โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เจาะกลยุทธ์ ศึกชิงเก้าอี้ กระทรวงเกษตรฯ เดิมพันฐานเสียง ‘ภูมิใจไทย–กล้าธรรม’ ใครกำหนดอนาคตเกษตรกรไทย ?

Thai PBS

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thai PBS

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดูเหมือนจะเป็นกระทรวงเกรดเอ แต่อาจไม่ได้มีความโดดเด่น จนกระทั่งในปี 2569 เกิดศึกชิงเก้าอี้กระทรวงเกษตรฯ ระหว่าง พรรคกล้าธรรม กับ พรรคภูมิใจไทย กลายเป็นคำถามสำคัญว่า ณ เวลานี้ พรรคกล้าธรรม ยังมีความจำเป็นในสมการ พรรคร่วมรัฐบาลแค่ไหน ?

ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า จากพรรคกล้าธรรม พรรคอันดับ 4 ได้ สส. มากถึง 57 ที่นั่ง ถูกจับตาว่าจะได้เข้าร่วมรัฐบาลภูมิใจไทย แต่จนถึงวันนี้ก็ยังไร้วี่แววการเทียบเชิญ ในเชิงตัวเลข พรรคเพื่อไทย และภูมิใจไทยอาจตั้งรัฐบาลได้ แต่ในเชิง “การบริหารอำนาจ” จำนวน สส. ของกลุ่มผู้กองธรรมนัส (กล้าธรรม) คือ แต้มต่อที่สำคัญ

พรรคภูมิใจไทย ก็อยู่สภาวะที่กลืนไม่เข้า คายไม่ออก เพราะทั้ง 2 พรรคมีฐานเสียงเดียวกัน หากปล่อยเก้าอี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้กับ ร.อ. ธรรมนัส อีก 1 สมัย อาจเป็นตัวขัดขวางความตั้งใจที่จะอยู่ยาวของ 2 สมัยของพรรคภูมิใจไทย และภูมิใจไทย ก็ยังห่วงภาพลักษณ์ในการจัดตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้งอีกด้วย

แต่สุดท้ายไม่ว่าใครจะได้นั่งกระทรวงเกษตรฯ หัวใจสำคัญ คือ “ชีวิตพี่น้องเกษตรกร ต้องดีขึ้น”

The Active ชวนวิเคราะห์กับ รศ.โอฬาร ถิ่นบางเตียว คณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา เจาะกลยุทธ์ 2 พรรคการเมือง ที่มีฐานเสียงคล้ายกัน แต่ นโยบายแตกต่างกัน ส่งผลต่อชีวิตของเกษตรกรต่างกัน

ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคกล้าธรรม

‘ร.อ. ธรรมนัส’ อยู่ตรงไหนในสมการการเมือง ได้ หรือ เสีย ? กล้าธรรม ร่วมรัฐบาล

รศ.โอฬาร ประเมินว่า จนถึงวันนี้ก็ยังมีโอกาสในการต่อรอง เปลี่ยนแปลง และในแง่ของตัวเลข จำนวน สส. ยังถือว่าพรรคกล้าธรรม มีความจำเป็นในการจัดตั้งรัฐบาล

“ลำพังแค่ เพื่อไทย ภูมิใจไทย และพรรคเล็กพรรคน้อย ตั้งรัฐบาลได้ แต่มีผลต่อการบริหารอำนาจ เพราะจำนวน สส.มีผลต่อการต่อรอง เป็นโจทย์ที่ภูมิใจไทยต้องติด จะทำอย่างไรให้มี สส.มากขึ้น”

รศ.โอฬาร ถิ่นบางเตียว

บทเรียนทางการเมืองที่ผ่านมา เช่น บทบาทของพรรคภูมิใจไทย พรรคคะแนนนิยมอันดับรอง ในรัฐบาลก่อนหน้า แต่สามารถต่อรองตำแหน่ง และนโยบายได้ตามที่ปรารถนา นี่จึงกลายเป็นโจทย์สำคัญว่า พรรคภูมิใจไทยจะรักษาและขยายอำนาจตัวเองในระยะยาว และหากมี พรรคกล้าธรรม ในสมการก็มีความเสี่ยงหลายประการ

