โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 2 มีนาคม 2569

สวพ.FM91

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 2 มีนาคม 2569

>> คุณตา วัย 71 ปีขับขี่รถจักรยานยนต์ชนกับรถนั่งส่วนบุคคล เสียชีวิตกลางถนน จ.ราชบุรี

06.50 น. มูลนิธิรวมใจการกุศลราชบุรี (พ้งไล้ 36) ได้รับแจ้งว่า มีอุบัติเหตุ รถนั่งส่วนบุคคลชนกับรถจักรยานยนต์ และมีผู้เสียชีวิต กลางถนนหมายเลข 3291 บริเวณทางกลับรถ ใกล้เคียงร้านเทียนชัยเภสัช ม.5 ต.หนองปลาหมอ อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี

ที่เกิดเหตุ พบรถนั่งส่วนบุคคล มาสด้า ซีเอ็กซ์-3 สีเทา จอดอยู่ในสภาพท้ายรถฝั่งซ้ายมีร่องรอยการชนเสียหาย ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า สีขาว - แดง ล้มคว่ำ สภาพหน้ารถพังเสียหาย ตรวจสอบ พบว่ามีผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นชายไทย อายุ 71 ปี ในส่วนของสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านโป่ง

>> หนุ่มใหญ่ เมาอาละวาด ต่อยกระจกบาดแขนตัวเอง คมตัดเส้นเลือดใหญ่เสียชีวิต

07.35 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เสนา รับแจ้งมีชาวบ้านว่า พบร่างผู้เสียชีวิต ภายในบ้าน พื้นที่ ม.9 ต.ลาดงา อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้ใต้ถุนยกสูง ภายในบ้านพบร่างของผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นชายไทย อายุ 51 ปี นอนเสียชีวิตจมกองเลือด สภาพศพหงายหน้า ไม่สวมใส่เสื้อผ้า มีแผลฉกรรจ์ที่ข้อศอกขวาและมีบาดแผลถูกกระจกบาด ข้าวของกระจัดกระจาย กระจกแตก ที่ปลายเท้าพบเงินสด 100 บาท ข้าวเต็มหม้อที่เพิ่งหุงไว้ ในห้องน้ำเปิดน้ำทิ้งเอาไว้

ญาติของผู้ตาย เล่าว่า ปกติผู้ตายเป็นคนชอบดื่มสุราและชอบโวยวายอาละวาด ผู้ตายพักอาศัยอยู่คนเดียวภายในบ้านที่เกิดเหตุ ช่วงเวลา 01.00 น. ได้ยินเสียงผู้ตายเอะอะโวยวายทำลายข้าวของได้ยินเสียงกระจกแตก ตนพูดกับคนในบ้านว่า อย่าออกไปดูเลยเพราะว่าดึกแล้วกลัวจะเกิดอันตราย จนกระทั่งช่วงเช้า ตนได้เดินขึ้นไปดูที่บ้านของผู้ตายก็พบว่าประตูบ้านถูกล็อคเอาไว้จากด้านใน ตามคนมาช่วยพังประตูเปิดเข้าไปพบว่าผู้ตายนอนจมกองเลือดเสียชีวิตแล้ว ก่อนหน้านี้ผู้ตายได้โทรไปหาญาติที่อยู่ต่างจังหวัดเพื่อขอเงิน ทางญาติได้ให้เงินมา 1000 บาท ทุกครั้งที่ผู้ตายได้เงินมา มักจะนำเงินดื่มสุรา ชอบอาละวาดบ้านหรือทําร้ายข้าวของอยู่เป็นประจํา

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าผู้ตายดื่มสุราเข้าไปเยอะจนเกิดการคลุ้มคลั่งจนอาละวาดต่อยกระจกที่หน้าต่างจนถูกกระจกบาดเข้าเส้นที่เลือดใหญ่เสียเลือดมากจนเสียชีวิต
อย่างไงก็ตามเจ้าหน้าที่ต้องทำการสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้ง รวมทั้งส่งร่างผู้เสียชีวิตไปชันสูตรที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม เพื่อหาสาเหตุของการเสียชีวิตอย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนที่จะมอบศพให้ทางญาติไปดำเนินการตามประเพณี

