โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

เสื้อแดงขยับ กดดัน‘เพื่อไทย’ ขึงสัตยาบัน ขี่‘สีน้ำเงิน’ ?

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 19 ก.พ. เวลา 12.12 น. • เผยแพร่ 20 ก.พ. เวลา 00.13 น.

เป็นที่น่าจับตา นับจากนี้ไป“พรรคเพื่อไทย” จะยังเป็นพรรคที่ครองใจมวลชนคนเสื้อแดงได้อยู่หรือไม่ หลังจากค่ายแดงอยู่ในสภาพตกต่ำ เลือกตั้ง 69 ได้ สส.ต่ำร้อย เหลือเพียง 74 เสียงเท่านั้น

ที่สำคัญยังพ่ายยับ เสียแชมป์ สส.ภาคอีสานและภาคเหนือ ที่เป็นฐานเสียงสำคัญของพรรคมาโดยตลอด นับแต่พรรคไทยรักไทย ลงเลือกตั้งครั้งแรกเมื่อปี 2544

เลือกตั้งทั่วไปปี 2566 เป็นจุดเดือดของมวลชนคนเสื้อแดงหัวก้าวหน้า หรือ “แดง” แก้ไข ม.112 แตกหัก และอกหักชอกช้ำกับพรรคเพื่อไทยหลังไปจับมือจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคลุง และพรรคสีน้ำเงิน โดยทิ้งพรรคก้าวไกลให้ไปเป็นฝ่ายค้าน จนเกิดวลีที่เป็นจุดบอดกับค่ายแดง และฟื้นแต้มนิยมไม่ขึ้น คือ มี "ดีลลับพานายกลับบ้าน" กับ “ตระบัดสัตย์จับมือลุง”

หากดูฐานเสียงพรรคเพื่อไทย จากการเลือกตั้ง สส.เมื่อ 14 พ.ค. 2566 พบว่ามีจำนวน 9 ล้านเสียง ที่ลงคะแนนให้กับ สส.แบ่งเขต และมี 10 กว่าล้านเสียง ลงคะแนนให้กับ สส.บัญชีรายชื่อ สามารถกวาด สส.เข้าป้ายที่ 2 ได้ 141 สส. แม้จะแพ้เลือกตั้งครั้งแรก

ขณะที่ผลการเลือกตั้งทั่วไป เมื่อ 8 ก.พ.2569 คะแนนพรรคเพื่อไทยลดวูบ เหลือ 5.7 ล้านเสียง ที่ยังเหนียวแน่น ลงคะแนนในบัตร เลือกตั้งสส.แบบบัญชีรายชื่อ แสดงให้เห็นว่าฐานเสียงเพื่อไทย ลดน้อยถอยลงไปถึงครึ่งหนึ่ง จาก 10 กว่าล้านเหลือเพียง 5 ล้านเสียง

พรรคเพื่อไทยประสบปัญหาเรื่องการรักษาฐานมวลชนคนเสื้อแดง ในช่วงหลังปี 2566 แม้จะมีภาพ“ทักษิณ ชินวัตร“ ที่พยายามนำพรรค อยู่หน้าฉากทางการเมืองในหลายเวทีที่มีการลงพื้นที่ในเวทีปราศรัยเลือกตั้งท้องถิ่น หรือแม้แต่ลงพื้นที่ในวาระสำคัญ ระหว่างมีปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา

แต่เมื่อแบรนด์"ทักษิณ"เสื่อมมนต์ขลัง และยังถูกคุมขังในเรือนจำ จึงทำให้พรรคเพื่อไทยยิ่งอ่อนกำลังลง ขณะที่ทายาทสายตรงอย่าง"แพทองธาร ชินวัตร"ก็ประสบปัญหาเรตติ้งร่วง จากคลิปอังเคิล

เพื่อไทยจึงต้องเปลี่ยนเกมใหม่ ดัน"ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์" ออกมานำพรรค ภายใต้บทบาท"แคนดิเดตนายกฯเพื่อไทย" เบอร์ 1

ล่าสุด มวลชนคนเสื้อแดงที่เป็นฐานเสียงเหนียวแน่น จาก จ.สิงห์บุรี ได้รวมตัวเข้ายื่นแถลงการณ์ผ่าน “ประเสริฐ จันทรรวงทอง” เลขาธิการพรรคเพื่อไทย เมื่อ 19 ก.พ. 2569 โดยเสนอ 3 เงื่อนไข เรียกร้องไปยังคีย์แมน “ค่ายแดง“ ให้ผลักดันข้อเสนอ ไปยังพรรคภูมิใจไทย ด้วยการลงนามสัตยาบัน หรือเอ็มโอยูก่อนจัดตั้งรัฐบาลและจัดสรรเก้าอี้รัฐมนตรี

1.พรรคเพื่อไทยควรเชิญชวนให้มีการลงสัตยาบันกับพรรคภูมิใจไทย และพรรครัฐบาลอื่น ๆ หลังจากที่มีการประกาศผลเรียบร้อยแล้ว การแสดงความจริงใจในการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ให้เป็นของประชาชนโดยแท้จริง ไม่เป็นรัฐธรรมนูญฉบับสีน้ำเงิน

