รวิศ สอดส่อง ชี้ต้องยกเครื่อง ปราบยาเสพติด ลั่น เพื่อไทยทำได้ ไม่จบไม่เลิก!
"รวิศ สอดส่อง" ชี้สาเหตุ ทำไมประเทศไทย ต้องยกเครื่อง ปราบยาเสพติด เปิดยุทธศาสตร์ SEAL - STOP - SAFE ลั่น เพื่อไทย ทำได้ ไม่จบไม่เลิก!
วันที่ 27 ม.ค. 2569 นายรวิศ สอดส่อง ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ทำไมประเทศไทยต้อง "ยกเครื่อง" การแก้ไขปัญหายาเสพติด?
ปัญหายาเสพติดเป็น “ปัญหาพลวัต“ (Dynamic Problem) กล่าวคือ มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ตั้งแต่การเปลี่ยนแปลงตัวยาเสพติด พฤติกรรมการเสพ พฤติกรรมการค้า รวมถึงกลุ่มประชากรที่เข้าไปเกี่ยวข้อง
อีกทั้งกระบวนการค้ายาเสพติด ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่การผลิต การนำเข้า การส่งออก การจำหน่าย การเสพ และรวมถึงการจัดการกับทรัพย์สินที่ได้มาจากการค้ายาเสพติด ก็มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบอยู่ตลอดเวลาเช่นกัน
ปัญหา “ยาเสพติด” นอกจากจะ “ทำลายคุณภาพของคน” ยัง “ทำลายคุณค่าความเป็นมนุษย์” เนื่องจากผู้ค้ายาเสพติด สร้างความมั่งคั่งร่ำรวยให้กับตนเองจากความทุกข์ยากของผู้ติดยาเสพติดที่ตกเป็นเหยื่อ หรือเป็นทาสยาเสพติด ซึ่งยอมทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ยาเสพติดมาเสพ
หากมองผิวเผินการค้ายาเสพติดเหมือนเป็นอาชญากรรมทั่วไปบนท้องถนน (Street crime) ที่เกิดขึ้นทุกวัน แต่ความจริงการค้ายาเสพติดเป็นทั้ง “อาชญากรรมองค์กร” (Organized crime) และ “อาชญากรรมข้ามชาติ” (Transnational crime)
เพราะยาเสพติดที่มีแหล่งผลิตในประเทศหนึ่ง อาจใช้สารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ (Precursor & Chemical) ที่มาจากอีกประเทศหนึ่ง โดยมีนายทุนที่อยู่เบื้องหลังอยู่อีกประเทศ ในขณะที่ผู้เสพหรือลูกค้ายาเสพติดกระจายอยู่ในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก
ปัญหายาเสพติดจึงไม่เป็นเพียงภัยคุกคามต่อประเทศใดประเทศหนึ่งเท่านั้น แต่เป็นภัยคุกคามต่อมวลมนุษยชาติในโลก โดยไม่เลือกเพศ วัย และชนชั้นวรรณะ
สำหรับประเทศไทยนั้น เราตกอยู่ในฐานะประเทศที่เป็นเส้นทางผ่านสารตั้งต้น เข้าไปยังแหล่งผลิตในประเทศเพื่อนบ้าน และเป็นเส้นทางลำเลียงยาเสพติดจากแหล่งผลิตในประเทศเพื่อนบ้านไปยังภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วโลก อีกทั้งเรายังเป็นจุดหมายปลายทางหรือตลาดของยาเสพติดที่มีผู้เสพนับล้านคน
แม้ว่าที่ผ่านมา การบังคับใช้กฎหมายเพื่อปราบปรามยาเสพติดจะเป็นไปอย่างเข้มข้น โดยเมื่อเทียบกับปี 2567 จะเห็นได้ว่าสถิติการจับกุมยาเสพติดในภูมิภาคพุ่งสูงขึ้นถึง 221.2 ตัน เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดยาบ้าได้เพิ่มขึ้นกว่า 1.3 เท่า หรือประมาณกว่า 247 ล้านเม็ด ขณะที่ตรวจยึดยาไอซ์เพิ่มสูงขึ้นถึง 3.93 เท่า หรือกว่า 12,933 กิโลกรัม
ความสำเร็จในการจับกุมนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อวงจรการค้ายาเสพติด ทำให้ยาเสพติดขาดตลาดและมีราคาสูงขึ้นกว่า 300% ซึ่งช่วยลดความสามารถในการเข้าถึงยาเสพติดของผู้เสพได้ในระดับหนึ่ง
