โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แม่ลูกผวา พ่อค้าคว้ามีดขู่ เหตุทุเรียนไร้คุณภาพ ขอคืนเงินไม่ได้ (คลิป)

Khaosod

อัพเดต 03 ก.ค. 2565 เวลา 11.43 น. • เผยแพร่ 03 ก.ค. 2565 เวลา 11.43 น.

สองแม่ลูกโร่แจ้งความ ถูกพ่อค้าชักมีดขู่ หลังมีปัญหาเรื่องทุเรียนไม่มีคุณภาพ เอามาเปลี่ยนก็แล้วยังเหมือนเดิม จึงขอคืนเงินจนเป็นเรื่อง

เมื่อวันที่ 3 ก.ค. 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจเฟซบุ๊ก อยากดังเดี๋ยวจัดให้ รีเทริน์ part 3 โพสต์คลิปพ่อค้าขายทุเรียนในจ.ขอนแก่น มีปากเสียงกับลูกค้าซึ่งเป็นคนถ่ายคลิปเอาไว้ พร้อมระบุว่า หลังซื้อทุเรียนไปแต่ได้ทุเรียนอ่อน เปลี่ยนสองสามครั้ง ถูกข่มขู่คุกคามจากพ่อค้า แจ้งความสภ.บ้านเป็ด บอกให้หาชื่อข้อมูลคนขายเอง ทั้ง ๆ ที่อยู่ห่างจากสภ.ไม่ถึงกิโล

น.ส.สิริยาพร ใยบัว อายุ 22 ปี เจ้าของคลิปเปิดเผยว่า เหตุการณ์เกิดเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 65 ตนไปซื้อทุเรียนที่ร้านนี้ 3 ลูก เป็นเงิน 1,080 บาท โดยปกติตนก็จะมาซื้อทุเรียนที่ร้านนี้เป็นประจำอยู่แล้ว เรียกได้ว่าเป็นลูกค้าประจำอีกเลย ปกติจะได้ซื้อกับลูกสาวของคุณตาคนนี้ และไม่เคยมีปัญหาเลยแม้แต่ครั้งเดียว แต่พอได้ซื้อกับคุณตาครั้งแรกก็เกิดปัญหาขึ้น

ปกติตนจะเอานิ้วจิ้มดูตรงรูทุเรียนที่ร้านเจาะไว้ แต่ครั้งนี้คุณตาไม่ให้จิ้ม แต่ใช้ไม้เคาะฟังเสียงแล้วบอกว่าลูกนี้โอเคนะกรอบนอกนุ่มใน และอีก 2 ลูก คุณตาบอกอันนี้ก็ทานได้แค่เอาไปบ่มไว้ 1-2 วัน ตนก็เชื่อซื้อมาและกินไป 1 ลูก ซึ่งก็โอเคพอกินได้ไม่ได้ติดใจ แต่อีก 2 ลูก ยังกินไม่ได้จึงบ่มไว้ตามที่ร้านบอก

ต่อมาจึงลองชิมดูพบว่าเนื้อเละไม่หวานจึงนำไปคืนที่ร้าน ที่ร้านก็จะเปลี่ยนลูกใหม่ให้ แต่ไม่ให้เลือกเหมือนเดิม และบอกว่าลูกนี้โอเคเนื้อดีมากทุเรียนไม่ได้บ่มยา ตนจึงบอกว่าดูสีแล้วมันก็เหมือนเดิมกินไม่ได้เหมือนเดิม ขอเปลี่ยนเป็นเงินคืนได้ไหม ทางร้านก็บอกว่าไม่ได้ ถ้าจะเปลี่ยนทุเรียนต้องเพิ่มเงิน ตนจึงจำใจต้องเอาทุเรียนที่ร้านเลือกให้กลับไปแทนและร้านบอกว่าให้บ่มไว้เช่นเดิม

คุณตาบอกอีกว่าเชื่อสิว่ามันกินได้เพราะไม่ได้บ่มยา ทำให้มันเละบางจุดแข็งบางจุด แต่ถ้าไม่โอเคก็นำมาเปลี่ยนอีกที ตนจึงนำกลับมาผ่านไป 3 วัน แกะทุเรียนดูก็พบว่าเนื้อเป็นทุเรียนที่ไม่มีคุณภาพเหมือนเดิม ทั้งแข็งบางที่ก็เละ รสชาติขม กินไม่ได้เลย จึงนำทุเรียนไปที่ร้านอีกครั้ง พร้อมกับขอให้ทางร้านลองชิมดูว่ามันกินไม่ได้จริง ซึ่งตนไม่ได้มีเจตนาที่จะทำให้ร้านเสียหาย

