความปลอดภัย

ดังนั้น การ์ทเนอร์ จึงแนะนำองค์กรธุรกิจ ให้หันมาปรับใช้แนวทาง Zero-Trust เพื่อลดความเสี่ยงในสินทรัพย์ที่มีความเปราะบางเป็นลำดับแรก เนื่องจากเป็นจุดสำคัญสุดที่จะเกิดความเสี่ยง

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...