โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เชลยศึกสงครามลาว (17)

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 23 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 23 ชั่วโมงที่ผ่านมา

บทความพิเศษ | พล.อ.บัญชร ชวาลศิลป์

เชลยศึกสงครามลาว (17)

ลงหุบ

ผมกับไอ้เหมียวเดินอยู่ด้วยกันในหมวดนํา มันเกาะหลังผมซึ่งรู้ได้จากมือที่มันแตะหลังผมอยู่ตลอดเวลา ในความมืดของหุบที่ลึกชัน แทบไม่มีแสงอะไรที่จะทําให้เรามองเห็นอะไรได้เลย แม้สายตาจะชินกับความมืดแล้วก็ตาม และผมคิดว่าจะไม่มีการใช้ไฟฉายโดยไม่จําเป็น

ผมไม่ได้เช็กมุมเข็มทิศเลย คิดว่าลงไปถึงก้นหุบที่ลําธารก่อนถึงจะหยุดเช็กมุมและแผนที่ และคิดว่าพวกเราได้เคลื่อนที่ตามกันมาเป็นแถวตอนโดยไถลตัวยึดกิ่งไม้ตามกันลงมาเรื่อยๆ ตามรูปขบวนแถวตอนเรียง 1 เป็นเวลา 3-4 ชั่วโมงมาแล้ว และคิดว่าน่าจะได้ระยะทางมากพอสมควรแล้วจากเนินบ้านนา แต่ก็ยังไม่ถึงก้นหุบและลําธารที่ผมดูและศึกษาแผนที่มาก่อนแล้ว

ผมยังไม่สั่งให้หมู่นำหยุดพักเพราะคิดว่าพวกเราอีกจํานวนมากอาจจะยังลงมาไม่หมดจากจุดลงที่บ้านนาแต่กําลังตามกันลงมาเรื่อยๆ โดยได้ยินจากเสียงกิ่งไม้ลั่นหักอยู่ตลอดเวลาและเสียงที่ได้ยินอยู่ไกลและสูงขึ้นไปมากขึ้นเรื่อยๆ

ระหว่างที่ผมเคลื่อนตัวลงมีช่วงหนึ่งที่ผมจิกเท้าพลาดลื่นเสียหลักไถลลงไปเลยดึงไอ้เหมียวที่เกาะติดหลังอยู่กลิ้งครูดร่วงตามกันลงมาด้วยหลายสิบเมตรจนผมคว้าต้นไม้ไว้ได้จึงหยุดตัวเองได้ ไม่ไหลตกลงต่อไป ไอ้เหมียวก็ไถลลงมากองติดอยู่กับผม ทําให้เสื้อผ้าขาดวิ่นแขนถลอกปอกเปิกไปตามๆ กัน

ผมติดโคนต้นไม้เลยถือโอกาสพักสักครู่ พอดีไอ้เหมียวร้องถามหาผม “เฮ้ย! ไอ้จักษ์ มึงอยู่ตรงไหนวะ” “ก็อยู่กับมึงนี่แหละ มึงตกลงมาด้วยกันกับกู ก็ยังอยู่ด้วยกัน มึงเป็นอะไรรึเปล่า”

มันค่อยเกาะกิ่งไม้มาหาผมตามเสียง “กูเจ็บนิดหน่อย” ผมเลยบอกเพื่อนว่า “เฮ้ย! เราพักกันตรงนี้ก่อนโว้ย เดี๋ยวค่อยไปกันต่อ ไม่รู้ว่าอะไรของกูหลุดหายไปบ้าง” ไอ้เหมียวบอก “กูก็เหมือนกัน” ผมบอก “ช่างมันเถอะ ไม่บาดเจ็บก็ดีแล้ว กลิ้งลงมาเหมือนลูกหมาโดนถีบด้วยกันทั้งคู่”

