โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อิหร่านสวนทรัมป์ ‘นี่คือสงครามยาว’ ประกาศเดินหน้าตอบโต้อิสราเอล ด้วย ‘ขีปนาวุธ’ ที่มีน้ำหนักเกิน 1 ตัน

The Momentum

อัพเดต 10 มี.ค. เวลา 17.58 น. • เผยแพร่ 10 มี.ค. เวลา 05.53 น. • THE MOMENTUM

วันนี้ (10 มีนาคม 2026) ฝ่ายประชาสัมพันธ์ของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (Islamic Revolutionary Guard Corps: IRGC) ออกแถลงการณ์ประกาศเพิ่มความรุนแรงในการตอบโต้อิสราเอลภายใต้ปฏิบัติการ Operation Promise IV ระลอกที่ 33
IRGC ยังเผยด้วยว่า มีการใช้ขีปนาวุธ Kheibar Shekan หรือขีปนาวุธพิสัยกลางที่พัฒนาโดย IRGC มากกว่า 10 ลูก โจมตีไปยังเป้าหมายที่เมืองเทลอาวีฟ เมืองหลวงของอิสราเอล และปฏิบัติการดังกล่าวสำเร็จไปด้วยดี โดยพุ่งเป้าไปยังเป้าหมายอย่างแม่นยำ หนึ่งในนั้นคือ ฐานทัพกองเรือที่ 5 สหรัฐฯ ในบาห์เรน ซึ่ง IRGC เรียกว่าเป็นกองเรือของผู้ก่อการร้าย
ขณะเดียวกันนับจากนี้ไป อิหร่านจะใช้เฉพาะขีปนาวุธที่มีน้ำหนักมากที่สุด คือขีปนาวุธที่มีน้ำหนัก 1 ตันขึ้นไป ในการโจมตีอิสราเอลและโจมตีเป้าหมายอื่นๆ
ด้านสำนักข่าว Al Jazeera ระบุว่า รองรัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านยืนยันว่า จีน ฝรั่งเศส และรัสเซีย ติดต่อมาเพื่อขอหยุดยิง แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับข้อเสนอเฉพาะเจาะจง ทว่าอิหร่านยืนกรานที่จะไม่กลับไปเจรจาต่อรองอีก เว้นแต่จะได้รับหลักประกันว่า การรุกรานจะไม่เกินขึ้นอีก
ด้าน คามาล คาราซี (Kamal Kharazi) ที่ปรึกษาด้านนโยบายต่างประเทศของผู้นำสูงสุดของอิหร่าน กล่าวว่า ขณะนี้ยังคงไม่เห็นวี่แววในการเจรจาทางการทูตกับสหรัฐฯ และกองทัพอิหร่านพร้อมแล้วสำหรับสงครามระยะยาว
ท่าทีดังกล่าวของอิหร่านเกิดขึ้นภายหลัง โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ประกาศว่า สงครามอาจจบเร็วกว่าที่คาด ภายหลังสงครามส่งผลกระทบกับเศรษฐกิจโลก รวมถึงเศรษฐกิจสหรัฐฯ อย่างหนักจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ อีกทั้งยังกระทบกับการส่งออกน้ำมันและก๊าซธรรมชาติไปทั่วโลก

ภาพ: AFP

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...