แต่คุณตาด่ากลับมาด้วยถ้อยคำหยาบคาย และบอกว่าคืนไม่ได้เพราะกินไปแล้ว ซึ่งตนกับแม่ยอมที่จะถอยกลับเพราะคงคุยไม่รู้เรื่องแล้ว จึงตัดใจไม่เอาเงินคืน ขณะที่กำลังจะกลับนั้น คุณตาบ่นเสียงดังขึ้นมาว่าทุเรียนมันไม่มีพลู แม่จึงเอาถุงทุเรียนลงไปเปิดให้ดูว่าทำไมจะไม่มีพลูจนเกิดเหตุการณ์ในคลิปขึ้น ที่คุณตาหยิบมีดออกมาข่มขู่ตนและแม่ที่ไปด้วยกัน

หลังเกิดเหตุตนกได้เข้าแจ้งความที่สภ.บ้านเป็ด ทันทีสิ่งที่ตนติดใจคือทำไมต้องยกมีด ถือมีดขึ้นมาข่มขู่เหมือนจะทำร้ายกันในที่สาธารณะ จริงอยู่ที่ลูกค้าไม่ใช่พระเจ้า แต่สิ่งที่ทำกับลูกค้ามันสมควรแล้วหรือไม่ ทั้งเสียความรู้สึก เสียเงิน เราไม่ได้ไปขอกินแต่เราไปซื้อกินไม่ได้กินฟรี ทำไมทำแบบนี้ ในวันนั้นตนเองไปกับลูกเล็กด้วย พอคุณตาถือมีดขึ้นมาจนลูกตกใจร้องไห้ และเสียขวัญ

แต่ทางพนักงานสอบสวนกลับถามว่าจะเอาข้อหาอะไรกับเขา ด้วยความที่ไม่รู้กฎหมายว่าจะเอาข้อหาอะไรได้บ้างจึงถามตำรวจกลับไป ทางตำรวจบอกว่าไม่มีใครเจ็บ มันก็เป็นแค่กฎหมายแพ่ง ส่วนเรื่องทุเรียนก็แจ้งความไม่ได้เพราะไม่ใช่เรื่องของตำรวจต้องไปที่ สคบ. แต่ทางตำรวจก็ได้ลงบันทึกประจำวันไว้ให้ และบอกว่าเดี๋ยวจะมีเจ้าหน้าที่ติดต่อกลับเท่านั้น

ด้านคุณตา เปิดเผยว่า ตนจำวันที่ลูกค้ารายนี้ซื้อไปไม่ได้ แต่มาบอกทุเรียนที่ซื้อไปไม่หวานเลยเอามาคืน ปกติแล้วที่ร้านถ้าทุเรียนอ่อนหรือไม่สุกที่ร้านจะรับคืนตลอด แต่ทุเรียนที่ลูกค้าเอามานั้นเป็นทุเรียนแก่ ถ้าทุเรียนแก่ที่ร้านไม่รับคืน ซึ่งทางลูกค้าก็มาโวยวายที่หน้าร้าน

ในส่วนที่บอกว่าถือมีดขู่นั้น เป็นจังหวะที่มีลูกค้าอยู่พอดีก็เลยจะเอามีดมาปลอกเปลือกทุเรียนให้ลูกค้าเลยถือมีดขึ้นมา แล้วบอกให้ลูกค้าสองคนที่มาโวยวายนั้นไปก่อน จากนั้นลูกค้าก็ไปแจ้งความกับตำรวจ ทางตำรวจได้มาหาตนที่ร้านและให้คู่กรณีมาเคลียแต่ลูกค้าไม่ยอมมา ตำรวจจึงลองกินทุเรียนพิสูจน์ดูปรากฏว่าทุเรียนที่ร้านนั้นหวานจริงจึงได้แนะนำให้ตนนั้นฟ้องกลับ แต่ตนเองเลือกที่จะไม่ฟ้องเพราะเสียเวลา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...