เรานั่งพักอยู่ด้วยกันครู่หนึ่งจนหมู่นําเคลื่อนลงมาใกล้ ผมรีบบอก “เฮ้ย นี่ผู้หมวดโว้ย” หมู่นําทางคลําทางเข้ามาหาผมและไอ้เหมียวตามเสียงเรียกและถามด้วยความสงสัย “อ้าว! แล้วผู้หมวดมาอยู่ตรงนี้ก่อนพวกผมได้อย่างไร” ผมตอบด้วยอารมณ์ขันไม่ได้โกรธในคําถามของลูกน้องผม “กูก็กลิ้งลงมาสิวะ” เลยถือโอกาสสั่งการลูกน้องว่า “เอ็งรีบนําลงไปให้ถึงก้นหุบและลําธารเร็วๆ พวกเรายังไม่ได้ลงมาอีกมาก อย่าช้า ยังไม่ให้พักจนกว่าจะถึงลําธาร” มีผู้หมู่ในขบวนรีบตอบครับ แล้วค่อยๆ เคลื่อนที่ลงไปตามลาดชันของหุบลึกต่อไปตามคําสั่ง

ผมกับเพื่อนเหมียวเห็นว่าลูกน้องเคลื่อนล่วงหน้าไปพอสมควรจึงเข้าขบวนและเคลื่อนที่ต่อไป

น้ำทิพย์ที่ก้นหุบ

ผมดูเวลาน่าจะเกือบ 6 ทุ่ม 24.00 นาฬิกาแล้ว พวกเราหมวดนําเคลื่อนที่มาประมาณ 4 ชั่วโมงแล้ว สังเกตจากป่าเริ่มรกทึบมากขึ้น เริ่มมีโขดหินบ้าง เราน่าจะเกือบถึงก้นหุบและลําธารน้ำแล้ว

พวกเราค่อยๆ จับต้นไม้ คลําทางและเคลื่อนตัวลงไปเรื่อยๆ จนหูผมได้ยินเสียงน้ำไหลค่อยๆ ชัดและดังขึ้นเรื่อยๆ และแล้วพวกเราหมวดนําก็ลงมาถึงก้นหุบและลําธารในที่สุด เป็นลําธารไม่กว้างมากในหุบลึก มีน้ำไหลรินอยู่ตลอดเวลาและข้ามได้

ผมสั่งให้หยุดพักจนหมวดนําทั้งของผมและเพื่อนลงมาถึงลําธารจึงรีบสั่งการให้เปลี่ยนหมู่นำ เพื่อให้หมู่ที่นําลงมาได้เดินตามบ้างและสั่งการให้รีบจัดการเรื่องน้ำให้เร็วที่สุด แล้วรีบไปวางตัวคอยอยู่ที่ฝั่งตรงข้ามและพร้อมออกเดินทาง

เมื่อสั่งเสร็จผมเห็นแทบทุกคนรีบเอากระติกมาราน้ำที่ไหลจากลําธารให้เต็ม แทบทุกคนวักน้ำใส่หน้าด้วยความสดชื่นจากน้ำจืดในลําธารที่พวกเราไม่ได้สัมผัสกันมาเป็นเวลานานหลายเดือนแล้วตอนที่ยังอยู่บ้านนา

ผมกับไอ้เหมียวก็เหมือนกัน รีบลุยลงลําธารราน้ำเพื่อกรอกกระติกให้เต็ม วักน้ำล้างหน้าให้เกิดความสดชื่นจากน้ำจืดในลําธารที่ผมและเพื่อนไม่ได้สัมผัสมานานหลายเดือนจนจําแทบไม่ได้ เรารีบล้างหน้าล้างตา ความเย็นของน้ำในลําธารทําให้เกิดความสดชื่นหายเหนื่อยลงมากจากการเคลื่อนตัวลงมาจากข้างบนจนถึงก้นหุบและลําธารเกือบ 5 ชั่วโมงโดยไม่ได้พักกันเลย

แสงสว่างเรืองรองที่กระทบกับกระแสน้ำในลําธาร ทําให้พอมองเห็นหน้าพวกเรากันได้ไม่มืดมิดเหมือนตอนลงหุบมา ผมรู้สึกสดชื่นมาก จิตใจเหมือนถูกปลดปล่อยให้หลุดออกมาจากที่ใดที่หนึ่งที่มีแต่ความเคร่งเครียด ความกดดันทางจิตใจที่ต้องตกอยู่ในนรกหรือวงล้อมของพญามัจจุราชและความเป็นความตายเป็นเวลานานมาก ความรู้สึกเหมือนถูกปลดปล่อยออกจากสิ่งเหล่านั้นแล้ว