>> เพลิงไหม้บ้านทาวน์เฮ้าส์ ซอยนวมินทร์ 57 เสียหายวอดทั้งห้อง

09.18 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ซอยนวมินทร์ 57 ถนนนวมินทร์ แขวงนวมินทร์ เขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็น ทาวน์เฮ้าส์ 2 ชั้น ใช้เป็นที่พักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ชั้นบน ภายในห้องนอน เพลิงลุกไหม้หิ้งพระ ตู้เสื้อผ้า ลุกลามฝ้าเพดาน พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายประมาณ 4 ตารางเมตร ประชาชนใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ ก่อนรถดับเพลิงถึงที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงทำการระบายควันและความร้อน

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจากการจุดธูปเทียนทิ้งไว้ ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของ

>> คนเก็บขยะผงะ พบศพทารก 4 เดือน ถูกทิ้งในถุงพลาสติก ซอยรามคำแหง 52

09.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน พนักงานเก็บขยะเขตบางกะปิ พบศพทารกเพศชายอายุประมาณ 4 เดือน ถูกห่อด้วยผ้าถุงสีดำลายนกยูงสีชมพู ใส่ถุงพลาสติกทิ้งไว้ในถังขยะ ภายในซอยรามคำแหง 52 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร ขณะปฏิบัติหน้าที่เก็บและคัดแยกขยะ ก่อนแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบ

พ.ต.ต.วิโรจน์ สุชาติ สว.(สอบสวน) สน.หัวหมาก พร้อมฝ่ายสืบสวน เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน และแพทย์นิติเวชโรงพยาบาลตำรวจ เข้าตรวจสอบเบื้องต้น ก่อนมอบหมายให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งนำร่างส่งชันสูตรอย่างละเอียด เพื่อหาอัตลักษณ์บุคคลและติดตามมารดาหรือผู้เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

>> สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ มอบเงินเยียวยาด้านคุณธรรม รอบสุดท้าย 13 ล้านบาท เหยื่อตึก สตง.ถล่ม

10.00 น. สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ ส่งมอบเงินเยียวยาด้านคุณธรรมให้ทายาทผู้เสียชีวิตและผู้สูญหายจากเหตุอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถล่ม เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 รอบที่ 4 จำนวน 13 ครอบครัว ครอบครัวละ 1 ล้านบาท รวม 13 ล้านบาท โดยเป็นเงินจากกิจการร่วมค้าระหว่างบริษัท อิตาเลียนไทย และบริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์เท็น เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่ทายาท ซึ่งวันนี้มีผู้แทนครอบครัวชาวเมียนมาร์เข้ารับมอบ 12 ครอบครัว พร้อมกล่าวขอบคุณทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ด้านนายธนพล คงเจี้ยง นายกสภาทนายความ ยืนยันว่า เงินดังกล่าวเป็นการเยียวยาด้านคุณธรรม ไม่ผูกพันกับกระบวนการพิจารณาคดี ซึ่งยังดำเนินไปตามพยานหลักฐานที่ผ่านมา โดยตลอด 1 ปี ได้ทยอยจ่ายเยียวยารวม 4 ครั้ง ครอบคลุมผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บรวม 105 ราย คิดเป็นวงเงินรวมราว 97 ล้านบาท ขณะที่ผู้แทนกิจการร่วมค้าและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องระบุไม่สามารถให้รายละเอียดคดีได้ เนื่องจากมาร่วมในพิธีมอบเงินเยียวยาเท่านั้น

>> “นายกฯ” นำประชุม สมช. รับมือสถานการณ์ความตรึงเครียดในตะวันออกกลาง

10.30 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ สมช. เพื่อประเมินสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยมีหน่วยงานด้านความมั่นคงเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง อาทิ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เสนาธิการทหารบก เสนาธิการทหารอากาศ พร้อมด้วย ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ

