โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กีฬา

ถ้ายังฝืนใช้ แม็คโทฯ ก็วนเวียนแค่วินิจคัพ

Soccersuck

เผยแพร่ 07 ส.ค. 2565 เวลา 18.49 น. • Soccersuck

การเสียซิงนัดแรกแถมเป็นในบ้านตัวเองของ แมนฯยูฯ เป็นอะไรที่รวดเร็วเกินคาดหลังแพ้ ไบรท์ตัน “พลิกล็อก” 2-1 ท่ามกลางปัญหาเดิมๆที่แฟนบอลเคยบ่นด่ามาตั้งแต่ซีซั่นที่แล้ว
เฟร็ด และ สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ ยังคงเป็น 2 นักเตะที่ “ดาว์นเกรด” ทีมตัวเองเพราะถูกฝั่งทีมเยือนบดขยี้จนหายไปจากเกม
คนที่เด่นที่สุดในแดนกลางกลายเป็น มอยเซส ไซเซโด้ นักเตะ เอกวาดอร์ ที่อายุเพียง 20 ปี ที่สื่ออังกฤษเล่นข่าวว่าเคยมีค่าตัวแค่ 4.5 ล้านปอนด์แต่ตอนนี้พุ่งไปแล้ว 10 เท่า
ถ้าใครจำกันได้ ไซเซโด้ เป็นหนึ่งในผู้ทำประตูถล่ม “ปีศาจแดง” 4-0 เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมานี้เอง (ยิงไกล 25 หลา)
ปัญหาอย่างแรกที่ ยูไนเต็ดต้องเจอผมขอแยก 2 ประเด็น
อย่างแรกทรงบอลของ “นกนางนวล” เป็นอะไรที่เราเห็นกันมาหลายฤดูกาลแล้ว บอลระบบจ๋าที่นักเตะเอาตัวรอดเก่งและมีทีมเวิร์ครับส่งผ่านบอลผิดวิสัยทีมกลางตาราง
แถมมีความยืดหยุ่นในเกมของตัวเองตามสถานการณ์หน้างานอีกต่างหาก
กล่าวคือปั้นเกมจากแดนหลังขึ้นมาก็ได้และเมื่อสบโอกาสก็จะใช้ลูกวางยาวให้ แดนนี่ เวลเบ็ค ตามเก็บตามพักคล้ายๆ อเล็กซานดาร์ มิโตวิช ของ ฟูแล่ม ในวันที่พบ ลิเวอร์พูล
จุด 2 ในส่วนของเกม ไบรท์ตัน จะไม่ใช่ทีมที่เพรสเป็นหลักแต่จะไปรับในแดนตัวเองเพื่อตั้งใจจะให้มีพื้นที่ในแดนคู่ต่อสู้และใช้ความคล่องของนักเตะตัวรุกโจมตี (เมื่อกลับมาเป็นฝ่ายได้บอล)
แต่เมื่อใดก็ตามที่ ปีศาจแดง“ ต้องไปตั้งเกมจากแนวรับไม่ว่าจะตั้งเตะ,ทุ่ม หรือ คืนหลัง ฝูง “นกนางนวล” จะไปตามเพรสทันทีเพื่อบังคับให้บอลจังหวะ 2 ถูกปล่อยออกมาในแบบไร้เรดาร์ซึ่งพวกกลางกับหลัง “ดุพอ” ที่จะตามเก็บสบายๆ
นั่นเป็นเหตุผลที่ว่าทำไม เฟร็ด กับ แม็คโทฯ ถึงหายไปเลย ถูกตัดออกจากเกมและได้แค่หันหลังเล่นบอล
เมื่อกลาง “ง่อยแดก” ก็เลิกคิดเรื่องอื่นไปได้เลยครับ พวกตัวรุกจะต้องถอยร่นลงมาล้วงบอลเองแต่ก็ทำอะไรมากไม่ได้เพราะหันหลังเล่นและโดนตามติดตลอดเวลา ข้อพิสูจน์ของปัญหานี้คือ เจดอน ซานโช่ กลายเป็นนักเตะที่สัมผัสบอลน้อยที่สุดในครึ่งแรก
แมนฯยูฯ พยายามจะเพรสคืนเพื่อให้ ไบรท์ตัน “ล่ก” แต่จุดแข็งของทีมเยือนคือเล่นที่แคบๆได้ดี ออกบอลจังหวะเดียวเคาะหนีไปมาสุดท้ายเลิก “เพรส”