เช่น ภาพลักษณ์ทางการเมือง เนื่องจากผู้นำพรรคภูมิใจไทยเคยประกาศชัดว่า คณะรัฐมนตรีชุดใหม่ต้องได้รับการยอมรับจากสังคม การมีบุคคลที่ถูกตั้งคำถามทางการเมืองเข้าร่วม ย่อมกลายเป็นแรงวิจารณ์ที่หลีกเลี่ยงได้ยาก รวมถึง การต่อรองกระทรวงสำคัญ โดยเฉพาะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงตำแหน่งรัฐมนตรีระดับเกรดเอ แต่เป็น “ฐานอำนาจเชิงพื้นที่” ที่ส่งผลต่ออนาคตทางการเมืองโดยตรง

“นับตั้งแต่ 2560 เป็นต้นมา ร.อ. ธรรมนัส พบขุมทรัพย์สำคัญใน ก.เกษตรฯ คือ การใช้กระทรวงฯ ปูทางไปสู่การทำนโยบายหลัก ๆ ที่ส่งต่อไปถึงเกษตรกรทั้งประเทศ ภูมิใจไทย รู้ว่าถ้าปล่อยไปจะกระทบกับพรรคระยะยาว เพราะเป็นฐานเสียงเดียวกัน จึงยอมไม่ได้”

รศ.โอฬาร ถิ่นบางเตียว

ด้าน พรรคภูมิใจไทย ภายใต้การนำของ อนุทิน ชาญวีรกูล กำลังพยายามยกระดับพรรคการเมือง สู่ ความเป็น สถาบันการเมืองที่เน้นนโยบาย และภาพลักษณ์ที่ใสสะอาดเป็นที่ยอมรับ การดึง ร.อ. ธรรมนัส มาร่วมรัฐบาล อาจเป็น “ดาบสองคม” ภาพลักษณ์ที่ต้องแลกกับเสถียรภาพ

อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี – หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย

จึงประเมินว่า สุดท้าย ภูมิใจไทย ไม่ไว้ใจที่จะให้ ร.อ. ธรรมนัส คุมกระทรวงเกษตรฯ อย่างแน่นอน เพราะที่ผ่านมาเห็นมีผลกระทบวงกว้างในทางการเมือง เช่น เติบโตแบบก้าวกระโดดของพรรคกล้าธรรม เลือกตั้งครั้งล่าสุด ครั้งเดียวได้ได้เก้าอี้ สส. ไปมากกว่า 50 คน หากจับมือกันจะส่งผลกระทบกับโครงสร้างระยะยาวที่ภูมิใจไทย หวังว่าจะเป็นรัฐบาล 2 สมัย ความหมายมั่นปั้นมือว่าภาพลักษณ์ทางการเมืองในสายตาประชาชนต้องดี ต้องทำเพื่อไม่ให้เสียคะแนนนิยม

“ไม่มีผู้กอง ก็ไม่ได้ ไม่มีกล้าธรรม ก็ไม่ได้ ต้องทำอย่างไรให้ มีตำแหน่งแห่งที่ที่เหมาะสม คือ ถอยออกไปอยู่ข้างหลัง เป็นผู้เล่นที่มีบทบาทจริง ซึ่งการเมืองไทยทุกวันนี้เป็นแบบนั้น… เช่นเดียวกับภูมิใจไทย ที่มีอนุทิน และมีเนวินอยู่เบื้องหลัง ไม่ใช่นั้น ก็จะเจอกับงูเห่าสีเขียว”

รศ.โอฬาร ถิ่นบางเตียว

เก้าอี้ ก.เกษตร ฯ ขุมทรัพย์ที่ถูก “แย่งชิง” ?

หลังจากปี 2550 พรรคการเมืองหลายพรรค เริ่มมองเห็นโอกาสการใช้ กระทรวงฯ เข้าถึงประชาชนที่หลากหลายมากขึ้น เช่น สมัยที่อนุทิน ใช้กระทรวงสาธารณสุข สร้างเครือข่าย อสม. และปัจจุบัน อสม. คือ หัวคะแนนจัดตั้งสำคัญ และ รู้สึกว่ากระทรวงฯ นี้ ห้ามใครนั่ง เพราะสามารถวางกลไกการเมือง และอำนาจรัฐส่งตรงถึงพื้นที่ได้ เช่นกันกับ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ การดูแลน้ำ ดิน การเกษตร ส่งตรงไปยังฐานราก คือตัวเกษตรกรทั้งหมด ไม่ใช่แค่ตัวเงินที่รัฐบาล และพรรคอยากจะได้ แต่หมายถึงการวางกลไกเชิงพื้นที่

