“ยูเครน” เสนอช่วยสกัดโดรนอิหร่าน แลกขีปนาวุธ Patriot จากพันธมิตร
"ยูเครน" เสนอช่วยสกัดโดรนอิหร่าน และเรียกร้องพันธมิตรหนุนขีปนาวุธป้องกันภัยทางอากาศ Patriot เสริมการป้องกันประเทศจากการโจมตีของรัสเซีย
วันที่ 6 มีนาคม 2569 เวลา 04.12 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า โวโลดีมีร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน กำลังพยายามใช้ประสบการณ์จากสงครามกับรัสเซียเพื่อรักษาความสำคัญของประเทศบนเวทีระหว่างประเทศ ในช่วงที่ความสนใจของสหรัฐและชาติตะวันตกกำลังหันไปจับตาความขัดแย้งกับอิหร่าน ซึ่งทำให้การเจรจาสันติภาพระหว่างรัสเซียกับยูเครนที่สหรัฐเป็นตัวกลางต้องหยุดชะงักไปอย่างไม่มีกำหนด
เซเลนสกีเสนอว่ายูเครนสามารถแบ่งปันประสบการณ์ในการรับมือโดรนติดระเบิดของอิหร่าน ซึ่งกำลังถูกใช้โจมตีเป้าหมายของสหรัฐและพันธมิตรในตะวันออกกลาง โดยระบุว่าประเทศของเขามีความเชี่ยวชาญจากการเผชิญการโจมตีด้วยโดรนประเภทเดียวกันมาอย่างต่อเนื่อง
“คำขอของเรานั้นง่ายมาก เราต้องการเติมเต็มช่องว่างของขีปนาวุธ Patriot และจัดหาเครื่องสกัดกั้นเพิ่มเติม” เซเลนสกีกล่าวกับผู้สื่อข่าวในกรุงเคียฟ
ก่อนหน้านี้เขายังเสนอว่าประเทศอาหรับอาจช่วยกดดันประธานาธิบดี Vladimir Putin ของรัสเซียให้ยอมรับข้อตกลงหยุดยิง เพื่อให้ยูเครนสามารถส่งผู้เชี่ยวชาญด้านการป้องกันโดรนไปช่วยประเทศในตะวันออกกลางได้ โดยระบุว่าในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาเขาได้รับการติดต่ออย่างต่อเนื่องจากผู้นำประเทศอ่าวเปอร์เซีย รวมถึงคำร้องขอจากสหรัฐให้แบ่งปันความเชี่ยวชาญด้านการป้องกันโดรน
เซเลนสกียังโพสต์ผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า ยูเครนได้รับคำขอจากสหรัฐให้ช่วยปกป้องภูมิภาคตะวันออกกลางจากโดรน Shahed ของอิหร่าน พร้อมสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดเตรียมทรัพยากรและส่งผู้เชี่ยวชาญยูเครนเพื่อสนับสนุนภารกิจด้านความมั่นคงดังกล่าว
การโจมตีด้วยโดรนของอิหร่านในระลอกล่าสุดกำลังสร้างแรงกดดันต่อระบบป้องกันภัยทางอากาศของสหรัฐและพันธมิตรในภูมิภาค แม้ขีปนาวุธป้องกันภัยทางอากาศ Patriot ของสหรัฐจะมีประสิทธิภาพในการสกัดกั้นทั้งโดรนและขีปนาวุธ แต่มีต้นทุนสูงและมีจำนวนจำกัด
ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา ยูเครนต้องเผชิญการโจมตีด้วยโดรน Shahed หลายสิบถึงหลายร้อยลำต่อวัน ซึ่งปัจจุบันรัสเซียได้เริ่มผลิตโดรนประเภทเดียวกันภายในประเทศ โดยอาวุธชนิดนี้ยังถูกนำมาใช้ในการโจมตีในตะวันออกกลางด้วย
Kaja Kallas หัวหน้าฝ่ายนโยบายต่างประเทศของสหภาพยุโรปกล่าวว่า ยูเครนมีความเชี่ยวชาญในการพัฒนาเทคโนโลยีสกัดกั้นโดรนและระบบป้องกันการโจมตีจากอากาศ ซึ่งอาจเป็นประโยชน์ต่อประเทศในอ่าวเปอร์เซียที่กำลังเผชิญภัยคุกคามเดียวกัน
อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ยุโรปเริ่มกังวลว่า หากสงครามในตะวันออกกลางยืดเยื้อ อาจทำให้ทรัพยากรทางทหารของสหรัฐถูกเบี่ยงเบนจากยูเครน ส่งผลให้การสนับสนุนด้านอาวุธและระบบป้องกันของเคียฟลดลง
เจ้าหน้าที่สหภาพยุโรประบุว่า อาวุธและกระสุนบางส่วนที่ถูกใช้ในตะวันออกกลางอาจทำให้คลังยุทโธปกรณ์ของสหรัฐลดลง และอาจกระทบต่อการจัดส่งอาวุธให้ยูเครนในอนาคต ขณะเดียวกันความผันผวนของตลาดพลังงานและปัญหาห่วงโซ่อุปทานก็อาจเพิ่มแรงกดดันต่อเศรษฐกิจและความมั่นคงของยุโรป
แม้ว่าการโจมตีคลังอาวุธของอิหร่านอาจส่งผลให้การส่งอาวุธไปยังรัสเซียชะงักงัน แต่สถานการณ์ในตะวันออกกลางก็ทำให้ยุโรปเร่งเสริมศักยภาพด้านการป้องกันภัยทางอากาศและขีปนาวุธของตนเอง
ปัจจุบันกองทัพสหรัฐและพันธมิตรในตะวันออกกลางกำลังใช้ขีปนาวุธ Patriot รุ่น PAC-2 และ PAC-3 เพื่อสกัดโดรนราคาถูกของอิหร่าน ขณะที่ยูเครนมักใช้ระบบดังกล่าวสำหรับสกัดขีปนาวุธความเร็วสูงของรัสเซีย และใช้วิธีอื่นในการรับมือโดรน เช่น การรบกวนสัญญาณ ปืนกลหนัก ปืนใหญ่จากเฮลิคอปเตอร์ รวมถึงโดรนสกัดกั้นรุ่นใหม่
Kallas ระบุว่ายุโรปจำเป็นต้องเร่งพัฒนาและเพิ่มกำลังการผลิตโดรนและโดรนสกัดกั้นของตนเอง พร้อมทั้งร่วมมือกับยูเครนในการถ่ายทอดเทคโนโลยีและประสบการณ์ให้กับประเทศพันธมิตรในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย เพื่อรับมือภัยคุกคามจากการโจมตีด้วยโดรนที่เพิ่มขึ้น
อ้างอิง : bloomberg.com