จากรันเวย์สู่บอร์ดรูม ส่องวิสัยทัศน์ “มิ้ล-สญาดา เบญจกุล” ผู้บริหารหญิงแกร่ง กับเบื้องหลังรันเวย์การขับเคลื่อนม่านฟ้า “เวียตเจ็ทไทยแลนด์” สู่ความสำเร็จที่ยั่งยืน
เมื่อเข็มทิศการท่องเที่ยวเริ่มหมุนเข้าสู่ช่วง High Season ท้องฟ้าเหนือรันเวย์จึงกลับมาคึกคักด้วยสีสันแห่งการเดินทางอีกครั้ง แต่เบื้องหลังทุกเที่ยวบินที่พาผู้คนไปสัมผัสประสบการณ์ใหม่นั้น ไม่ได้มีเพียงรอยยิ้มจากพนักงานต้อนรับส่วนหน้า หากแต่ในโลกการบินยุคใหม่ “ผู้หญิง” ได้ก้าวเข้ามามีบทบาทสำคัญในหลากหลายสายงานด้านธุรกิจการบิน ตั้งแต่งานวิศวกรรมที่ต้องอาศัยความละเอียดรอบคอบ หรือนักบินที่ต้องสามารถตัดสินใจได้อย่างเฉียบคมท่ามกลางสถานการณ์ฉุกเฉิน ไปจนถึงบทบาทด้านการบริหารที่ต้องอาศัยวิสัยทัศน์และการวางกลยุทธ์หลังบ้านเพื่อขับเคลื่อนธุรกิจให้ทะยานสู่เป้าหมาย ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ต้อนรับเดือนแห่งวันสตรีสากลปีนี้ เราขอพาทุกคนไปทำความรู้จักกับ“คุณมิ้ล-สญาดา เบญจกุล” รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายองค์กรสัมพันธ์ ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จระดับโลกของสายการบินเวียตเจ็ทไทยแลนด์ จากความหลงใหลในน่านฟ้าสู่ผู้บริหารสายการบิน เส้นทางของคุณสญาดาในอุตสาหกรรมการบินเริ่มต้นตั้งแต่รั้วมหาวิทยาลัย จากการศึกษาในหลักสูตรบริหารธุรกิจการบิน (Aviation Management) รวมถึงมีโอกาสได้ฝึกงานกับท่าอากาศยานไทย (AOT) ประสบการณ์ครั้งนั้นทำให้ได้เห็นเบื้องหลังการทำงานของอุตสาหกรรมการบินอย่างใกล้ชิด และยิ่งตอกย้ำความหลงใหลของเธอในสายงานนี้ “สิ่งที่ทำให้หลงรักอุตสาหกรรมนี้ คือความหลากหลายและความท้าทายของงาน เพราะในธุรกิจการบินแทบไม่มีวันไหนที่เหมือนกัน ทุกวันเต็มไปด้วยสถานการณ์ใหม่ ๆ ที่ต้องอาศัยการทำงานร่วมกันของหลายฝ่าย ขณะเดียวกัน การเดินทางทางอากาศที่เกิดขึ้นตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้เราต้องพร้อมรับมือและตัดสินใจอย่างรวดเร็ว เพื่อให้ทุกเที่ยวบินสามารถเดินทางได้อย่างปลอดภัยและราบรื่น นอกจากนี้ เทรนด์การเดินทางและความต้องการของผู้โดยสารมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ จึงต้องคิดกลยุทธ์และพัฒนาแผนงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อมอบประสบการณ์การเดินทางที่ดีที่สุดให้ผู้โดยสาร” คุณสญาดา ยังสะท้อนประสบการณ์ตลอดเส้นทางการทำงานว่า “ทุกวันในอุตสาหกรรมการบินได้หล่อหลอมให้เติบโตทั้งในด้านความคิด ความรับผิดชอบ และการทำงานร่วมกับผู้อื่น การทำงานในสายการบินจึงไม่ใช่เพียงอาชีพ แต่เราได้มีส่วนร่วมในการเชื่อมโยงผู้คน วัฒนธรรม และโอกาสจากทั่วโลกเข้าด้วยกัน นั่นคือแรงบันดาลใจสำคัญที่ทำให้ไม่หยุดพัฒนาตัวเอง จนได้ก้าวมาสู่บทบาทผู้บริหารในวันนี้”