ภาพ : กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ทำไม ? กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ถึงเป็นหัวใจของ ร.อ. ธรรมนัส ที่ยอมแลกทุกอย่างเพื่อรักษาไว้ และทำไม ? ภูมิใจไทยถึงต้องพยายาม “ชิง” มาให้ได้ คำตอบมีอยู่หลายประการ

  • กลไกอำนาจที่ส่งตรงถึงรากหญ้า : กระทรวงเกษตรฯ ไม่ได้มีแค่ตัวเงินงบประมาณ แต่มันคือโครงสร้าง “กรม-กอง” ที่กระจายตัวอยู่ทุกตารางนิ้วของประเทศ ผ่านกลไกเกษตรจังหวัด เกษตรอำเภอ และหน่วยงานท้องถิ่น ซึ่งเป็นช่องทางสื่อสารนโยบายและสร้างคะแนนนิยมที่ทรงพลังที่สุด

  • ฐานเสียงเดียวกัน : ฐานเสียงของกล้าธรรม และภูมิใจไทยคือกลุ่มคนต่างจังหวัด หากพรรคใดพรรคหนึ่งคุมกลไกนี้ได้เบ็ดเสร็จ อีกพรรคจะถูก “ดูด” พื้นที่ออกไปทันที

  • เครือข่ายทุนเกษตร : ร.อ. ธรรมนัส มองขาดว่าอุตสาหกรรมเกษตรคือห่วงโซ่ขนาดใหญ่ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ การสร้างเครือข่ายร่วมกับกลุ่มทุนยักษ์ใหญ่จะช่วยสร้างความมั่นคงทางการเมืองในระยะยาว ซึ่งนี่คือสิ่งที่ภูมิใจไทย “หวาดระแวง” มากที่สุด

เรื่องใหญ่ที่ลืมไม่ได้คือ “อุตสาหกรรมเกษตร” เป็นเครือข่ายที่ใหญ่มาก รศ.โอฬาร วิเคราะห์ว่า ร.อ. ธรรมนัส มองขาดว่า ถ้าอยู่นาน นอกจากการมีกลไกสนับสนุนแล้ว ยังสามารถสร้างเครือข่ายนโยบาย ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ และจะเห็นได้จากความสามารถในการเชื่อมต่อกับกลุ่มทุนขนาดใหญ่ที่ ร.อ. ธรรมนัส ก็เคยทำได้มาแล้ว

เช่นเดียวกับทุนอุตสาหกรรมการเกษตร ที่ผู้กองธรรมนัส ก็น่าจะทำได้ และน่าจะเป็นเป้าหมายระยะยาวที่ภูมิใจไทยรู้ว่า “ปล่อยให้ผู้กองคุมกระทรวงนี้ ไม่ได้” ปล่อยไปนานกว่านี้ จะได้มีเครือข่ายกลุ่มทุนเกษตร และจะถูกเปลี่ยนเป็นนโยบายทางการเมือง นำไปสู่ประชานิยมเกษตร ได้ใจประชาชนมากยิ่งขึ้น…

รศ.โอฬาร ถิ่นบางเตียว คณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา

ยุทธการ “ป่าล้อมเมือง” ยึดหัวหาดผ่าน ก.เกษตรฯ

การเติบโตแบบก้าวกระโดดของกล้าธรรม มาจากยุทธศาสตร์ที่ต่างออกไป ภูมิใจไทย เน้นการเมืองระดับจังหวัด และ ตระกูลบ้านใหญ่ แต่ กล้าธรรม ภายใต้การนำของ ร.อ. ธรรมนัส ใช้ยุทธวิธีเจาะลึกระดับอำเภอ และ ท้องถิ่น (นายก อบต./เทศมนตรี) ซึ่งเป็นการทำงานเชิงรุกที่เรียกว่า “ป่าล้อมเมือง” ทำให้เขาสามารถสร้างฐานคะแนนที่มั่นคง แม้พรรคจะยังเล็ก