สำหรับวาระการประชุมในวันนี้ คาดว่า จะเป็นประเมินสถานการณ์การส่งออกและการนำเข้าสินค้าโดยเฉพาะน้ำมัน เพื่อเตรียมรับมือหากมีการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นช่องแคบสำคัญในการขนส่งสินค้า เนื่องจากหากมีการปิดทางเดินเรือจะส่งผลให้ราคาน้ำมันเพิ่มสูงขึ้น ไทยจึงจำเป็นต้องระงับการส่งออกน้ำมันไว้ก่อน เพราะขณะนี้ไทยมีน้ำมันสำรองเหลือใช้ภายในประเทศเพียง 60 วัน นอกจากนี้ ยังต้องจับตาการวางแผนอพยพคนไทยในตะวันออกออกกลางกลับประเทศ รวมถึงการยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยบุคคล สถานที่สำคัญ และสถานที่ราชการที่เกี่ยวข้องกับประเทศที่มีความขัดแย้ง

>> รถจักรยานยนต์ ชนกับรถเทรลเลอร์ ระหว่างเลี้ยวเข้าปั๊ม เด็กนักเรียนชาย 2 รายเสียชีวิต จ.ชุมพร

12.20 น. มูลนิธิชุมพรการกุศลสงเคราะห์ รับแจ้งว่า เกิดอุบัติเหตุรถเทรลเลอร์ ชนกับรถจักรยานยนต์ และมีผู้เสียชีวิต ถนนหมายเลข 41 (สายเอเชีย) ฝั่งขาล่องใต้ ช่วงหลัก ในพื้นที่ บ้านวิสัยเหนือ อ.เมือง จ.ชุมพร

ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า สีน้ำเงิน ป้ายทะเบียน ชุมพร ลักษณะชนกับรถเทรลเลอร์ ฮีโน่ สีขาว ป้ายทะเบียน สุราษฎร์ธานี ใกล้กันบริเวณใต้ล้อหลังด้านซ้ายของรถ พบร่างผู้เสียชีวิต 2 ราย เป็นผู้ชายไทย อายุ 14 ปี และอายุ 16 ปี ลักษณะสวมชุดนักเรียนทั้งคู่ ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองชุมพร

>> "ตรีนุช" รับแรงงานไทยในอิสราเอล-อิหร่าน ประสงค์กลับประเทศน้อย เหตุบางพื้นที่ไม่ได้รับผลกระทบ

13.25 น. น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.แรงงาน กล่าวถึงกรณีแรงงานไทยในอิสราเอล แจ้งความประสงค์เดินทางกลับประเทศไทยน้อยว่า ขณะนี้มีการแจ้งความประสงค์มาไม่มาก โดยได้มอบให้ปลัดกระทรวงแรงงาน และ ทูตที่ประจำอยู่ในประเทศภูมิภาคตะวันออกกลางคอยติดตาม ข้อมูลแรงงานไทยที่มีจำนวนมากที่สุดอยู่ที่อิสราเอล แต่ ในอิหร่านมีไม่ถึง 100 คน ขณะนี้กระทรวงแรงงาน เร่งให้ทูตแรงงาน ประสานกับแรงงานไทยที่อยู่ในพื้นที่ไม่ปลอดภัย และประสานกับกระทรวงการต่างประเทศเพื่อดูแลแรงงานไทยให้ปลอดภัย

ส่วนสาเหตุที่แรงงานไทยขอกลับน้อยนั้น น.ส.ตรีนุช กล่าวว่า ต้องติดตามอีกครั้ง อย่างในอิหร่านยังขาดการติดต่อกันอยู่ การสื่อสารยากลำบาก แต่วันนี้คงจะทราบแนวทาง ส่วนแรงงานไทยในอิสราเอลประสงค์จะเดินทางกลับยังมีน้อย ไม่ถึง 100 คน