พลังแห่งการบริหารคนด้วย “Soft Power” แน่นอนว่าการบริหารธุรกิจสายการบินต้องอาศัยความเชี่ยวชาญทางวิชาชีพ แต่อีกสิ่งที่ควรให้ความสำคัญไม่แพ้กันก็คือความแข็งแกร่งทางอารมณ์ คุณสญาดา เล่าว่า “สังคมมักมีมุมมองและความคาดหวังต่อผู้หญิงในตำแหน่งผู้นำ แต่ในที่สุดแล้ว ผลงานและความสม่ำเสมอจะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าเราคู่ควรกับตำแหน่งนี้หรือไม่ ซอฟต์สกิลในการสร้างแรงผลักดัน จึงถือเป็นจุดแข็งสำคัญของผู้หญิง ทั้งความละเอียดอ่อน ความเข้าอกเข้าใจผู้อื่น การสื่อสารที่สร้างความร่วมมือ รวมถึงความใส่ใจในรายละเอียด เป็นทักษะที่จำเป็นต่อการบริหารองค์กรขนาดใหญ่ โดยเฉพาะธุรกิจการบินที่อาศัยการทำงานข้ามสายงาน การประสานงานกับเพื่อนร่วมงานจากหลากหลายประเทศ และการบริหารบุคลากรจำนวนมาก ดังนั้น ผู้หญิงจึงสามารถก้าวขึ้นมาบริหารองค์กรได้ไม่ต่างจากผู้ชายแน่นอน เพราะผู้นำที่ดีไม่ใช่คนที่เสียงดังที่สุด แต่คือคนที่สามารถสร้างแรงบันดาลใจ และทำให้คนรอบข้างเติบโตไปด้วยกัน” นอกจากนี้ เวียตเจ็ทไทยแลนด์ยังให้ความสำคัญกับการส่งเสริมความหลากหลายและศักยภาพของบุคลากรโดยไม่มีเพศเป็นเกณฑ์ตัดสิน โดยเปิดโอกาสให้ผู้หญิงสามารถเติบโตได้ในทุกสายงาน ไม่ว่าจะเป็นนักบิน วิศวกร ผู้บริหาร หรือฝ่ายสนับสนุน พร้อมสร้างสภาพแวดล้อมที่ผสานการทำงานและชีวิตส่วนตัวอย่างลงตัว เพื่อสนับสนุนการพัฒนาผู้นำรุ่นใหม่ ซึ่งจะเป็นพลังขับเคลื่อนองค์กรอย่างยั่งยืน มากกว่าการเดินทาง คือประสบการณ์สุดประทับใจ ในบทบาทผู้บริหารฝ่ายองค์กรสัมพันธ์ของเวียตเจ็ทไทยแลนด์ ภารกิจสำคัญของคุณสญาดาจึงเป็นการพัฒนาประสบการณ์การเดินทางที่น่าประทับใจให้กับผู้โดยสาร ซึ่งเริ่มต้นตั้งแต่การปลูกฝังความเป็นเลิศด้านการบริการให้แก่ลูกเรือ ซึ่งเปรียบเสมือนด่านหน้าของสายการบิน “เราให้ความสำคัญกับความเป็นมิตร เป็นมืออาชีพ และใส่ใจความปลอดภัย ควบคู่กับการจัดฝึกอบรมมาตรฐานการบริการ ไปจนถึงทักษะการสื่อสาร การบริหารสถานการณ์และความฉลาดทางอารมณ์ เพื่อให้ลูกเรือสามารถดูแลผู้โดยสารได้อย่างอบอุ่นและมั่นใจ ความมุ่งมั่นของทีมงานทุกคนทำให้เราได้รับรางวัลนานาชาติอย่าง ‘Most Passenger-Friendly Cabin Crew’ จากนิตยสาร International Finance Magazine ถือเป็นกำลังใจสำคัญให้ทุกภาคส่วนเดินหน้าพัฒนามาตรฐานการบริการอย่างต่อเนื่อง” ขณะเดียวกัน สายการบินยังให้ความสำคัญกับการสร้างความผูกพันและการมีส่วนร่วมกับผู้โดยสาร ผ่านกิจกรรมหลากหลายรูปแบบ เช่น โครงการ “Fly Green Fund” ที่เปิดโอกาสให้ผู้โดยสารที่เคยใช้บริการสายการบินได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน ตั้งแต่การเก็บขยะชายหาด การฟื้นฟูระบบนิเวศ ไปจนถึงกิจกรรมเพื่อสังคมในรูปแบบต่าง ๆ พร้อมกันนี้ ยังเปิดพื้นที่รับฟังความคิดเห็นของผู้โดยสารอย่างต่อเนื่อง เพื่อพัฒนาการบริการตั้งแต่ก่อนขึ้นเครื่อง ระหว่างเที่ยวบิน ไปจนถึงหลังการเดินทาง เพื่อให้ทุกจุดสัมผัสระหว่างผู้โดยสารกับสายการบินเต็มไปด้วยความประทับใจ ตามแนวคิด Enjoy Flying ประสบการณ์ของผู้บริหารหญิงสุดแกร่งแห่งเวียตเจ็ทไทยแลนด์ เป็นอีกหนึ่งแรงบันดาลใจให้ผู้หญิงที่กำลังค้นหาเส้นทางในโลกแห่งการบิน โดยคุณสญาดาได้ฝากแนวคิดทิ้งท้ายว่า “ศักยภาพของผู้หญิงเราไม่ได้ถูกจำกัดด้วยกรอบใด ๆ และไม่จำเป็นต้องมีพลังพิเศษเหนือใคร เพียงมีความมุ่งมั่น กล้าฝัน และพร้อมเรียนรู้อย่างต่อเนื่องและตั้งใจ ก็สามารถเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของอุตสาหกรรมการบินที่น่าภาคภูมิใจนี้ได้ จงเชื่อมั่นในคุณค่าของตัวเอง และใช้ความเป็นตัวเองเป็นพลังในการสร้างความแตกต่าง เพราะท้ายที่สุดแล้ว ความสำเร็จไม่ได้วัดจากตำแหน่ง แต่คือผลลัพธ์เชิงบวกที่เกิดขึ้นต่อองค์กรและสังคม”