การเอาตัวรอดเก่งนี้เองทำให้เกิดลูก 2-0 ทั้งๆที่ ไบรท์ตัน โดนเพรสอยู่เกือบถึงมุมธงแดนตัวเองแต่จังหวะตอกสั้นของ เลอันโดร ทรอสซาร์ด กลายเป็นสารตั้งต้นที่ทำให้แบ็คหาย กลาง (เฟรด) มาเบรกไม่ทัน
การให้ คริสเตียน เอริคเซ่น ไปเล่นเป็น false9 เป็นอะไรที่เสียของเพราะเหมือนเอาคนที่ทำอะไรกับบอลได้ดีที่สุดไปยืนเหงาและให้คน “ล่กๆ” คอยแก้ปัญหาในแดนกลาง
สุดท้าย เทน ฮาก ต้องเปลี่ยนแท็คติกส์ในครึ่งหลังให้ เอริคเซ่น ถอยมาล้วงบอลต่ำเป็นเพลย์เมคเกอร์และให้หน้าเป้าเป็น คริสติอาโน่ โรนัลโด้
รูปเกมคนละเรื่องจากในครึ่งแรกแต่ส่วนหนึ่งเป็นเพราะ ไบรท์ตัน ให้ความสำคัญกับการรักษาสกอร์มากกว่าจะรอสวนเหมือน 45 นาทีแรก เป็นแผนที่วาง แกรห์ม พ็อตเตอร์ แกวางมา
ผมคิดว่าการที่ แมนฯยูฯ มัวแต่ตามตื้อ เฟรงกี้ เดอ ยอง เป็นเป้าหมายหลักจนยังไม่ได้นักเตะใหม่ซักทีไม่ใช่ปัญหาที่จุดนี้ซะทีเดียว
แต่มันอยู่ที่ว่าคุณไม่มีปัญญาหานักเตะใหม่ซักคนที่เก่งกว่า แม็คโทฯ ในตลาดเลยเหรอครับ
ไม่ต้องระดับที่ต้องการไป UCL และเก่งกว่า แม็คโทฯ เอาจริงๆยังไงมันก็หาได้ครับ
ผมไม่รู้เหมือนกันว่านอกสนามหรือตอนซ้อม แม็คโทฯ แกมนุษย์สัมพันธ์ดีหรือซื้อของฝากติดไม้ติดมือมาบ่อยๆหรือเปล่า ทำไมโค้ชทุกคนถึงหลงใหลขนาดนั้น
ถ้า ยูไนเต็ด ต้องการหลุดพ้นจากวังวนเดิมๆมันต้องไม่ใช่ แม็คโทมิเนย์ เป็นตัวหลัก ผมเห็นปัญหาตรงนี้แล้วให้ความรู้สึกเหมือนยุคที่ ลิเวอร์พูล มี เจย์ สเปียริ่ง เป็นศูนย์กลาง ทีมไปไม่ถึงไหนแน่นอน
ไม่ใช่แค่การเล่นที่ไร้ประโยชน์แต่มักทำฟาว์ลโง่ๆ แม้กระทั่งเกมนี้กูรูหลายคนบอกแข้งทีมชาติ สก็อตแลนด์ โชคดีมากที่ไม่ถูกใบแดงหลังยันสูงใส่ ไซเซโด้
เล่นตัวกลางมีหน้าที่ตัดเกมแต่ไปทำฟาว์ลเสียใบเหลืองแบบไม่ควรทุกๆนัดมันก็ทำให้ตัวเองไม่กล้าเข้าบอลในจังหวะที่ควรต้องตัดเกม กลายเป็นทีมเสียผลประโยชน์ไปเปล่าๆ
พอล สโคลส์ ตำนาน “ผี” ยังทนไม่ไหวออกมาใส่หลังจบเกมแบบไม่ไว้หน้า เขาไม่เข้าใจว่า แม็คโทมิเนย์ จะเลี้ยงอะไรนักหนา เฟร็ด เสียบอลพร่ำเพรื่อ คุณภาพแดนกลางแย่มาก
หน้าที่ง่ายๆที่ควรทำอย่างรีบส่งบอลให้นักเตะเก่งๆคนอื่นกลับทำไม่ได้ นี่คือสรุปย่อๆจากปากของ “หมามุ่ย” ที่เบื่อหน่ายกับการเห็นอะไรซ้ำๆซากๆเหมือนพวกเราแฟนบอล
ครับ มันไม่ต่างอะไรกับการที่คุณหวังผลอีกอย่างแต่ยังใช้บุคคลากรเดิมๆ (ที่ QC ไม่ผ่าน) และดันมาเจอของแข็งอย่าง ไบรท์ตัน ที่ระบบการเล่นที่ลงตัวมาร่วม 3 ปีสุดท้ายก็คาบ้านสิครับ
เหลือเวลาอีกเกือบเดือนก่อนตลาดปิด ถ้าตระกูลเกลเซอร์ที่เข้ามานั่งดูเกมไม่อยากเห็นความบรรลัยไปมากกว่านี้รีบเซ็นเช็กรอไว้เลยดีกว่าครับ…
สถิติ สถิติ สถิติ