"เหตุผลที่แรงงานยังไม่เดินทางกลับ นั้น เนื่องจากในบางส่วนของประเทศไม่ได้รับผลกระทบ ได้รับผลกระทบเพียงบางจุด อย่างไรก็ตาม กระทรวงแรงงานได้ตั้งศูนย์เพื่อติดตามตลอด 24 ชั่วโมง" น.ส.ตรีนุช กล่าว

>> ตำรวจภูธร ภาค 5 จับขบวนการขนยาเสพติด แฝงตัวเป็นนักท่องเที่ยว ยึดยาบ้า 4 ล้านเม็ด

13.30 น. กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง ปปส. ร่วมกันแถลงข่าวจับยาบ้า 4,000,000 เม็ด โดยการจับกุมครั้งนี้เจ้าหน้าที่ ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง ปปส. ได้รับแจ้งจะมีการลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากชายแดนไปส่งในพื้นที่ภาคกลาง จึงทำการตั้งด่านตรวจที่ด่านตรวจยาเสพติด แม่ทา จ.ลำพูน ต่อมามีรถเก๋ง 3 คัน ขับตามกันมา จึงเรียกตรวจค้น กระทั่งพบยาบ้า 4 ล้านเม็ด ซุกซ่อนในรถ 1 ใน 3 คันที่ขับมา

ทั้งนี้ จากการสอบสวน ทั้งหมดรับสารภาพว่า ได้รับการว่าจ้างจากนายทุน ค่าจ้าง350,000 บาท ให้ทำทีขับรถมาเที่ยวเชียงราย แล้วลอบขนยาบ้า 4 ล้านเม็ดล็อตนี้ เพื่อไปส่งที่ จ.สระบุรี ซึ่งหลังการจับกุม จะมีการขยายผลการจับกุมกวาดล้างเครือข่ายที่เกี่ยวข้องต่อไป

>> สืบนครบาล 7 ตัดวงจรการขนลำเลียงยาเสพติด ยึดไอซ์ น้ำหนักกว่า 1.1 ตัน

16.04 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) , พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) พร้อมเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง แถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาชาย 3 ราย พร้อมของกลางยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) น้ำหนักประมาณ 1,110 กิโลกรัม และรถยนต์ จำนวน 3 คัน โดยจับภายในปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง สาขามัญจาคีรี ต.กุดเค้า อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น

โดยกล่าวหา ผู้ถูกจับทั้งสามคนในข้อกล่าวหา "ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาไอซ์) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้าและก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และ เป็นการกระทำที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ หรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป"
การจับครั้งนี้สืบเนื่องจากตำรวจสืบทราบว่า มีกลุ่มผู้ต้องหาจะใช้รถยนต์ในการขนลำเลียงยาเสพติด ในเขตพื้นที่ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แล้วนำมาพักเก็บ และคอยกระจายเข้าสู่พื้นที่ชั้นใน กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

จึงได้ออกติดตามกลุ่มผู้ต้องหาดังกล่าวพบว่า กลุ่มผู้ต้องหาดังกล่าวมีการใช้รถยนต์จำนวนหลายคัน ซึ่งจากการติดตามพบว่า รถแต่ละคันนั้นมีน้ำหนักที่มากผิดปกติและขับรถเป็นขบวน มีรถคอยขับนำสำรวจเส้นทาง จึงได้เข้าแสดงตัวว่าเป็นตำรวจขอตรวจค้นพบยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) ตามรายการของกลางดังกล่าวจึงได้แจ้งข้อกล่าวหาและแจ้งสิทธิให้

ผู้ถูกจับทราบ จากนั้นได้ควบคุมตัวผู้ถูกจับและของกลางไปลงบันทึกประจำวันที่ สภ.มัญจาคีรี จากนั้นนำตัวผู้ถูกจับพร้อมของกลางไปทำบันทึกจับกุมและขยายผลที่ กก.สส.บก.น.7 ก่อนนำส่งพนักงานสอบสวน บช.ปส.ดำเนินคดีตามกฎหมาย

