หุ้นไทย เปิดตลาดภาคเช้าดิ่ง 2 % ดัชนีติดลบ 31.47 จุด กังวลวิกฤติตะวันออกกลาง
หุ้นไทย เปิดตลาดภาคเช้าดิ่ง 2 % ดัชนีติดลบ 31.47 จุด นักวิเคราะห์มองหากวิกฤติตะวันออกกลางรุนแรงขึ้น ยืดเยื้อ บานปลาย อาจกดดัน SET ปรับฐาน 2-4 สัปดาห์ downside ราว 5-10% ดัชนี 1,400-1,450 จุด
วันที่ 2 มี.ค.2569ตลาดหุ้นไทยเปิดตลาดภาคเช้าปรับตัวลงทันที 2 % ดัชนีติดลบ 31.47 จุด มาที่ 1,496.67 จุด หลุดระดับ 1,500 จุด ผลจากความกังวลสถานการณ์ในตะวันออกกลาง
นายพิริยพล คงวาณิช นักกลยุทธ์ บล.บัวหลวง ประเมินว่า ภาวะตลาดหุ้นไทยกำลังเผชิญกับบททดสอบสำคัญ ทั้งจากความตึงตัวในระยะสั้นและปัจจัยกดดันทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะภาวะสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน
หากอิงจากสงคราม 4 ครั้งหลักในอดีต ทั้งอิรัก-คูเวต (1990), สหรัฐฯ- อิรัก (2003), รัสเซีย-ยูเครน (2022), อิหร่าน-อิสราเอล (2025) น้ำมันปรับขึ้นเฉลี่ยราว 9% ภายใน 2 สัปดาห์แรก และอาจเร่งตัวขึ้นไป 13% ภายใน 1 เดือน และอาจกดดันดัชนีหุ้นไทย (SET) ปรับฐานเฉลี่ย 4-5% ใน 1 สัปดาห์สวนทางกับกลุ่มพลังงานไม่รวมโรงไฟฟ้า กลุ่มสื่อสารและโรงพยาบาลที่ยังให้ผลตอบแทนเป็นบวก
สำหรับรอบนี้หากสงครามทวีความรุนแรงขึ้น-ยืดเยื้อบานปลาย อาจกดดันให้ดัชนีเข้าสู่รอบการปรับฐานซึ่งอาจกินเวลาประมาณ 2-4 สัปดาห์ downside ราว 5-10% อาจกดดันดัชนีลงไปบริเวณ 1,400-1,450 จุดได้ ขึ้นอยู่กับว่าสถานการณ์จะยืดเยื้อเพียงใด
อย่างไรก็ตาม หากแรงกดดันดังกล่าวเริ่มคลี่คลายและคู่ขัดแย้งหันหน้าเข้าสู่โต๊ะเจรจา เราเชื่อว่า SET Index จะสามารถพลิกฟื้นกลับเข้าสู่รอบขาขึ้นได้อีกครั้ง โดยมีแรงหนุนสำคัญจากการฟื้นตัวของกำไรต่อหุ้นและเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติที่จ่อคิวไหลเข้ามาไทย
หากพิจารณาจากสถิติในอดีตจะพบว่าฟันด์โฟลว์มักจะไหลเข้าต่อเนื่องเฉลี่ยถึง 10 เดือน ด้วยยอดซื้อสุทธิสูงถึง 1.6 แสนล้านบาท และจะดันให้ส่วนต่างผลตอบแทนหุ้นกับพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี (Earning Yield Gap) ลงไปแตะระดับ 3% ก่อนจะจบรอบ
กลยุทธ์ลงทุนรอสะสมจังหวะตลาดปรับฐาน เน้นหุ้นเป้าหมายฟันด์โฟลว์ต่างชาติ ที่มีสถิติเป็นหุ้นที่ฟันโฟลว์มักไหลเข้ารอบก่อน-ราคายังต่ำมูลค่า เช่น BH, CPALL, CPN, MINT