โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

GDP ไทยต่ำกว่า 2% เสี่ยงซึมยาวรั้งท้ายอาเซียน โจทย์หินรัฐบาลใหม่ฟื้นเศรษฐกิจ

TODAY

อัพเดต 10 ก.พ. เวลา 09.41 น. • เผยแพร่ 10 ก.พ. เวลา 09.41 น. • TODAY

ในงาน Future Trends Ahead Summit 2026 ‘รศ.ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย’ อธิบการบดี มหาวิทยาลัยหอการค้า ได้พูดถึงภาพรวมของเศรษฐกิจและการค้าในปี 2026 ในมุมมองของนักเศรษฐศาสตร์ โดยแสดงความกังวลว่าประเทศไทยยังติดหล่มทางเศรษฐกิจ และต้องปรับโครงสร้างเศรษฐกิจอย่างเร่งด่วน เพื่อหลุดพ้นจากการเป็นคนป่วยในอาเซียน

โดยอ้างถึง กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund : IMF) ที่คาดการณ์ว่าไทยจะโต 1.6% ในปีนี้ ขณะที่ประเทศอื่นในอาเซียน เช่น เวียดนาม กลับโตถึง 5.6% และ ฟิลิปินส์ 6.7% ดังนั้น ไทยยังคงเป็น ‘คนป่วย’ ของภูมิภาคนี้หากไม่มีการเปลี่ยนแปลง

รศ.ดร.ธนวรรธน์ ได้ย้อนไปแตะแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีว่าจริงๆ แล้วไทยต้องโตที่ 5% แต่ทุกวันนี้ไทยกลับโตต่ำกว่า 3% แม้แต่ IMF เองก็ยังมองว่าใน 5 ปีข้างหน้า ไทยจะโตไม่เกิน 3% ด้วยซ้ำซึ่งเป็นคาดการณ์ระยะยาวที่น่ากังวล

ในมุมของ รศ.ดร.ธนวรรธน์ มองว่า ความต่อเนื่องของการทำงานของรัฐบาลคงเดาไม่ยากเพราะสานต่อจากสิ่งที่เคยทำ เช่น โครงการคนละครึ่งพลัส เฟสใหม่ ที่จะมาแน่ๆ หรือ พื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ที่คงต้องดูต่อว่ารัฐบาลใหม่จะดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติอย่างไร

[ กำลังซื้อคนไทยหด ต้องกระตุ้นเศรษฐกิจวิธีอื่น ]

ด้วยความที่ภาพรวมเศรษฐกิจไทยตอนนี้เงินเฟ้อไม่สูง แถมจะติดลบด้วยซ้ำ และยังมีสัญญาณภาวะเงินฝืดด้วย ดังนั้น เราไม่สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการขึ้นราคาสินค้าได้ เพราะคนไทยไม่มีกำลังซื้อ

ขณะที่การว่างงานในประเทศยังต่ำมาก อัตราการเกิดต่ำลงเรื่อยๆ กลุ่มคนสูงอายุสูงขึ้น ไทยต้องนำเข้าแรงงานต่างชาติเพื่อบาลานซ์ปัญหานี้

“ในสายตาคนนอกมองว่า คนไทยส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนชนชั้นกลาง มีคนยากจนน้อยแต่เศรษฐกิจกลับโตลดลงเรื่อยๆ ที่ผ่านมา ไตรมาส 1/2025 ไทยโต 3.2%, ไตรมาส 2/2025 โต 2.8%, ไตรมาส 3/2025 โต 1.8% และถ้าปีนี้รัฐบาลไม่สามารถฟื้นสถานการณ์เศรษฐกิจได้ เราจะติดอยู่ในวงจรความเหนื่อยนี้ไปอีกนาน”

ด้วยความที่ในปีนี้ยังไม่มีใครมองว่าเศรษฐกิจไทยจะโตเกิน 2% เลย ขณะที่การท่องเที่ยวก็ไม่ชัดเจนว่าจะกลับมาเป็นปกติหรือไม่ โดยเฉพาะกลุ่มคนจีน ซึ่งเขามองว่าช่วงเทศกาลตรุษจีนอาจจะพอประเมินสถานการณ์ได้

ความเลวร้ายของภาพรวมการท่องเที่ยวของไทยที่ รศ.ดร.ธนวรรธน์ แชร์ก็คือ จำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่เคยมาไทยถึง 10 ล้านคน แต่ตอนนี้ถูกแบ่งไปประเทศอื่น เช่น

  • ญี่ปุ่น 8 ล้านคน
  • เวียดนาม 5.3 ล้านคน
  • ไทยเหลือ 4.3 ล้านคน

“หมายความว่า ตอนนี้เราเสียแชมป์ไปแล้วสำหรับตลาดนักท่องเที่ยวจีน”

อย่างไรก็ตาม เดือนธันวาคม-มกราคม 2 เดือนล่าสุด จำนวนนักท่องเที่ยวกลับมาที่ 3 ล้านคน เป็นครั้งแรกในรอบ 15 สัปดาห์ที่นักท่องเที่ยวจีนกลับมาเกิน สัปดาห์ละ 1 แสนคน

ดังนั้น หากนักท่องเที่ยวจีนกลับมาเหมือนเดิมเร็วขึ้น ก็น่าจะช่วยพยุงเศรษฐกิจไทยได้ แต่ก็ขึ้นอยู่กับว่า ต่อจากนี้ไทยจะบริหารค่าเงินบาทอย่างไร ซึ่งตอนนี้ไทยพยายามประคองค่าเงินบาทอยู่ที่ 31.1 ถึง 31.5 บาท ซึ่งเป็นอัตราที่แข็งกว่าเวียดนาม และจีน เป็นเหตุผลว่าทำไมไทยยังเหนื่อยในสนามแข่งขันนี้

รศ.ดร.ธนวรรธน์ พูดแตะไปถึง GDP ของไทยที่ยังโตต่ำว่า หากยังโตต่ำอยู่ที่ 2-3% ไปเรื่อยๆ จากที่เราเป็นเบอร์ 3 ในแง่ไซส์เศรษฐกิจในอาเซียน (แพ้สิงคโปร์ปีก่อน จากเดิมไทยอยู่อันดับ 2) เราอาจจะร่วงไปถึง อันดับ 6 ได้

“ถ้าเรายังโต 2-3% และถ้ามาเลเซียโต 4.5%-5% ต่อเนื่อง ไทยจะเป็นเบอร์ 4 ของอาเซียนใน 5 ปีข้างหน้า”

“ถ้าเวียดนามโตได้ 7% ไปเรื่อยๆ อีก 10 ปีข้างหน้า ไทยจะกลายเป็นเบอร์ 5 ของอาเซียน”

“และถ้าฟิลิปปินส์โตได้ 6% ไปเรื่อยๆ 15-20 ปีข้างหน้า ไทยจะกลายเป็นเบอร์ 6 ของ อาเซียน ถ้าไทยยังโตเท่าเดิม”

สุดท้ายรัฐบาลใหม่ต้องเร่งปรับและทำให้เศรษฐกิจไทยพ้นจากวิกฤตนี้ให้ได้ โดยจะมี 3 ปัจจัยที่จะทำให้ไทยเซไปมาจนกว่าจะได้เครื่องยนต์ใหม่ ก็คือ ค่าเงินบาท, สงครามการค้า และเศรษฐกิจที่ไม่เอื้อต่อทั้งภายนอกและภายในประเทศ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...