>> กองปราบฯ บุกรวบ “สัปเหร่อสนม” กบดานแพร่ คุมตัวเข้ากรุงสอบขยายผล คดีอนาจาร-ยักยอกศพเด็ก

16.28 น. ตำรวจกองกำกับการ 2 กองบังคับการปราบปราม นำหมายจับศาลอาญาเข้าจับกุม “สัปเหร่อสนม” ผู้ต้องหาคดีอนาจารและยักยอกศพเด็กทารก ขณะหลบซ่อนตัวอยู่บ้านญาติในจังหวัดแพร่ พร้อมตรวจค้น 3 จุด เพื่อหาพยานหลักฐานสำคัญ คาดควบคุมตัวถึงกรุงเทพฯ ช่วงกลางดึกวันนี้ ก่อนแถลงความคืบหน้าอย่างเป็นทางการในวันที่ 5 มีนาคมนี้

ก่อนหน้านี้ รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลางได้สอบปากคำผู้เสียหายหลายราย พบพฤติการณ์แอบอ้างประกอบพิธีกรรมเพื่อหลอกล่อและล่วงละเมิดทางเพศ รวมถึงไม่ยอมคืนร่างทารกให้ญาติ อ้างต้องฝังในพื้นที่ของตน พร้อมเรียกเก็บเงินค่าพิธีและรับบริจาคเข้าข่ายฉ้อโกง ขณะนี้พนักงานสอบสวนเร่งรวบรวมหลักฐานขยายผลเพิ่มเติม เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

>> เหล็กกั้นประตูระบายน้ำล้มทับคนงานจมน้ำ อาการสาหัส กู้ชีพเร่งปั๊มหัวใจส่ง รพ.

16.40 น. ศูนย์กู้ชีพโรงพยาบาลสมุทรปราการ รับแจ้งว่าเกิดเหตุ แผ่นเหล็กกั้นประตูระบายน้ำล้มทับคนงานจมน้ำ เหตุเกิดภายในประตูระบายน้ำชนละหารพิจิตร ถนนสุขุมวิท ตำบลคลองด่าน อำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ

ที่เกิดเหตุบริเวณภายในประตูระบายน้ำ พบผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นชาย 1 ราย ทราบต่ามา คือ ชายไทย อายุประมาณ 40 ปี สภาพหมดสติ ไม่หายใจ หน่วยกู้ชีพเร่งให้การช่วยเหลือทำการปั๊มหัวใจ (CPR) อย่างเร่งด่วน ก่อนเคลื่อนย้ายนำส่งโรงพยาบาลใกล้เคียงเพื่อรักษาอาการอย่างเร่งด่วน

จากการสอบถามนายมด ผู้เห็นเหตุการณ์ ให้การว่า ผู้บาดเจ็บได้รับการว่าจ้างให้ลงไปปฏิบัติงานซ่อมแซมประตูระบายน้ำ ขณะเกิดเหตุทำงานเสร็จและกำลังปีนบันไดขึ้นจากน้ำ ปรากฏว่าแผ่นเหล็กกั้นน้ำที่ติดตั้งอยู่บริเวณใกล้เคียงเกิดล้มลงมาทับร่างผู้บาดเจ็บ ทำให้ร่างจมน้ำและถูกแผ่นเหล็กทับอยู่ด้านล่าง ตนเห็นเหตุการณ์จึงรีบลงไปให้การช่วยเหลือ ใช้เวลาประมาณ 5 นาทีจึงสามารถนำตัวขึ้นจากน้ำได้ แต่ผู้บาดเจ็บมีอาการหมดสติ ไม่หายใจ จึงรีบทำการปั๊มหัวใจและแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบดังกล่าว