นี่เรากําลังจะพ้นจากนรกแล้วหรือ ความคิดที่เกิดขึ้นทําให้ผมมีกําลังใจเป็นอย่างมากที่จะต้องไปให้พ้นจากนรกนี้ให้ไกลที่สุด ซึ่งขณะนี้เราได้ห่างออกมาจากมันพอสมควรแล้ว ผมต้องเร่งไปสู่จุดหมายคือภูล่องมาดให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทําได้

ไต่ขึ้น

ผมรีบสั่งการให้ทุกคนรีบข้ามลําธารและไต่สันเขาสูงที่มองเห็นทะมึนเหมือนกําแพงยักษ์ในความมืดขวางเราอยู่ข้างหน้าต่อไป ผมสั่งให้หมู่นําไต่ขึ้นแบบเฉียงออกทางขวาไปเรื่อยๆ เพื่อลดความลาดชันในการไต่ขึ้นจนกว่าจะถึงสันเขาที่สูงที่สุด จึงจะเดินไปตามสันเขาตามที่ผมศึกษาแผนที่มาแล้ว และเราจะมุ่งไปทางทิศตะวันออกตามสันเขา ก็จะถึงภูล่องมาดได้แน่นอน

เมื่อผมและหมู่นําเริ่มเคลื่อนที่ต่อโดยไม่ได้พักกันนานนัก สังเกตเห็นพวกเราลงมาที่ลําธารมากขึ้นและแออัดมากขึ้น แต่ก็ยังได้ยินการเคลื่อนขบวนลงมาของพวกเราจากด้านบนตลอดเวลาจากเสียงต่างๆ ผมยังเดาไม่ออกว่ากองร้อยปิดท้ายขบวนจะเริ่มลงมาหรือยัง ผมเหลือเวลาอีกประมาณ 6 ชั่วโมงก่อนสว่าง เพื่อเดินขึ้นสันเขาสูงเฉียงออกไปทางตะวันออกให้ได้ไกลที่สุด เพื่อไม่ให้ขบวนเกิดคับคั่งก่อนสว่าง ความมืดจะทําให้พวกเราปลอดภัยจากการมองเห็นของข้าศึก ซึ่งเวลาจะน้อยลงเรื่อยๆ

ผมไม่อยากหยุดพักตราบใดที่ยังมีแรงก้าวไปข้างหน้าไต่ลาดชันขึ้นไป การไต่ขึ้นทําให้เราไปได้ช้ามากจากน้ำหนักตัวเราและยุทโธปกรณ์ต่างๆ ที่ติดตัวมา พวกเราต้องไต่ลาดชันขึ้นที่สูงขึ้นไปเรื่อยๆ ต้องใช้การดึงเหนี่ยวกิ่งไม้ขึ้นไปในที่ที่ชันมากๆ

หมวดนําของผมไต่ลาดชันขึ้นไป ผมคิดว่าเกือบ 2 ชั่วโมงแล้วที่เราไต่กันขึ้นมาจากหุบลึกและลําธาร รู้สึกว่าตัวเราหนักมากขึ้น เป้ที่มีสัมภาระก็หนักมากขึ้นเรื่อยๆ เนื้อตัวและเสื้อผ้าที่เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อเพิ่มน้ำหนักขึ้นอีกหลายกิโล รู้ได้จากการเคลื่อนตัวของพวกเราช้าลง แต่พวกเราก็ยังไปต่อและผมไม่สั่งให้หยุดพัก

ผมดูเวลาเกือบตี 3 แล้ว ที่เราไต่กันขึ้นมา จนในที่สุดพวกเราหมวดนําก็ขึ้นมาถึงลาดเนินที่ไม่ชันมากนัก ผมจึงสั่งให้หมู่นำหยุดและให้พวกเราพัก ผมคิดว่าเราจะพักไม่เกิน 5-10 นาที เพื่อผ่อนคลายขาบ้าง หลังจากไต่ขึ้นที่ลาดชันมาประมาณ 3 ชั่วโมง

