โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

นายกฯ นั่งหัวโต๊ะประชุมพลังงาน รับมือสถานการณ์ตะวันออกกลาง ย้ำไม่ให้กระทบประชาชน พร้อมเสริมความมั่นคงพลังงานประเทศ

สวพ.FM91

อัพเดต 09 มี.ค. เวลา 19.48 น. • เผยแพร่ 09 มี.ค. เวลา 19.48 น.

นายกฯ นั่งหัวโต๊ะประชุมพลังงาน รับมือสถานการณ์ตะวันออกกลาง ย้ำไม่ให้กระทบประชาชน พร้อมเสริมความมั่นคงพลังงานประเทศ

วันที่ 9 มีนาคม 2569 ณ ห้องสีเขียว ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมเร่งด่วนเพื่อติดตามสถานการณ์พลังงานจากความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง และกำหนดมาตรการรองรับผลกระทบต่อประเทศไทย โดยมีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุม

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า สถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้น ส่งผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันดิบของโลกและระบบขนส่งทางทะเล ทำให้ราคาพลังงานในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่อค่าครองชีพของประชาชนและต้นทุนภาคเศรษฐกิจของประเทศ รัฐบาลจึงต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และกำหนดมาตรการรองรับอย่างทันท่วงที เพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชนให้มากที่สุด

นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า รัฐบาลให้ความสำคัญสูงสุดกับการดูแลประชาชน โดยได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมมาตรการรองรับอย่างรอบด้าน ทั้งการบริหารจัดการพลังงาน การรักษาเสถียรภาพด้านราคา และการดูแลค่าครองชีพของประชาชน ทั้งนี้ การดำเนินมาตรการต่าง ๆ ต้องไม่เพิ่มภาระให้กับประชาชน ขณะเดียวกันก็ต้องเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศในระยะยาว (Energy Resilience) ด้วย

ในการประชุมครั้งนี้ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติได้รายงานสถานการณ์ล่าสุดในภูมิภาคตะวันออกกลาง รวมถึงแนวโน้มผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและประเทศไทย พร้อมทั้งนำเสนอแนวทางบริหารจัดการพลังงานและมาตรการดูแลค่าครองชีพของประชาชน โดยนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้สภาพัฒน์ทำหน้าที่เป็นหน่วยงานอำนวยการในการบูรณาการแผนการดำเนินงานของทุกหน่วยงาน เพื่อให้รัฐบาลสามารถบริหารสถานการณ์พลังงานได้อย่างมีเอกภาพและครอบคลุม

ทั้งนี้ กระทรวงพลังงานได้รายงานมาตรการยกระดับการสำรองน้ำมันเชิงยุทธศาสตร์อย่างค่อยเป็นค่อยไปโดยปัจจุบันประเทศไทยมีปริมาณน้ำมันสำรองรวมเพียงพอ

สำหรับสถานการณ์ก๊าซธรรมชาติ ขณะนี้ยังคงมีปริมาณเพียงพอและไม่น่าวิตกกังวล โดยมีการเตรียมแผนบริหารจัดการพลังงานเพิ่มเติม อาทิ การเพิ่มการผลิตไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานอื่น เช่น ถ่านหินและพลังงานน้ำ เพื่อเสริมความมั่นคงของระบบพลังงานของประเทศ

นายกรัฐมนตรีกล่าวย้ำว่า ภายใต้สถานการณ์ความไม่แน่นอนของตลาดพลังงานโลก รัฐบาลจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และพร้อมใช้มาตรการที่จำเป็นเพื่อรักษาเสถียรภาพด้านพลังงาน ทั้งการกระจายแหล่งนำเข้าน้ำมัน และก๊าซธรรมชาติ รวมทั้งจะเสริมด้วยมาตรการประหยัดพลังงานตามความจำเป็น ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรียืนยันว่าการดำเนินนโยบายทุกด้านจะมุ่งให้ผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนเกิดขึ้นน้อยที่สุด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...