>> รถจักรยานยนต์ชนคนข้ามถนน มีผู้เสียชีวิต 2 ราย จ.สุพรรณบุรี

19.19 น. รับแจ้งจาก มูลนิธิเสมอกันกู้ภัยสุพรรณบุรีอำเภอด่านช้าง มีอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์เฉี่ยวชนคนเดินเท้า และมีผู้เสียชีวิต บนถนนหมายเลข 333 เส้นทาง บ้านไร่ - อู่ทอง บริเวณไกล้เคียงแยกหนองแหน ในพื้นที่ อ.หนองหญ้าไซ จ.สุพรรณบุรี

ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีดำ ป้ายทะเบียน 18 สุพรรณบุรี ล้มคว่ำอยู่กลางถนน ห่างออกไป พบร่างของผู้เสียชีวิต เป็นผู้ชาย 2 ราย อายุประมาณ 30 - 40 ปี ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองหญ้าไซ

>> รถอเนกประสงค์ชนคน มีผู้เสียชีวิตกลางถนนสายบายพาส จ.สมุทรสงคราม

20.23 น. หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างเบญจธรรม จ.สมุทรสงคราม รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุ รถนั่งส่วนบุคคลชนคนข้ามถนน และมีผู้เสียชีวิต ถนนบายพาส ช่วงหน้าร้านสะดวกซื้อ บางประจันต์ ในพื้นที่ ต.ลาดใหญ่ อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม

ที่เกิดเหตุ พบรถอเนกประสงค์ โตโยต้า ฟอร์จูเนอร์ สีขาว สภาพหน้ารถพังเสียหาย จอดอยู่เลนขวา ใกล้กัน พบร่างของผู้เสียชีวิต 1 ราย ตรวจสอบ เป็นชายไทย อายุ 46 ปี ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสมุทรสงคราม

>> พบร่างชายนิรนาม ลอยแม่น้ำเจ้าพระยา พบเมืองดีนำขึ้นฝั่ง ที่นิ้วมือสวมแหวนทองฝังเพชร จ.นนทบุรี

22.00 น. ร.ต.อ.ธวัช ยั่งยืน รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองนนทบุรี รับแจ้งพลเมืองดีพบศพลอยน้ำมา ท่าเรือหอนาฬิกานนทบุรี ต.สวนใหญ่ อ.เมืองนนทบุรี

ที่เกิดเหตุบริเวณโป๊ะท่าเรือพบว่า พลเมืองดี ได้นำศพขึ้นจากน้ำแล้ว เป็นชาย อายุระหว่าง 50-60 ปี สภาพศพแต่งตัวดีคล้ายคนออกกำลังกาย สวมเสื้อยืดแขนสั้นสีครีม สวมกางเกงขายาวผ้าร่มสีดำ สวมรองเท้าผ้าใบกีฬา ข้อมือซ้ายใส่นาฬิกา 1 เรือน นิ้วกลางมือขวาใส่แหวนทองฝังเพชร 1 วง ตรวจสอบในตัวไม่พบเอกสารหรือหลักฐานว่าเป็นใคร

นายจักรริน อายุ 21 ปี พลเมืองดี กล่าวว่า ตนทำงานวิ่งไรเดอร์ หลังเลิกงานได้มานั่งเล่นกับเพื่อนรุ่นพี่ ที่ริมเขื่อนท่าน้ำนนทบุรี ตอนแรกที่เห็นคิดว่าเป็นท่อนไม้ แต่พอรีบวิ่งมาดูใกล้ๆ พอเห็นเสื้อจึงรู้ว่าเป็นคน จากนั้นตนจึงรีบบอกพวกพี่ว่าเป็นคน เขาจึงวิ่งมาช่วย เอาขึ้นมาจากน้ำ มีน้องคนหนึ่งกระโดดลงไป ตนก็เอาไม้ยืนไปให้น้องดึงไว้ เพราะน้ำข้างล่างมันแรง แล้วช่วยกันดึงขึ้นมาที่โป๊ะ จากนั้นจึงโทรแจ้งตำรวจ