นับตั้งแต่หลังปี 2560 เป็นต้นมา กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่สุดของการสร้างเครือข่ายทางการเมือง เนื่องจากมีงบประมาณสูง และมีหน่วยงานกระจายลงสู่ระดับจังหวัดและท้องถิ่นทั่วประเทศ นโยบายด้านน้ำ ดิน ที่ดิน และการสนับสนุนเกษตรกร สามารถเชื่อมโยงรัฐเข้ากับประชาชนฐานรากได้โดยตรง ไม่ต่างจากบทบาทของกระทรวงสาธารณสุขที่เคยสร้างเครือข่าย อสม. จนกลายเป็นฐานการเมืองสำคัญ

บทบาทของ ร.อ. ธรรมนัส ในอดีต แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการใช้กลไกราชการ วางเครือข่ายระดับพื้นที่ และสร้างความสัมพันธ์กับเกษตรกรอย่างเป็นระบบ ทั้งผ่านการแต่งตั้งบุคลากร การทำงานเชิงรุกกับข้าราชการ และการสื่อสารตรงกับประชาชน

  • มีภาวะผู้นำสั่งข้าราชการ มีความเกรงกลัว

  • การคัดเลือกคนที่ดำรงตำแหน่งสำคัญ สั่งการได้

  • การบริหาร ผิดแผกแตกต่าง ไม่เกรงใจ

  • สามารถทำให้ผู้สมัครในพื้นที่ เป็นตัวอย่างแทนเขา ระดับจังหวัด สส.จังหวัด ตรวจสอบราชการ

ยุทธศาสตร์ดังกล่าวถูกมองว่า เป็นการ“ยึดหัวหาด” ทางการเมือง ผ่านกระทรวงเกษตรฯ เพื่อสร้างอำนาจตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ จนถึงปลายน้ำของอุตสาหกรรมเกษตร และนี่เอง คือเหตุผลสำคัญที่พรรคภูมิใจไทยไม่อาจปล่อยให้กระทรวงนี้อยู่ภายใต้การควบคุมของคู่แข่งทางฐานเสียงเดียวกันได้

เทียบฟอร์ม ‘Super จี VS ร.อ. ธรรมนัส’ นั่ง ก.เกษตรฯ แบบไหน ที่ชีวิตเกษตรกรดีขึ้น ?

รศ.โอฬาร ชวนมองการขับเคี่ยวที่น่าจับตาที่สุดไม่ใช่แค่เรื่องจำนวน สส. แต่คือการแย่งชิง “พื้นที่ทางนโยบาย” เพื่อครองใจฐานเสียงเกษตรกร ซึ่งเป็นหัวใจหลักของประเทศไทย

พรรคกล้าธรรม : “ซอฟต์พาวเวอร์” ของผู้กอง และความเอาจริงกับตัวเกษตรกร เพราะนอกจากบทบาทของ ผู้กองธรรม จะเข้าถึง ลุยกล้าชนกับข้าราชการประจำแล้ว พรรคกล้าธรรม ยังมีแต่นโยบายเกษตรในการหาเสียงรอบนี้ เรียกว่าเอาใจเกษตรกร เต็ม ๆ ร.อ. ธรรมนัส เดินเกมแบบ “เจาะลึกถึงราก” โดยใช้ปัญหาคลาสสิกของเกษตรกรมาเป็นแต้มต่อ

  • การปฏิรูปที่ดิน สปก. 4-01: นี่คือไม้ตายที่ได้ใจคนกว่า 60% ของภาคเกษตร การเปลี่ยนที่ดินรัฐให้กลายเป็นความมั่นคงในชีวิต คือสิ่งที่จับต้องได้จริงมากกว่าคำพูดสวยหรูในอดีต

  • สวัสดิการเกษตร: นโยบายผลิตปุ๋ยโดยรัฐเพื่อลดต้นทุน คือ การตัดวงจรพ่อค้าคนกลางที่เกษตรกร รู้สึกถูกเอาเปรียบมานาน

  • ยุทธศาสตร์สร้างเครือข่ายกลุ่มทุน ความสามารถในการเชื่อมต่อกับ “ทุนใหญ่”