2.พรรคเพื่อไทย ต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ที่จะตกอยู่กับพี่น้องประชาชนเป็นที่ตั้ง ตามที่ผู้สนับสนุนคาดหวังไว้ในการรักษาผลประโยชน์ส่วนรวมมากที่สุดตามนโยบายเรือธงของพรรค คือ นโยบาย 30 บาทรักษาทุกที่ การสานต่อโครงการรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย, การล้างหนี้วัยเกษียณ พักหนี้เกษตรกร ผลักดันราคาพืชผลทางการเกษตร ฯลฯ

3.พรรคเพื่อไทยต้องเป็นพรรคการเมืองต้นแบบในรัฐบาลใหม่นี้ ที่ทำการเมืองให้เกิดความโปร่งใส ลดการทุจริต ปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน และเป็นกลไกที่สำคัญที่ทำให้กฎหมายสามารถบังคับใช้ได้อย่างเคร่งครัด ภายใต้กฎหมายฉบับเดียวกันไม่เลือกปฏิบัติ กรณีเขากระโดง และไขข้อข้องใจให้กับประชาชนเป็นที่พึ่งที่หวังในการหาทางออกให้กับสังคมไทย

เงื่อนไขดังกล่าว ว่ากันกันว่า ขงเบ้งและคีย์แมนห้องเครื่องพรรคเพื่อไทย ในปีกแกนนำคนเสื้อแดง ไม่รู้สถานการณ์ล่วงหน้าว่าจะมีแฟนคลับของพรรค มายื่นข้อเสนอดังกล่าว หลังจากที่เพื่อไทยได้ตอบรับร่วมรัฐบาลภูมิใจไทย

“เรื่องนี้ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย และอดีตแกนนำ นปช.ไม่ได้รับรู้ และไม่ได้เป็นคนจัดตั้งให้มวลชนเสื้อแดงมายื่นข้อเรียกร้องกับพรรคเพื่อไทย การยื่นลักษณะนี้ แน่นอนว่าอาจมีปัญหากับแกนนำพรรคภูมิใจไทยได้ เพราะโดยปกติตามมารยาทการจัดตั้งรัฐบาลผสม จะไม่มีการลงนามเอ็มโอยูกัน เพราะหากสุดท้ายไปด้วยกันไม่ได้ เอ็มโอยูที่เกิดขึ้นย่อมไม่มีผลในทางการเมือง” แหล่งข่าวจากพรรคเพื่อไทย ระบุ

ขณะเดียวกัน พรรคเพื่อไทยก็ไม่ได้วางยุทธศาสตร์ แก้เกมดังกล่าว เพราะเป็นข้อเสนอที่มวลชนที่รักพรรคเพื่อไทยสามารถทำได้ แต่คาดว่าการเคลื่อนไหวในลักษณะนี้ ต้องการสื่อสารให้สังคมรับรู้ว่า ไม่ได้เป็นไปตามที่ “เค สามถุยส์” ผู้สนับสนุนพรรคเพื่อไทย ที่ออกมาประกาศผ่านโซเชียลมีเดียล่าสุดว่า พรรคแดงน่ากลัวที่สุด ในบรรดาทุกสี

ในทางการเมืองเป็นที่รับรู้ว่า สัตยาบันดังกล่าว พรรคภูมิใจไทย คงไม่ตอบรับเพื่อมามัดคอตัวเอง แม้มวลชนคนเสื้อแดงบางส่วนจะพยายามสื่อสารให้ “เพื่อไทย” อย่าตกอยู่ภายใต้เบี้ยล่างทางการเมืองของพรรคสีน้ำเงิน

ฉะนั้นการวางบทบาทของพรรคเพื่อไทย เพื่อฟื้นแต้มนิยมที่ตกต่ำลงหลังการเลือกตั้ง จึงจำเป็นต้องขยับขับเคลื่อนต่อไป ผ่านการร่วมรัฐบาล ผ่านการสร้างผลงานด้วยนโยบายเรือธง

แน่นอนว่า สภาพของการเมืองไทย ภายใต้บริบทที่พรรคภูมิใจไทยมีเสียงเด็ดขาดเกือบแตะ 200 เสียง เหนือกว่าพรรคเพื่อไทย และมี สว.สีน้ำเงินอีกไม่ต่ำ 130 เสียง เบ็ดเสร็จทั้งสองสภา ฉะนั้นการผลักดันแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยให้พรรคสีน้ำเงินเพลี่ยงพล้ำ คงทำได้ยาก

การรักษาฐานเสียงมวลชนเสื้อแดงไม่ให้สลายหายไปอีก จึงเป็นโจทย์บังคับที่คีย์แมนพรรค และแคนดิเดตนายกฯ“ยศชนัน” ต้องแก้ปัญหากันต่อไป แม้โอกาสกลับมายืนหนึ่งในสนามเลือกตั้งรอบหน้าจะเป็นเรื่องยาก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...