“รูบิโอ” เผย “ทรัมป์” พร้อมใช้กำลัง หากเวเนซุเอลาไม่ร่วมมือ เปิดภาคน้ำมันตามข้อตกลง
"รูบิโอ" เผย "ทรัมป์" เตรียมใช้ทุกทางเลือก รวมถึงกำลังทหาร เพื่อกดดันผู้นำรักษาการเวเนซุเอลาให้เปิดภาคพลังงานแก่บริษัทอเมริกัน หลังปฏิบัติการจับกุมมาดูโร
วันที่ 28 มกราคม 2569 เวลา 10.12 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ ระบุว่า รัฐบาลของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เตรียมพร้อมใช้กำลัง หากจำเป็น เพื่อให้เดลซี โรดริเกซ ประธานาธิบดีรักษาการของเวเนซุเอลา ให้ความร่วมมือกับสหรัฐอย่างเต็มที่ พร้อมทั้งแสดงความหวังว่าแรงจูงใจจากผลประโยชน์ของตนเองจะผลักดันให้เธอเดินหน้าเป้าหมายสำคัญของสหรัฐ
รูบิโอกล่าวในถ้อยแถลงเตรียมเสนอในการไต่สวนต่อสมาชิกรัฐสภาเมื่อวันพุธว่า โรดริเกซได้ให้คำมั่นจะเปิดภาคพลังงานของเวเนซุเอลาให้บริษัทสหรัฐเข้าลงทุน จัดสรรการเข้าถึงการผลิตในเงื่อนไขพิเศษ และนำรายได้จากการขายน้ำมันไปใช้ซื้อสินค้าจากสหรัฐ การไต่สวนครั้งนี้เป็นการปรากฏตัวต่อสาธารณะครั้งแรกของรูบิโอในสภาคองเกรส นับตั้งแต่ปฏิบัติการจู่โจมกรุงการากัสของสหรัฐเมื่อต้นเดือนมกราคม ซึ่งนำไปสู่การจับกุมอดีตผู้นำ นิโกลัส มาดูโร
มาดูโรถูกกระทรวงยุติธรรมสหรัฐตั้งข้อหาหลายกระทง รวมถึงการก่อการร้ายที่เชื่อมโยงยาเสพติด โดยรูบิโอยกย่องปฏิบัติการดังกล่าวว่าเป็นการบังคับใช้กฎหมายที่สำเร็จโดยไม่มีการสูญเสียชีวิตของกำลังสหรัฐ ขณะที่มาดูโรซึ่งถูกควบคุมตัวในเรือนจำรัฐนิวยอร์กยืนยันปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ฝ่ายเดโมแครตวิจารณ์การจู่โจมว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายและหลีกเลี่ยงการตรวจสอบของรัฐสภา เสี่ยงดึงสหรัฐเข้าสู่ภาระผูกพันระยะยาวในการฟื้นฟูเวเนซุเอลา
รูบิโอกล่าวต่อคณะกรรมาธิการความสัมพันธ์ต่างประเทศวุฒิสภา ว่า “หากวิธีอื่นล้มเหลว เราพร้อมใช้กำลังเพื่อให้ได้ความร่วมมือสูงสุด” พร้อมย้ำว่าหวังจะไม่ต้องใช้มาตรการดังกล่าว แต่สหรัฐจะไม่ละเลยหน้าที่ต่อประชาชนอเมริกันและภารกิจในซีกโลกนี้
ช่วงครึ่งหลังของปีที่ผ่านมา สหรัฐได้ระดมกำลังทางทะเลครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายทศวรรษในน่านน้ำละตินอเมริกา และทำลายเรือที่ถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับแก๊งค้ายา อย่างไรก็ดีตั้งแต่กลางเดือนธันวาคม ทรัมป์ได้หันมาโฟกัสอุตสาหกรรมน้ำมันของเวเนซุเอลา กล่าวหารัฐบาลสังคมนิยมว่ายึดทรัพย์สินของสหรัฐ และผลักดันข้อตกลงหลังยุคมาดูโร เพื่อส่งน้ำมันสูงสุด 50 ล้านบาร์เรลให้สหรัฐ โดยอ้างว่าจะเป็นประโยชน์ต่อทั้งสองประเทศ
สหรัฐยังสกัดกั้นเรือบรรทุกน้ำมันอย่างน้อย 7 ลำที่ใช้ส่งออกน้ำมันเวเนซุเอลา เดินหน้าปราบกองเรือเงาที่ใช้ขนส่งน้ำมันภายใต้มาตรการคว่ำบาตร ขณะที่โรดริเกซออกมาตอบโต้เมื่อต้นสัปดาห์ว่า เวเนซุเอลาทนต่อการแทรกแซงของสหรัฐมามากพอแล้ว ท่ามกลางแรงกดดันภายในจากกลุ่มแรงงานภาครัฐและพรรคฝ่ายซ้ายต่อแผนปฏิรูปอุตสาหกรรมน้ำมัน
นักการเมืองเดโมแครตตั้งข้อสังเกตว่า การเสริมกำลังทางทหารรอบเวเนซุเอลาไม่สอดคล้องกับข้อมูลการเสียชีวิตจากยาเสพติด ซึ่งส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับเฟนทานิลที่ผลิตในเม็กซิโก ไม่ใช่เวเนซุเอลาที่เป็นเพียงเส้นทางลำเลียงโคเคน ความไม่สอดคล้องนี้ทำให้ฝ่ายวิจารณ์มองว่าแคมเปญดังกล่าวมีน้ำมัน เป็นเป้าหมายหลักมาโดยตลอด
หลังการจับกุมมาดูโรเพียงไม่กี่ชั่วโมง ทรัมป์ประกาศว่าสหรัฐจะทำงานร่วมกับโรดริเกซ ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งรองประธานาธิบดีมากว่า 7 ปี แทนการสนับสนุนผู้นำฝ่ายค้านที่ได้รับความนิยมอย่าง มาเรีย โครินา มาชาโด อย่างไรก็ดีทรัมป์ยังคงติดต่อกับมาชาโด โดยเชิญเธอรับประทานอาหารกลางวันที่ทำเนียบขาว และกล่าวชื่นชมอย่างมาก ในโอกาสนั้น มาชาโดได้มอบเหรียญ โนเบลสาขาสันติภาพปี 2568 ให้ทรัมป์ด้วย ทั้งนี้รูบิโอมีแผนพบมาชาโดที่กระทรวงการต่างประเทศในวันเดียวกัน หลังเสร็จสิ้นการไต่สวนในวุฒิสภา
อ้างอิง : www.bloomberg.com