อากาศบนลาดเนินรู้สึกสดชื่นและมีลมปะทะหน้าบ้างไม่อับอึมครึมเหมือนตอนอยู่ก้นหุบ ผมมองเห็นสันเขาที่อยู่ฝั่งตรงข้ามในความมืด นั่นคือบ้านนา-นรกที่เราเคยอยู่และเรากําลังจะพ้นมันไป พวกเรายังได้ยินเสียงต่างๆ ที่เกิดจากพวกเรา พวกกองร้อยที่ปิดท้ายขบวนกําลังไต่ลงมา จากเสียงและแสงไฟพอเดาได้ว่า พวกเรายังลงกันมาไม่หมดจากสันเขาฝั่งตรงข้าม ผมอยากให้พวกเราลงมาในหุบให้หมดก่อนสว่างก่อนที่ข้าศึกจะรู้ว่าพวกเราที่บ้านนาถอนตัวแล้ว ยิ่งมันรู้ช้ามากเท่าไรก็ยิ่งดีสําหรับพวกเราที่กําลังเคลื่อนลงหุบมาโดยเฉพาะพวกปิดท้ายขบวน

อีกประมาณ 2 ชั่วโมงเท่านั้นก็จะสว่างแล้ว ผมจึงสั่งให้หมู่นําเคลื่อนที่ต่อไป มีทหารหลายคนนั่งพิงเป้หลับจากความอ่อนล้าจึงกําชับให้ผู้หมู่ตรวจยอดและคนให้ครบและให้รีบเคลื่อนที่ต่อไปเรื่อยๆ

พวกเราหมวดนํา ผมและกําลังของกองร้อยสุรินทร์ของเพื่อนผมไอ้เหมียวยังเคลื่อนที่ไต่กันขึ้นไปเรื่อยๆ อย่างช้าๆ แต่ไม่มีการหยุด จนเกือบตี 5 ผมดูนาฬิกา เราไต่ความชันของลาดเนินสุดท้ายจนมาถึงพื้นที่บนสันเขาที่สูงที่สุดได้พอดี รู้ได้จากภูมิประเทศที่ไม่มีลาดชันให้เราไต่กันอีกแล้ว แนวสันเขานี้ทอดยาวไปทางทิศตะวันออกตามที่ผมได้ศึกษาจากแผนที่มา

ผมมั่นใจและต้องเป็นสันเขาที่ทอดยาวไปจนถึงภูล่องมาดแน่นอน

ผมสั่งให้หมู่นําของผมสองหมู่หยุดพัก ไอ้เหมียวเพื่อนผมก็เห็นด้วย ว่าเราควรจะหยุดและรู้ว่าขณะนี้เราขึ้นมาเร็วกว่าส่วนอื่นๆ ที่กําลังไต่ขึ้นมา เราจะพักยาวสัก 10-15 นาที เพื่อให้ร่างกายได้พักบ้างก่อนสว่างจากความอ่อนล้าอย่างหนักที่ต้องไต่ลงและไต่ขึ้นเขามาเกือบ 8-9 ชั่วโมง แทบไม่ได้หยุดพักกันเลย

ผมดูเวลาที่นาฬิกาตี 5 กว่าอีกประมาณไม่ถึงชั่วโมงก็สว่างแล้ว ผมสั่งให้เปลี่ยนหมู่นําและให้เคลื่อนออกไปวางตัวข้างหน้าตามสันเนินที่เราจะเคลื่อนต่อไป เพื่อเป็นหมู่ระวังป้องกันให้ อย่าได้ประมาท เรายังอยู่ไม่ห่างจากข้าศึกมากนักและสันเนินที่เราจะไปจะมีข้าศึกหรือไม่ยังบอกไม่ได้ จึงกําชับให้ทุกคนพักและระวังตัวตลอดเวลา อย่าทําเสียงดังและห้ามใช้ไฟฉายอย่างเด็ดขาด เพราะขณะนี้เราอยู่บนสันเขาสูง ไม่ใช่อยู่ในหุบเหมือนตอนลงมา

ผมและไอ้เหมียวนั่งพักพิงเป้สนามอยู่ด้วยกัน มีลูกน้องของมันและของผมรวม 3 หมู่ แยกกันพักบนสันเนินที่ไม่ลาดชันนัก ผมกับมันไม่พูดอะไรกันและจากร่างกายที่อ่อนล้าและความเหนื่อย รวมทั้งอากาศบนสันเนินที่มีลมพัดอ่อนๆ เย็นสบายทําให้ผมกับเพื่อนหลับไปอย่างไม่รู้ตัวทั้งสองคน รวมทั้งลูกน้องของเราแทบทุกคนด้วย จากความอ่อนล้าและไม่ได้นอนกันเกือบทั้งคืน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เชลยศึกสงครามลาว (17)

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th/weekly

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...