กรมทรัพย์สินทางปัญญา รุกโมเดล GI Tourism ชู “เครื่องปั้นดินเผาเกาะเกร็ด” ปั๊มมูลค่าเพิ่ม 7 เท่า
กางแผนยุทธศาสตร์ปี 2026 ขับเคลื่อนศรษฐกิจฐานรากผ่านสินค้าอัตลักษณ์ท้องถิ่น 250 รายการ สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนกว่า 1.14 แสนล้านบาท ยกระดับเครื่องปั้นดินเผาเกาะเกร็ดสู่ Soft Power เชิงวัฒนธรรม เล็งขยายช่องทางโมเดิร์นเทรดผ่านความร่วมมือภาคเอกชนและห้างสรรพสินค้าชั้นนำ ผนึกพาณิชย์จังหวัดนนทบุรี ปั้นแหล่งผลิตเป็นแลนด์มาร์คท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ ดึงกำลังซื้อนักท่องเที่ยวไทย-ต่างชาติเข้าสู่ชุมชนโดยตรง
2 กุมภาพันธ์ 2569– กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เร่งเครื่องนโยบายสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานรากผ่านระบบสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) โดยมุ่งเน้นการเปลี่ยนผ่านจากสินค้าหัตถกรรมดั้งเดิมสู่การเป็นสินค้าพรีเมียมเชิงสร้างสรรค์ พร้อมบูรณาการร่วมกับการท่องเที่ยวเพื่อสร้างรายได้ที่ยั่งยืนให้แก่ชุมชน
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยภายหลังการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมแหล่งผลิต "เครื่องปั้นดินเผาเกาะเกร็ด" จังหวัดนนทบุรี ว่า ในปี 2569 กรมฯ มีเป้าหมายชัดเจนในการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับสินค้า GI ทั่วประเทศ ซึ่งปัจจุบันมีจำนวนรวม 250 รายการ สร้างมูลค่าเศรษฐกิจสะสมกว่า 114,623 ล้านบาท โดยกลยุทธ์สำคัญคือการขยายขีดความสามารถในการแข่งขันจากการขึ้นทะเบียน ไปสู่การจัดทำระบบควบคุมคุณภาพ การพัฒนาบรรจุภัณฑ์เชิงพาณิชย์ และการเชื่อมโยงแหล่งผลิตเข้ากับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว
สำหรับเครื่องปั้นดินเผาเกาะเกร็ดถือเป็นกรณีศึกษาที่ประสบความสำเร็จในการยกระดับราคาสินค้าอย่างมีนัยสำคัญ โดยข้อมูลเปรียบเทียบพบว่าในช่วงก่อนการขึ้นทะเบียน GI สินค้ามีราคาจำหน่ายเฉลี่ยเพียง 100 บาทต่อชิ้น แต่หลังจากได้รับมาตรฐาน GI ราคาจำหน่ายได้ขยับสูงขึ้นเป็น 500 – 700 บาทต่อชิ้น หรือคิดเป็นการเติบโตกว่า 500-700% เนื่องจากตลาดให้การยอมรับในคุณค่าของวัตถุดิบดินเหนียวท้องนาคุณภาพสูงที่มีความละเอียดและเหนียวแน่นเป็นพิเศษ ซึ่งเป็นอัตลักษณ์เฉพาะทางธรณีวิทยาของพื้นที่เกาะเกร็ด
“กรมฯ ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการขึ้นทะเบียนสินค้า GI ทั้งในและต่างประเทศ แต่ยังให้ความสำคัญกับการจัดทำระบบควบคุมคุณภาพสินค้าที่ขึ้นทะเบียนแล้ว พร้อมเชื่อมโยงแหล่งผลิตสู่แหล่งท่องเที่ยว เพื่อยกระดับสินค้า GI ในมิติต่างๆ สู่การสร้างรายได้อย่างยั่งยืน”
ทางด้านแผนงานเชิงรุกในปีนี้ กรมทรัพย์สินทางปัญญา ได้หารือร่วมกับพาณิชย์จังหวัดนนทบุรี และกลุ่มผู้ประกอบการท้องถิ่น เพื่อวาง Roadmap การตลาดเชิงรุก 3 ด้านหลัก ได้แก่
- การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ (Packaging Design) ให้ตอบโจทย์ตลาดของขวัญและของที่ระลึกระดับสูง
- การขยายช่องทางจัดจำหน่ายผ่านความร่วมมือกับภาคเอกชน อาทิ ศูนย์การค้าไอคอนสยาม เพื่อเพิ่มการเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อสูงและนักท่องเที่ยวต่างชาติ และ
- การผลักดันโครงการ GI Tourism โดยชูจุดเด่นการเดินทางเข้าถึงที่สะดวกทั้งทางบกและทางน้ำ เพื่อปั้นเกาะเกร็ดให้เป็นแลนด์มาร์คการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมใกล้กรุงเทพฯ
ในเชิงวิชาการ ความโดดเด่นของเครื่องปั้นดินเผาเกาะเกร็ดเกิดจากลักษณะทางภูมิศาสตร์ที่เป็นเกาะกลางแม่น้ำเจ้าพระยา ทำให้มีการสะสมของตะกอนดินเหนียวที่มีธาตุเหล็กผสมอยู่ เมื่อผ่านกระบวนการเผาด้วยอุณหภูมิที่เหมาะสมจะให้สีแดงอมส้มธรรมชาติโดยไม่ต้องพึ่งพาการเคลือบผิว ซึ่งถือเป็น Value Proposition สำคัญที่สามารถนำมาสร้าง Storytelling เพื่อเพิ่มมูลค่าทางการค้าได้ในระดับสากล
“การส่งเสริมสินค้า GI ครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการรักษาภูมิปัญญาดั้งเดิม แต่ยังเป็นการสร้างโอกาสทางการค้าที่มั่นคงให้กับช่างฝีมือ ให้เติบโตไปพร้อมกับเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของไทย”
นอกจากนี้ กรมฯ ยังมีแผนเผยแพร่ข้อมูลผ่านสื่อออนไลน์และออฟไลน์เพื่อสร้าง Brand Awareness ให้กับสินค้า GI ในวงกว้าง โดยมองว่าเครื่องปั้นดินเผาเกาะเกร็ดเป็นโมเดลที่สะท้อนถึงการใช้ทรัพย์สินทางปัญญาในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากได้อย่างเป็นรูปธรรม ช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางรายได้ และสร้างแรงจูงใจให้คนรุ่นใหม่ในท้องถิ่นกลับมาสืบทอดและต่อยอดงานหัตถศิลป์ในรูปแบบธุรกิจสมัยใหม่ต่อไป