ภูมิใจไทย: การก้าวสู่ “สถาบันการเมือง” และยุทธศาสตร์ “ตลาดนำการผลิต” ภูมิใจไทยกำลังอยู่ในช่วง “เปลี่ยนผ่าน” จากพรรคบ้านใหญ่ไปสู่พรรคเชิงนโยบาย เพื่อลบภาพจำเดิมๆ จึงจำเป็นต้องมีนโยบายที่ทำให้เห็นความเปลี่ยนแปลง บทบาทของเทคโนแครต อย่างคุณศุภจี ที่คาดว่าจะควบกระทรวงเกษตรฯ และ กระทรวงพาณิชย์ จึงเป็นที่ถูกจับตามองอย่างมาก

  • โมเดล “เกษตร + พาณิชย์”: ภูมิใจไทยมองว่า การคุมเพียงกระทรวงเกษตรฯ ไม่เพียงพอ แต่ต้องควบพาณิชย์เพื่อให้เกิดการบูรณาการ ต้นน้ำ-กลางน้ำ-ปลายน้ำ (ปุ๋ย-ที่ดิน-น้ำ-การขาย) แก้ปัญหา“การผลิตในสิ่งที่โลกไม่ต้องการ”

  • เศรษฐกิจฐานราก: การแปลงนโยบายประชานิยม (เช่น คนละครึ่งพลัส) ให้กลายเป็นโครงสร้างรายได้ที่ยั่งยืน คือโจทย์ใหญ่ที่ต้องทำเพื่อให้พรรคดูเป็น “มืออาชีพ” ในสายตาคนเมือง และคนต่างจังหวัด

  • การเมืองเชิงสถาบัน: หากทำสำเร็จ ภูมิใจไทยจะกลายเป็นพรรคอนุรักษนิยมสายก้าวหน้าที่มีอุดมการณ์ชัดเจน ไม่ใช่พรรคที่รวมตัวกันแค่เฉพาะกิจ

หากดูจาก ภูมิใจไทย นโยบายค่อนข้างชัดในเรื่องการทำให้เกษตร สอดคล้องกับตลาด ทั้งตลาดภายในและตลาดภายนอก ลดต้นทุน น้ำดี ดินดี มีตลาดต้องการสูง คุณภาพชีวิตของเกษตรกรก็จะต้องดี ขณะที่ นโยบายพรรคกล้าธรรม ยังไม่เห็นการผลิต กับการขาย เห็นเฉพาะ ตลาดภายใน เช่น ที่ดิน น้ำ ราคาพืชผล แต่ยังไม่เห็นช่องทางการตลาด จากนี้ขึ้นอยู่กิบทิศทางนโยบายว่า ประชาชนจะได้ประโยชน์จากพรรคไหนมากที่สุด

รศ.โอฬาร ยังทิ้งท้าย ว่าสิ่งที่ต้องการเห็น คือ การเปลี่ยนจาก “การเมืองแบบแบ่งเค้ก” มาเป็นการสร้าง “ความมั่งคั่งให้เจ้าของบ้าน (ประชาชน)” ซึ่งสิ่งนี้จะเกิดขึ้นได้จริงก็ต่อเมื่อ กติกาการเข้าสู่อำนาจ การบีบให้พรรคการเมืองต้องแข่งกันที่การเมืองเชิงนโยบาย ทำงานแบบบูรณาการ ไม่แยกส่วน

หากเราสามารถ เปลี่ยน ความระแวง เรื่องเก้าอี้ และ ผลประโยชน์ เป็นการทำงานร่วมกันเพื่อพัฒนานโยบาย ให้พรรคที่มีนโยบายโดดเด่น ด้านนั้น ๆ มานั่งบริหารจริงๆ เราก็จะได้เห็นชีวิตเกษตรกร และอุตสาหกรรมการเกษตรไทยที่เปลี่ยนแปลง และก้าวหน้าจริง ๆ สักที…

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

ฟุตซอลไทยเจอสายแข็ง ศึกชิงแชมป์อาเซียน 2026

56 นาทีที่แล้ว

ทำความรู้จัก "อาราฟี" ผู้นำสูงสุดอิหร่านที่เพิ่งได้รับแต่งตั้ง

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

"อนุทิน" เยี่ยมทหาร ยืนยันรัฐบาลพร้อมเยียวยาผู้บาดเจ็บ

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

"ป.ป.ส." จับยาไอซ์ซุกม้วนฝ้าย เตรียมส่งต่อประเทศที่สาม

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ไลฟ์สไตล์ อื่น ๆ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...