แพทย์ได้ชันสูตรศพเบี้ยงต้น ไม่พบบาดแผลหรือร่องรอยการถูกทำร้าย เสียชีวิตมาแล้วประมาณ 24 ชั่วโมง ถึง 36 ชั่วโมง หลังชันแล้วได้นำศพส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ผ่าชันสูตรอย่างละเอียดเพื่อหาสาเหตุการตายอีกครั้ง

เจ้าหน้าที่ตำรวจ จะพิมพ์ลายนิ้วมือส่งกรมการปกครองเพื่อตรวจสอบว่าผู้ตายเป็นใคร พร้อมประสานหาญาติต่อไป

>> รถจักรยานยนต์ชนกันรถบรรทุกแล้วโดนทับซ้ำ มีผู้เสียชีวิตกลางถนนเพชรเกษม จ.เพชรบุรี

23.33 น. ทีมกู้ภัยสว่างสรรเพชญ ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุ รถบรรทุกชนกับรถจักรยานยนต์ และมีผู้เสียชีวิต กลางถนนเพชรเกษม ขาเข้ากรุงเทพฯ ในช่องทางหลัก ช่วง กม.ที่ 147-700 ในพื้นที่ อ.เมืองเพชรบุรี จ.เพชรบุรี

ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า โนวา สีน้ำเงิน ไม่พบป้ายทะเบียน ล้มคว่ำสภาพรถพังเสียหายทั้งคัน ใกล้กันพบร่างของผู้เสียชีวิต 1 ราย ตรวจสอบเอกสาร เป็นชายไทย อายุประมาณ 50 ปี ชาวอำเภอบ้านลาด และห่างออกไป พบคู่กรณี เป็นรถบรรทุก 10 ล้อ จอดเปิดไฟกระพริบข้างทาง

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองเพชรบุรี พร้อมแพทย์เวรร่วมตรวจสอบ ก่อนมอบให้อาสาสมัครนำส่ง รพชันสูตร รพ.พระจอมเกล้า เพื่อหาสาเหตุต่อไป

>> อุบัติเหตุหมู่ รถชนกันซ้ำซ้อน บนทางต่างระดับข้ามถนนศรีนครินทร์ มีผู้เสียชีวิตในยานพาหนะ

03.00 น. รับแจ้งว่า มีอุบัติเหตุ รถชนกันหลายคัน ถนนมอเตอร์เวย์ (ทล.7) ฝั่งขาเข้า มาจาก กม.0 บริเวณช่วงทางขึ้นต่างระดับข้ามถนนศรีนครินทร์

อาสากุ้ภัยจุดหัวหมาก คืบหน้าที่เกิดเหตุ เป็นรถยนต์ชนกัน 4 - 5 คัน โดยในนั้น 1 คัน เป็นรถกระบะ มิตซูบิชิ สตาร์ด้า สีน้ำเงิน ทะเบียน กทม. สภาพรถพังเสียหายทั้งคัน ซึ่งพบร่างผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นผู้ชาย ร่างติดค้างอยู่ภายในยานพาหนะ และใกล้กันพบรถแท็กซี่ สีขาว ป้ายทะเบียน กทม. และรถแท็กซี่ สีเขียว-เหลือง ป้ายทะเบียน กทม. จอดอยู่ในสภาพหน้ารถพังเสียหาย และมีผู้บาดเจ็บอีก 2 รายเป็นคนขับรถแท็กซี่ สีขาวและผู้โดยสาร ทางอาสา กู้ภัย ม.ป่อเต็กตึ๊ง ดำเนินการช่วยเหลือและนำส่ง รพ.สมิติเวช ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ประเวศ

>> แผ่นดินไหว ที่ประเทศ สปป.ลาว

03.40 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุ แผ่นดินไหว ขนาด 2.1 ความลึก 10 กม. ภายในพื้นที่ของประเทศ สปป.ลาว ศูนย์กลางห่างออกไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของ อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย ประมาณ 40 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...