โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ครึ่งซีซั่นก็ไม่รอ พรีเมียร์ลีกเชือด 8 โค้ช ทีมใหญ่หนีไม่พ้น

INN News

อัพเดต 14 ก.พ. เวลา 15.22 น. • เผยแพร่ 14 ก.พ. เวลา 12.00 น. • INN News

เสียงนกหวีดในสนามอาจดังแค่ 90 นาที แต่เสียงกดดันรอบด้านในศึก Premier League ดังยาวตลอด 24 ชั่วโมง ในศึก Premier League ไม่มีพื้นที่สำหรับความผิดพลาดยืดเยื้อ ฤดูกาล 2025/26 เพิ่งผ่านครึ่งทาง แต่เก้าอี้กุนซือสั่นคลอนไปแล้วถึง 8 ราย และมีทีมใหญ่ติดโผถึง 3 สโมสร สะท้อนชัดว่าเวทีลูกหนังระดับนี้วัดกันที่ผลงานล้วน ๆ ไม่แน่จริง อยู่ไม่ได้ เพราะทุกนัดหมายถึงเงินมหาศาล อันดับในตารางมีผลต่อรายได้และภาพลักษณ์สโมสร ขณะที่ความคาดหวังจากแฟนบอลทั่วโลกกดดันแบบไม่มีวันหยุด

และที่น่าสนใจคือมีทีมยักษ์ใหญ่อย่าง Chelsea F.C., Manchester United F.C. และ Tottenham Hotspur F.C. ติดโผรวมอยู่ด้วย ซึ่งยิ่งตอกย้ำว่า “ชื่อเสียง” หรือ “ขนาดสโมสร” ไม่ได้การันตีความปลอดภัยของเก้าอี้กุนซือแม้แต่น้อย

รายชื่อกุนซือที่ถูกปลดในฤดูกาลนี้ประกอบด้วย

1. Nuno Espírito Santo (น็อตติงแฮม ฟอเรสต์) – 9 กันยายน 2025
2. Graham Potter (เวสต์แฮม ยูไนเต็ด) – 27 กันยายน 2025
3. Ange Postecoglou (น็อตติงแฮม ฟอเรสต์) – 18 ตุลาคม 2025
4. Vítor Pereira (วูล์ฟแฮมป์ตัน) – 12 พฤศจิกายน 2025
5. Enzo Maresca (เชลซี) – 1 มกราคม 2026
6. Rúben Amorim (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด) – 5 มกราคม 2026
7. Thomas Frank (ทอตแนม ฮอตสเปอร์) – 11 กุมภาพันธ์ 2026
8. Sean Dyche (น็อตติงแฮม ฟอเรสต์) – 12 กุมภาพันธ์ 2026

อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่สะท้อนชัดที่สุดคือ “แรงกดดันของทีมใหญ่” ที่ไม่เปิดพื้นที่ให้ความผิดพลาดยืดเยื้อ

เริ่มที่ เชลซี ภายใต้การคุมทีมของ มาเรสก้า แม้ภาพรวมตัวเลขไม่เลวร้าย แต่ผลงานช่วงปลายปี 2025 ชนะเพียง 1 จาก 7 นัดหลังสุดในลีก ทำให้ความเชื่อมั่นสั่นคลอนอย่างหนัก ณ วันที่ถูกปลด ทีมรั้งอันดับ 5 มี 30 คะแนนจาก 19 นัด (ชนะ 8 เสมอ 6 แพ้ 5) ตามหลังจ่าฝูงราว 15 แต้ม ซึ่งอาจดูไม่เลวในสายตาทีมทั่วไป แต่สำหรับสโมสรที่ตั้งเป้าลุ้นแชมป์ นั่นถือว่าหลุดเป้า ปัญหาการเสียแต้มจากเกมที่ขึ้นนำ รวมถึงกระแสข่าวความตึงเครียดภายใน ทำให้บอร์ดตัดสินใจเปลี่ยนแปลงทันที

ด้าน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ของ อโมริม ก็ไม่ต่างกัน แม้อันดับตอนถูกปลดจะอยู่ที่ 6 ของตาราง จาก 20 นัด เก็บได้ 31 คะแนน (ชนะ 8 เสมอ 7 แพ้ 5) และยังเกาะกลุ่มลุ้นท็อปโฟร์ แต่ฟอร์มปลายปีที่ชนะเพียง 1 จาก 5 นัด บวกกับรูปแบบการเล่นที่ยังไม่ตอบโจทย์เกมใหญ่ ทำให้เสียงวิจารณ์ถาโถม สโมสรระดับ “ปีศาจแดง” ไม่ได้วัดกันแค่พื้นที่ยุโรป แต่ต้องลุ้นแชมป์ และเมื่อทิศทางทีมไม่ชัดเจน การตัดสินใจก็เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว

ส่วน สเปอร์ ภายใต้การคุมทีมของ โธมัส แฟรงค์ สถานการณ์หนักหนากว่าใคร เมื่อทีมรูดไปอยู่อันดับ 16 จาก 24 นัด มี 24 คะแนน (ชนะ 6 เสมอ 6 แพ้ 12) เหนือโซนตกชั้นเพียงไม่กี่แต้ม ฟอร์มช่วงต้นปี 2026 ที่ชนะ 1 จาก 6 นัด ทำให้ความอดทนของแฟนบอลหมดลง แม้ทีมจะยังมีจังหวะเกมรุกที่น่าตื่นตา แต่ปัญหาเกมรับและการเสียแต้มในช่วงสำคัญ กลายเป็นปมที่ฉุดทีมอย่างต่อเนื่อง และสุดท้ายบอร์ดบริหารเลือก “ตัดไฟแต่ต้นลม”

บทสรุปของครึ่งฤดูกาล 2025/26 จึงสะท้อนชัดว่า บนเวทีพรีเมียร์ลีก โดยเฉพาะกับทีมใหญ่ “อันดับดีอย่างเดียวไม่พอ” หากฟอร์มไม่สม่ำเสมอ ทิศทางทีมไม่ชัด หรือความเชื่อมั่นเริ่มสั่นคลอน เก้าอี้กุนซือก็พร้อมสั่นไหวได้ทุกเมื่อ นี่คือความโหดของลีกที่คำว่า “ไม่แน่จริง อยู่ไม่ได้” ไม่ใช่แค่คำพูด แต่คือความจริงที่เกิดขึ้นแล้วกับ 8 กุนซือในฤดูกาลเดียว

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...