โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การพลิกวิกฤตหาโอกาสใหม่ของ Netflix

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 24 ก.ค. 2565 เวลา 03.49 น. • เผยแพร่ 24 ก.ค. 2565 เวลา 03.45 น.

คอลัมน์ : Tech Times ผู้เขียน : มัชฌิมา จันทร์สว่างภูวนะ

หลังจาก Netflix ประกาศผลประกอบการล่าสุดว่ามียอดสมาชิกลดลงเกือบล้านคน ความเห็นของนักวิเคราะห์และนักลงทุนแบ่งออกเป็น 2 ฝั่งทันที

ฝั่งหนึ่งเชื่อว่าตัวเลข 970,000 ของสมาชิกที่หายไป ก็ยังดูดีกว่าตัวเลข “2 ล้าน” ที่บริษัทเคยคาดการณ์ไว้ตั้งเยอะ เรียกได้ว่า Netflix บริหารความคาดหวังในส่วนนี้ได้ค่อนข้างดี

บริษัทยังให้ความมั่นใจอีกด้วยว่าจะมียอดสมาชิกเพิ่มขึ้น 1 ล้านรายในไตรมาสหน้า พร้อมอัพเดตความคืบหน้าการปราบปรามการแชร์ “พาสเวิร์ด” ผ่านโครงการทดลองในตลาดละตินอเมริกาว่าเป็นไปด้วยดี และบริษัทกำลังออกแบบแพ็กเกจใหม่ราคาถูกที่แบบพ่วงโฆษณาร่วมกับ Microsoft เพื่อเพิ่มรายได้ โดยตั้งเป้าเจาะกลุ่มลูกค้าที่ต้องการประหยัดค่าใช้จ่ายจากภาวะเศรษฐกิจฝืดเคือง

บริษัทยังแย้มข่าวดีด้วยว่าจะสามารถสร้างกระแสเงินสดได้ถึง 1 พันล้านเหรียญภายในปีนี้

การแถลงกลยุทธ์ดังกล่าวทำให้กองเชียร์ใจฟูช้อนซื้อหุ้น Netflix กันรัว ๆ จนราคาพุ่งไปกว่า 6% หลังจากบริษัทแถลงผลประกอบการในวันพุธที่ผ่านมา

แต่นักวิเคราะห์ในอีกฟากฝั่งหนึ่งกลับมองว่า หนทางข้างหน้าของ Netflix ไม่น่าจะโรยด้วยกลีบกุหลาบ โดยแย้งว่าการเพิ่มขึ้นของราคาหเพียง 6% เป็นเพียงอาการวูบไหวชั่วคราวของตลาด และเทียบไม่ได้กับความจริงที่ว่าราคาหุ้นของบริษัทร่วงไปแล้วกว่า 67% จนถึงปัจจุบัน

ส่วนการห้ามไม่ให้ลูกค้าแชร์ “พาสเวิร์ด” ก็ดูจะเป็นดาบสองคม

ปัจจุบันคาดว่า Netflix มีลูกค้ากลุ่มนี้อยู่ราว 100 ล้านคน ถ้ามาตรการปราบปรามการแชร์ “พาสเวิร์ด” เป็นไปด้วยดีก็ย่อมช่วยหยุดการรั่วไหลของรายได้ได้

แต่ถ้าบริษัทไม่สามารถมอบ “ทางเลือก” ที่ดีพอ หรือ “ดีกว่า” คู่แข่ง ก็อาจเกิดมหกรรมลูกค้าไหลออกครั้งใหญ่ได้ โดยเฉพาะตอนนี้ที่คู่แข่งโหมออกโปรโมชั่นอย่างหนักและตามไล่บี้ Netflix อย่างไม่ยอมลดละ

สำหรับแผนการขายโฆษณาก็ไม่ใช่เรื่องง่าย แม้กระทั่ง Bank of America ยังออกโรงเตือนนักลงทุนให้ระวังกันหน่อย อย่าเชื่อหัวปักหัวปำว่าแพ็กเกจพ่วงโฆษณาจะช่วยเพิ่มรายได้ให้ Netflix อย่างแน่นอน

เพราะวงการโฆษณามีความซับซ้อนและมีต้นทุนสูง แถม Netflix ยังเป็นมือใหม่เมื่อเทียบกับคู่แข่งหลายรายที่มีประสบการณ์ด้านนี้มาอย่างโชกโชน ไม่ว่าจะเป็น Disney+ หรือ HBO Max

นอกจากนี้ นักวิเคราะห์ยังเตือนว่า การออกแพ็กเกจราคาประหยัดก็มีความเสี่ยง เพราะถ้าลูกค้าเปลี่ยนมาใช้แพ็กเกจราคาถูกกันเยอะก็อาจไปกินรายได้จากแพ็กเกจมาตรฐานหรือแพ็กเกจพรีเมี่ยมที่เป็นรายได้หลักของบริษัท

เมื่อรวมกับการที่บริษัทบอกว่าคงจะรักษาระดับงบฯพัฒนาคอนเทนต์ให้อยู่ในระดับปัจจุบันไปอีก 2-3 ปี ทั้ง ๆ ที่ปกติบริษัทจะเพิ่มงบฯส่วนนี้ทุกปีเพื่อขยายฐานลูกค้า ก็ยิ่งทำให้หวั่นใจว่าการรักษาฐานลูกค้าท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงจะกลายเป็นงานหินสำหรับ Netflix ยิ่งไปกว่าเดิม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...