โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

คนร้าย ยอมเปิดปาก หลังก่อเหตุใช้อาวุธสงคราม ยิงถล่มตำรวจทางหลวงกลางเมืองแปดริ้ว

สยามนิวส์

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • ทีมข่าวสยามนิวส์
วันที่ 2 มี.ค. 2569 เวลา 23.30 น. ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก พ.ต.ท.สิทธิศักดิ์ บัวธารา สารวัตรเวรสอบสวน สภ.เมืองฉะเชิงเทรา เจ้าของคดีคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงถล่มใส่รถยนต์ตำรวจทางหลวง

วันที่ 2 มี.ค. 2569 เวลา 23.30 น. ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก พ.ต.ท.สิทธิศักดิ์ บัวธารา สารวัตรเวรสอบสวน สภ.เมืองฉะเชิงเทรา เจ้าของคดีคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงถล่มใส่รถยนต์ตำรวจทางหลวง จนทำให้มียานพาหนะของชาวบ้านได้รับความเสียหายหลายราย และยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกจำนวนหลายคน เหตุเกิดขึ้นบนถนนมหาจักพรรดิ์ กลางตัวเมืองฉะเชิงเทรา เมื่อเวลา 15.40 น.ว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจากหลายหน่วยงาน ประกอบด้วย สภ.เมืองฉะเชิงเทรา หน่วยปฏิบัติการพิเศษ ภ.จว.ฉะเชิงเทรา และชุดปฏิบัติการไล่ล่าจาก ส.ทล.1 กก.3 บก.ทล. (ตร.ทางหลวงฉะเชิงเทรา)

ได้เข้าทำการปิดล้อมจับกุมตัว นายเปรมณุพงศ์ พนมสิงห์ อายุ 36 ปี ชาว ต.เขาหินซ้อน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา ผู้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนสงครามอาก้ากราดยิงกลางเมืองไว้ได้แล้ว ที่บริเวณในพื้นที่ ม.1 ต.วังตะเคียน อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา พร้อมด้วยรถยนต์ SUV ยี่ห้ออีซูซุ รุ่น MU-7 สีขาวทะเบียน จพ-9131 ชลบุรี และอาวุธปืนสงคราม AK47 (อาก้า) ลักษณะถอดส่วนฐานออกเหลือแต่เพียงลำตัวปืนจำนวน 1 กระบอก นำมาสอบสวนดำเนินคดีแล้ว

โดยเหตุการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นหลังจาก มีผู้พบเห็นผู้ต้องหารายนี้นำอาวุธปืนออกมาโชว์ ขณะขับรถออกมาตามท้องถนนจึงได้แจ้งให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงได้เข้าทำการตรวจสอบ ต่อมา มีผู้พบเห็นว่ารถคันดังมาจอดอยู่ที่บริเวณด้านหน้าศาล จ.ฉะเชิงเทรา กลางตัวเมืองใกล้ศาลากลาง และยังคงมีการนำอาวุธปืนออกมาโชว์ข่มขู่ ปชช.อีก พลเมืองดีจึงได้แจ้งไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจ จนกระทั่งมี ดต.อนุสรณ์ เอ็งฟิวศรี และ ดต.เฉลิมพล เฉลิมชัยวิณิชกุล จนท.ตำรวจทางหลวง

ได้เข้าทำการตรวจ พบว่ามีรถยนต์ตามลักษณะที่ได้รับแจ้ง จอดอยู่บริเวณใกล้กับโรงเบียร์แห่งหนึ่งย่านปากซอยถนนประชาสรรค์ ต.หน้าเมือง อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา จึงได้พยายามเรียกให้จอดหยุดรถ แต่คนร้ายไม่ยอมจอดรถ จึงได้เกิดเหตุการณ์ไล่ติดตามกันไป โดยคนร้ายได้ขับรถเลี้ยวขวาออกจาก ถ.ประชาสรรค์ ไปยังเส้นทางสถานีขนส่งฉะเชิงเทรา และมีการติดตามกันมาทันที่บริเวณทางคู่ขนานต่างระดับ รพ.เกษมราษฎร์ฉะเชิงเทรา

เนื่องจากมีรถติดสะสมอยู่ในเส้นทางด้านฝั่งขาเข้า จนท.ตำรวจทางหลวงจึงได้เรียกให้หยุดรถ แต่เมื่อคนร้ายหยุดรถแล้วกลับได้ใช้อาวุธปืนยิงถล่มใส่มาทาง จนท.ตำรวจ จนกระสุนแฉลบเข้ามาฝังอยู่ในศีรษะของ ดต.อนุสรณ์ อายุ 36 ปี ที่บริเวณด้านหลังใบหูขวากระสุนฝังใน แต่ยังคงรู้สึกตัวดีและสามารถใช้อาวุธปืนต่อสู้กับคนร้าย จากนั้นได้พยายามที่จะขับรถหลบหนีคนร้ายไป เนื่องจากผู้ก่อเหตุมีอาวุธปืนสงคราม ส่วนคนร้ายได้ขับรถปืนข้ามเกาะกลางบริเวณก่อนถึงหน้าสถานีรถไฟฉะเชิงเทราหลบหนีไป

ขณะเกิดเหตุคนร้ายยังได้ใช้อาวุธปืนยิงตามมาด้วย จนกระสุนทะลุเข้ากระจกรถตำรวจทางหลวง ซึ่งเป็นรถยนต์เก๋งยี่ห้อฮอนด้าสีเลือดหมูแถบบานประตูสีเหลืองทะเบียน 7กด-5013 กทม. รหัสประจำรถ 3108 ถูกอาวุธปืนยิงเข้าที่กระจกหลัง 1 นัด ทะลุกลางกระจกบานหน้า 1 รู ซุ้มล้อหน้าด้านซ้าย 1 นัด ล้อหน้าซ้ายถูกกระสุนปืนยิงจนยางแบนเสียหาย 1 เส้น และยังมีรถยนต์ของชาวบ้านรับได้รับความเสียหายจำนวน 2 คัน รถ จยย. 1 คัน มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นรวม 3 ราย

ต่อมา เวลา 02.00 น. วันนี้ (3 มี.ค. 2569) จนท.ชุดสืบสวน สภ.เมืองฉะเชิงเทรา จึงได้นำตัว นายเปรมณุพงศ์ มาส่งให้แก่ทางพนักงานสอบสวนทำการสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย หลังได้นำตัวไปทำการสืบสวนหาข้อมูลตามขั้นตอนและบันทึกผลการจับกุม โดยที่นายเปรมณุพงศ์ ปฏิเสธที่จะให้ข้อมูลต่อผู้สื่อข่าว แต่ได้บอกกับผู้สื่อข่าวว่า ไม่ได้นำอาวุธปืนออกมาโชว์หรือข่มขู่ผู้ใดไปตามท้องถนนตามที่ปรากฎเป็นข่าวทางสื่อต่างๆ แต่ที่ใช้อาวุธปืนยิงนั้น เพราะถูกตำรวจใช้อาวุธปืนจ่อหน้าจะยิงมาก่อน ส่วนประชาชนที่รับผลกระทบนั้น ต้องขอโทษด้วยเพราะไม่ได้ตั้งใจที่จะให้มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น โดยมีทางฝ่ายภรรยา และมารดาของผู้ก่อเหตุมาเฝ้ารอคอยให้กำลังใจอยู่ภายใน สภ.เมืองฉะเชิงเทรา ด้วยความเสียใจที่เกิดเหตุการนี้ขึ้น

ผู้สื่อข่าวจังหวัดฉะเชิงเทรา รายงาน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...