นับตั้งแต่การก่อตั้งในปี พ.ศ. 2557 เวียตเจ็ทไทยแลนด์ดำเนินงานร่วมกับ เวียตเจ็ท กรุ๊ป มุ่งมั่นขยายเครือข่ายเส้นทางบินและมอบโอกาสในการเดินทางแก่นักท่องเที่ยวสู่หลากหลายเส้นทางทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ ด้วยบริการที่เป็นมิตรและสนุกสนาน โดยให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการต้นทุนและการปฏิบัติการที่มีประสิทธิภาพ มอบโอกาสในการเดินทางที่มากขึ้นด้วยบัตรโดยสารราคาประหยัด พร้อมบริการที่หลากหลาย สอดรับกับความต้องการของผู้โดยสาร เวียตเจ็ทไทยแลนด์ได้รับรางวัล “สายการบินโลว์คอสต์ที่ดีที่สุดในไทยแห่งปี 2568” จากนิตยสารโกลบอลแบรนด์ สหราชอาณาจักร ทั้งยังได้รับรางวัล “สายการบินที่พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินเป็นมิตรมากที่สุดประจำปี 2568” โดยนิตยสารอินเตอร์เนชั่นแนล ไฟแนนซ์ กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร เน้นย้ำบริการที่ยอดเยี่ยม ตอกย้ำพันธกิจหลักของสายการบินฯ ในการให้บริการด้วยความสนุกสนานและเป็นมิตร ควบคู่กับความปลอดภัย ตรงต่อเวลา และราคาที่เข้าถึงได้ นอกจากนี้ยังได้รับการยกย่องด้วยรางวัล HR Asia Best Companies to Work for in Asia 2025 สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ดีและความส่งเสริมการพัฒนาของพนักงาน พร้อมกันนี้ยังได้รับรางวัลอันทรงเกียรติจากเวทีรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ครั้งที่ 15 หรือ ‘รางวัลกินรี’ ได้แก่ รางวัลดีเด่น Thailand Tourism Outstanding Awards และ รางวัลแห่งความยั่งยืน Thailand Tourism Sustainability Awards ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ ยังคว้าอีก 3 รางวัลจากเวที TCCTA Contact Center Awards 2025 สะท้อนความเป็นเลิศด้านการบริการลูกค้า
ปัจจุบัน เวียตเจ็ทไทยแลนด์ให้บริการครอบคลุม 12 เส้นทางบินภายในประเทศ ได้แก่ เส้นทางบินจากกรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) สู่ เชียงใหม่ เชียงราย ภูเก็ต กระบี่ อุดรธานี หาดใหญ่ ขอนแก่น อุบลราชธานี สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช รวมถึงเส้นทางบินข้ามภูมิภาค จากภูเก็ต สู่ เชียงใหม่ และเชียงราย พร้อมกันนี้ สายการบินฯ ได้ขยายเส้นทางบินระหว่างประเทศสู่หลากหลายจุดหมายปลายทางในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก เชื่อมต่อประเทศไทยกับ ญี่ปุ่น จีน เวียดนาม ไทเป กัมพูชา อินเดีย เกาหลีใต้ และอีกหลายจุดหมายปลายทางทั่วทั้งภูมิภาค ติดตามกิจกรรมและข่าวสารล่าสุดได้ทาง www.vietjetair.com ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชนติดต่อ เจซีแอนด์โค คอมมิวนิเคชั่นส์– JC&CO COMMUNICATIONS – ชนาภา พงษ์รูป / +6663-146-5599 / chanapap@jcco.co.th ชญานิษฐ์ ศรีวิโรจน์ / +6683-270-0091 / chayanits@jcco.co.th ** MEDIA HOTLINE: 02-634-4557 / 063 – 641-9549** (ฝ่ายสื่อมวลชนสัมพันธ์)