เอริค เทน ฮาก เป็นผู้จัดการทีมคนแรกของ แมนฯยูฯ ที่แพ้ในเกมเปิดสนามนับตั้งแต่ หลุยส ฟาน ฮาล เคยทำไว้ในวันที่พ่าย สวอนซี เมื่อปี 2014

ปาสกาล กรอส ยิง 6 ประตูในพรีเมียร์ลีกใส่ แมนฯยูฯ โดยมากกว่ายิงทีมอื่นๆถึง 2 เท่าและยังเป็นนักเตะของ ไบรท์ตัน ที่ยิงประตูใส่ทีมๆเดียวมากที่สุดในลีกอีกด้วย

เจมส์ แมดดิสัน มีส่วนร่วมโดยตรงกับ 13 ประตูในพรีเมียร์ลีกกับ เลสเตอร์ ในปี 2022 (ยิง 7 แอสซิสต์ 6) มีนักเตะอังกฤษเพียงคนเดียวที่ทำได้มากกว่าในปีปฏิทินนี้ (แฮร์รี่ เคน 21)

เวสต์แฮม ผ่านบอลในครึ่งแรกในเกมพบ แมนฯ ซิตี้ แค่ 106 ครั้ง เป็นสถิติการผ่านบอลในครึ่งแรกที่น้อยที่สุด 2 หนในบ้านโดยทั้ง 2 เกมพบ “เรือใบ” (106 ครั้งเกมนี้และ 92 เมื่อเดือนพฤษภาคม)

เออร์ลิ่ง ฮาลันด์ เป็นนักตะคนที่ 2 ในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีกที่ debut แล้วเรียกจุดโทษและรับหน้าที่สังหารเองโดยคนแรกที่ทำไว้คือ อเล็กซานเดร ปาโต้ ของ เชลซี ในปี 2016 (พบ แอสตัน วิลล่า)

ฮาลันด์ ยังเป็นนักเตะรายที่ 2 ของ แมนฯซิตี้ ที่ยิงประตูในนัด debut ต่อจาก แซร์จิโอ อเกวโร่ เมื่อปี 2011

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...