โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“ทองคำ-เงิน” พักฐาน โอกาสเข้าลงทุนหรือสัญญาณเตือน?

การเงินธนาคาร

อัพเดต 30 ม.ค. เวลา 14.48 น. • เผยแพร่ 30 ม.ค. เวลา 07.48 น.

"ทองคำ-เงิน" พักฐาน หลังพุ่งแรง นักลงทุนประเมินจังหวะซื้อท่ามกลางตลาดผันผวน ส่วนนักวิเคราะห์มองเป็นการพักฐานระยะสั้นมากกว่าสัญญาณกลับทิศ

วันที่ 30 มกราคม 2569 เวลา 14.17 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า ราคาทองคำและเงินร่วงแรงในวันศุกร์ที่ผ่านมา สะดุดการปรับขึ้นอย่างร้อนแรงที่ทำสถิติใหม่หลายครั้งในปี 2569

โดย ราคาทองคำสปอต ร่วงลงกว่า 4% มาอยู่ที่ 5,156.64 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ ราคาเงินสปอต ปรับลดลงกว่า 5% เหลือ 110.26 ดอลลาร์ หลังพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงก่อนหน้า

แรงหนุนก่อนหน้านี้ของทองคำมาจากความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ เศรษฐกิจ และการค้า รวมถึงค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่า ซึ่งยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ดึงดูดนักลงทุนเข้าสินทรัพย์ปลอดภัย ขณะที่ราคาเงินยังได้แรงหนุนจากอุปสงค์ภาคอุตสาหกรรม

Ed Yardeni ประธาน Yardeni Research มองว่าแรงขายรอบล่าสุดอาจส่วนหนึ่งเกิดจากความกังวลด้านการคลังของสหรัฐที่ผ่อนคลายลง หลังเดโมแครตและรีพับลิกันบรรลุข้อตกลงเบื้องต้นเพื่อหลีกเลี่ยงการปิดหน่วยงานรัฐบาลสหรัฐ

โดยระบุว่า สิ่งที่น่าประหลาดใจ คือราคาทองคำพุ่งจากราว 3,000 ดอลลาร์ ขึ้นมาแตะ 5,500 ดอลลาร์ โดยแทบไม่มีการพักฐาน และการปรับฐานกลับมาบริเวณ 5,000 ดอลลาร์ พร้อมการแกว่งตัวสะสมกำลัง ถือเป็นพฤติกรรมปกติของตลาดขาขึ้น ทั้งนี้การขึ้นรอบนี้มีลักษณะพุ่งแรงแบบรวดเร็วมากกว่าตลาดกระทิงแบบดั้งเดิมของโลหะมีค่า

นักวิเคราะห์บางรายชี้ว่าความเร็วและโครงสร้างของการร่วงลงอาจสะท้อนแรงกดดันที่มากกว่าการขายทำกำไรตามปกติ Gregor Gregersen ผู้ก่อตั้ง Silver Bullion ระบุว่า หากเป็นการขายทำกำไร ผู้ถือครองรายใหญ่จะทยอยขายเพื่อให้ได้ราคาดีที่สุด แต่การปรับลงอย่างรวดเร็วในช่วงเวลาสั้น ๆ โดยไม่มีปัจจัยข่าวชัดเจน อาจบ่งชี้ถึงแรงขายที่ตั้งใจจะเร่งให้ราคาปรับลงต่อ

โอกาสเข้าซื้อหรือยัง?

สำหรับนักลงทุนที่พลาดการขึ้นรอบล่าสุด การย่อตัวครั้งนี้อาจเป็นจังหวะเข้าซื้อหรือไม่ แม้ราคาจะปรับลง แต่ทองคำยังคงเพิ่มขึ้นราว 20% นับตั้งแต่ต้นปี ขณะที่ราคาเงินยังสูงกว่า 50% นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่า ราคาปรับขึ้นแรงเกินไปในระยะสั้น

Manpreet Gill ระบุว่า สัญญาณเชิงเทคนิคของธนาคารชี้ว่าทั้งทองและเงินอยู่ในภาวะ overbought โดยอัตราส่วนทองคำต่อเงิน (gold-silver ratio) ลดลงมาใกล้ระดับต่ำสุดราว 31 ซึ่งเคยเกิดขึ้นครั้งล่าสุดในปี 2554 และในอดีตมักนำไปสู่ช่วงพักฐาน โดยทองคำอาจพักตัวเบากว่า ขณะที่ราคาเงินซึ่งมีความผันผวนสูงกว่า อาจแกว่งแรงกว่า ทั้งนี้การพักฐานไม่ได้หมายถึงการกลับทิศขาลงอย่างรุนแรง แต่เป็นการหยุดหรือแกว่งตัวหลังการขึ้นแรง

แม้ความผันผวนจะเพิ่มขึ้น แต่นักวิเคราะห์จำนวนมากมองว่า ความเสี่ยงที่แท้จริงอาจเป็นการไม่เข้าตลาดเลย โดยเฉพาะทองคำที่ยังได้รับแรงหนุนจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ความไม่แน่นอนด้านการคลัง และความกังวลเรื่องค่าเงินด้อยค่า ซึ่งยังไม่คลี่คลาย

Afdhal Rahman ระบุว่า นักลงทุนยังไม่สายเกินไปสำหรับการลงทุนในทองคำ แม้การปรับขึ้นล่าสุดจะรวดเร็วและเพิ่มความเสี่ยงของการย่อตัวระยะสั้น แต่ปัจจัยเชิงโครงสร้างยังคงอยู่ อย่างไรก็ดี ระดับราคาที่สูงทำให้พื้นที่ผิดพลาดแคบลง จึงอาจเหมาะกับการทยอยลงทุนเป็นช่วง ๆ มากกว่าการทุ่มเงินครั้งเดียว

ด้าน Zavier Wong ชี้ว่า การที่ราคาทำสถิติสูงสุดไม่ได้แปลว่าสายเกินไป แต่ความผิดพลาดคือการคาดหวังว่าราคาจะไม่ผันผวน โดยในเชิงเทคนิคทองคำยังอยู่ในภาวะร้อนแรงมาก ค่า RSI สูงกว่า 90 ซึ่งมักบ่งชี้ว่ามีโอกาสย่อตัวต่อได้

กลยุทธ์ลงทุนควรเป็นอย่างไร?

ในระยะยาว Standard Chartered ยังคงมุมมองเชิงบวกต่อทองคำ และให้น้ำหนักการลงทุนมากกว่าพอร์ตปกติ โดยพอร์ตสมดุลของธนาคารจัดสรรทองคำระยะยาวที่ 6% ของพอร์ต แนะนำนักลงทุนที่ถือทองต่ำกว่าเป้าหมายให้ทยอยเพิ่มสัดส่วน ส่วนผู้ที่ถือครบแล้วสามารถรักษาระดับไว้ได้ โดยกองทุน ETF ให้สภาพคล่องและเข้าถึงง่าย ขณะที่ทองคำแท่งเหมาะกับผู้ที่เน้นรักษาความมั่งคั่งระยะยาว

ในทิศทางเดียวกัน DWS แนะนำการลงทุนผ่าน ETF ที่มีทองหรือเงินหนุนหลังจริง เพื่อเป็นแกนหลักของพอร์ต เนื่องจากมีความโปร่งใสและสภาพคล่องรายวัน

อ้างอิง : www.cnbc.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...