“ตัวเลขจ้างงานสหรัฐ” เดือน ม.ค.พุ่งสูงสุดในรอบ 1 ปี ว่างงานลด หนุนเฟดคงดอกเบี้ย
"ตัวเลขจ้างงานสหรัฐ" เดือน ม.ค.พุ่งสูงสุดในรอบ 1 ปี ว่างงานลด ขณะที่อัตราว่างงานลดลงสู่ 4.3% สะท้อนตลาดแรงงานเริ่มฟื้นตัว หนุนเฟดคงดอกเบี้ยในระยะใกล้
วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 05.05 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ตลาดแรงงานสหรัฐส่งสัญญาณฟื้นตัวในช่วงต้นปี 2569 หลังการจ้างงานเดือนมกราคมเพิ่มขึ้นมากที่สุดในรอบกว่า 1 ปี และอัตราว่างงานปรับลดลงอย่างไม่คาดคิด สะท้อนว่าตลาดแรงงานกำลังเริ่มตั้งหลักได้ หลังผ่านพ้นปีที่ซบเซาที่สุดนอกภาวะเศรษฐกิจถดถอยนับตั้งแต่ปี 2546
ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐฯ (BLS) ที่เผยแพร่เมื่อวันพุธ ระบุว่านายจ้างเพิ่มการจ้างงาน 130,000 ตำแหน่งในเดือนมกราคม ขณะที่อัตราว่างงานลดลงสู่ระดับ 4.3% หลังจากก่อนหน้านี้มีการปรับทบทวนข้อมูลปี 2568 ซึ่งชี้ว่าการจ้างงานชะลอตัวลงอย่างมาก โดยตลอดปีที่ผ่านมา การจ้างงานเฉลี่ยเพิ่มขึ้นเพียง 15,000 ตำแหน่งต่อเดือน ลดลงจากตัวเลขเดิมที่เคยรายงานไว้เฉลี่ย 49,000 ตำแหน่ง
รายงานดังกล่าวสะท้อนว่าตลาดแรงงานกำลังค่อย ๆ ฟื้นตัวจากภาวะซบเซา แม้นักเศรษฐศาสตร์ยังคาดว่าการจ้างงานในปี 2569 จะขยายตัวในอัตราที่ค่อนข้างช้า แต่ความชัดเจนมากขึ้นเกี่ยวกับผลกระทบจากนโยบายเศรษฐกิจของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ รวมถึงต้นทุนการกู้ยืมที่ลดลง อาจช่วยกระตุ้นให้นายจ้างบางส่วนกลับมาเพิ่มการจ้างงาน
ตัวเลขเดือนมกราคมยังสนับสนุนมุมมองของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่ต้องการคงอัตราดอกเบี้ยไว้ก่อน โดยนักลงทุนจำนวนมากได้เลื่อนคาดการณ์ช่วงเวลาการปรับลดดอกเบี้ยครั้งถัดไปออกไปเป็นเดือนกรกฎาคม จากเดิมที่คาดไว้ในเดือนมิถุนายน
เจอโรม พาวเวล ประธานเฟด เคยระบุว่า เห็นสัญญาณของการทรงตัวในตลาดแรงงาน ซึ่งสอดคล้องกับมุมมองของนักเศรษฐศาสตร์หลายฝ่าย โดยเฮทเธอร์ ลอง หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ Navy Federal Credit Union กล่าวว่า “หลังจากปี 2568 ที่แทบจะเรียกได้ว่าเป็นภาวะถดถอยด้านการจ้างงาน ตัวเลขล่าสุดถือเป็นข่าวดี และสะท้อนว่าตลาดแรงงานกำลังมีเสถียรภาพมากขึ้น”
ด้านทรัมป์ได้โพสต์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ชื่นชมตัวเลขการจ้างงาน พร้อมย้ำว่าควรทำให้อัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ อยู่ในระดับต่ำที่สุดในโลก
การเพิ่มขึ้นของการจ้างงานในเดือนมกราคมนำโดยภาคสาธารณสุข ซึ่งมีการจ้างงานสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2563 และเป็นภาคส่วนหลักที่ช่วยพยุงการเติบโตของการจ้างงานตลอดปี 2568 ขณะที่ภาคก่อสร้าง และภาคบริการด้านวิชาชีพและธุรกิจมีการจ้างงานเพิ่มขึ้นเช่นกัน ส่วนภาคการผลิตกลับมามีการจ้างงานเพิ่มขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบกว่าหนึ่งปี อย่างไรก็ดีการจ้างงานภาครัฐบาลกลางยังคงปรับลดลง
แม้การเลิกจ้างโดยรวมยังอยู่ในระดับจำกัด แต่ช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา บริษัทขนาดใหญ่อย่าง Amazon และ UPS ได้ประกาศลดพนักงาน ขณะที่จำนวนตำแหน่งงานว่างในระบบเศรษฐกิจลดลงสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2563
ในด้านบวกอื่น ๆ อัตราการมีส่วนร่วมในตลาดแรงงานเพิ่มขึ้นเป็น 62.5% จำนวนผู้ทำงานพาร์ตไทม์ด้วยเหตุผลทางเศรษฐกิจลดลงมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2565 และจำนวนผู้ว่างงานระยะยาว (มากกว่า 27 สัปดาห์) ปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนความเชื่อมั่นของแรงงานต่อโอกาสในการหางานใหม่
รายงานฉบับนี้ยังรวมถึงการปรับปรุงแบบจำลอง“birth-death model” ของ BLS ซึ่งใช้ประเมินจำนวนสุทธิของธุรกิจที่เปิดใหม่และปิดตัวลง เพื่อให้สะท้อนสภาพเศรษฐกิจปัจจุบันได้ดีขึ้น และช่วยลดความผันผวนของการปรับทบทวนข้อมูลในอนาคต
ทั้งนี้ ตัวเลขการจ้างงานเดือนมกราคมเดิมมีกำหนดเผยแพร่เมื่อวันที่ 6 ก.พ. แต่ถูกเลื่อนออกมา เนื่องจากการปิดหน่วยงานรัฐบาลบางส่วนก่อนหน้านี้
นอกจากนี้รายงานยังระบุว่า ค่าจ้างเฉลี่ยต่อชั่วโมงเพิ่มขึ้น 0.4% จากเดือนธันวาคม ซึ่งเป็นตัวชี้วัดสำคัญต่อกำลังซื้อของภาคครัวเรือนและทิศทางการบริโภคในระยะต่อไป
อ้างอิง : bloomberg.com