อย่างไรก็ตาม แม้การปราบปรามจะประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี แต่สังคมไทยยังคงมีประเด็นที่น่ากังวล เนื่องจากข้อมูลจากสำนักงาน ป.ป.ส. พบว่าประชากรในช่วงอายุ 12 - 65 ปี ที่ใช้สารเสพติดมีจำนวนสูงถึง 3.8 ล้านคน ซึ่งถือว่าเป็นขนาดความต้องการ (Demand) ที่ใหญ่
เมื่อผนวกเข้าจำนวนผู้มีอาการจิตเวชที่มาจากยาเสพติด ซึ่งมีรายงานว่ามีสะสมอีกกว่า 2.2 แสนคน จึงถือเป็นความท้าทายสำคัญที่ต้องเร่งแก้ไขควบคู่ไปกับการปราบปราม
สิ่งที่น่าวิตกมากไปกว่านั้น คือ ในขณะที่ประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย (Aging Society) แต่ประชากรที่อยู่ในวัยที่เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ กลับเข้าสู่วงจรยาเสพติดเพิ่มมากขึ้น
โดยข้อมูลจากกรมราชทัณฑ์ (มกราคม 2569) พบว่าผู้ต้องขังร้อยละ 69.3 หรือ 213,996 คน จากผู้ต้องขังรวม 308,781 คน เป็นผู้กระทำความผิดในคดีเกี่ยวกับยาเสพติด ซึ่งเท่ากับว่าแทนที่เราจะได้ประชากรเหล่านี้มาเป็นกำลังการผลิตของประเทศ แต่กลับต้องใช้ทรัพยากรของรัฐที่มีอยู่อย่างจำกัดมาดูแลในระหว่างที่ถูกคุมขัง ซึ่งแต่ละปีใช้งบประมาณมากกว่า 15,000 ล้านบาท
ด้วยเหตุนี้ จึงมีความจำเป็นอย่างเร่งด่วนที่จะต้อง "ยกเครื่อง" ระบบใหม่ทั้งหมดภายใต้นโยบาย “ปราบยาเสพติด ไม่จบไม่เลิก” โดยการเปลี่ยนผ่านจากนโยบายปราบปรามทางอาญาเพียงอย่างเดียวที่ทำให้เกิดปัญหานักโทษล้นคุก ไปสู่ “ยุทธศาสตร์บูรณาการ SEAL - STOP - SAFE”
SEAL หรือ การยกระดับการสกัดกั้นชายแดนเชิงรุก เพื่อตัดวงจรการนำเข้าสารตั้งต้นและตัวยาเสพติด ก่อนเข้าสู่พื้นที่ตอนใน และกระจายไปสู่ชุมชน
STOP มุ่งเน้นการบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติด และขบวนการฟอกเงิน เพื่อยึดทรัพย์สิน ตัดท่อน้ำเลี้ยงอาชญากรรม รวมถึงจัดการกับเจ้าหน้าที่รัฐ ทั้งที่มีส่วนเกี่ยวข้อง และปล่อยปละละเลยไม่แก้ไขปัญหา
SAFE ยึดหลักการลดทอนความเป็นอาญา (Decriminalization) โดยเปลี่ยนผู้เสพให้เป็นผู้ป่วยเพื่อเข้าสู่ระบบการบำบัดรักษา ผ่านนโยบาย "1 จังหวัด 1 ศูนย์บำบัด" ซึ่งจะช่วยลดความแออัดในเรือนจำ ตัดวงจรผู้เสพไม่ให้กลายเป็นผู้ค้า พร้อมทั้งจัดตั้ง Restart Academy เพื่อฟื้นฟูสภาพจิตใจและฝึกทักษะอาชีพ โดยมุ่งเน้นการคืนคนคุณภาพสู่ครอบครัว และคืนพื้นที่ปลอดภัยให้แก่ชุมชนอย่างยั่งยืนตามมาตรฐานสากลของ WHO และ UNODC
ปัญหายาเสพติดทำลายเด็กและเยาวชนซึ่งเป็นอนาคตของประเทศ! การใช้มาตรการปราบปรามยาเสพติดต้องจัดการให้ตรงจุด จัดการอย่างเด็ดขาด และจัดการอย่างต่อเนื่อง นี่คือเรื่องด่วนที่ต้อง 'ยกเครื่อง' ทันที! เพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัย และอนาคตที่ดีให้กับคนไทยทุกคน “เพื่อไทยทำได้” ปราบยาเสพติด ไม่จบไม่เลิกครับ
ที่มา รวิศ สอดส่อง - Ravit Sodsong เรียบเรียงโดย ทีมงานข่าวสดออนไลน์ วันที่ 27 ม.ค. 2569
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : รวิศ สอดส่อง ชี้ต้องยกเครื่อง ปราบยาเสพติด ลั่น เพื่อไทยทำได้ ไม่จบไม่เลิก!
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th