“สหรัฐ” ถอด “กัมพูชา” ออกจากบัญชีดำส่งออกอาวุธ
กระทรวงพาณิชย์สหรัฐประกาศถอดกัมพูชาออกจากกลุ่มประเทศที่ถูกจำกัดการส่งออกอาวุธ หลังประเมินบทบาทด้านสันติภาพและความร่วมมือด้านกลาโหม ชี้เปิดทางเข้าถึงเทคโนโลยีขั้นสูง
วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักข่าว Khmer Times รายงานว่า กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ (U.S. Department of Commerce) ประกาศอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 ให้ถอดชื่อกัมพูชาออกจากบัญชีดำการส่งออกอาวุธของสหรัฐ ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนถึงการผ่อนคลายข้อจำกัดด้านการค้าทางทหารระหว่างสองประเทศอย่างมีนัยสำคัญ
การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวดำเนินการผ่านสำนักงานอุตสาหกรรมและความมั่นคง (Bureau of Industry and Security - BIS) ซึ่งได้ปรับปรุงประกาศใน Federal Register เพื่อถอดกัมพูชาออกจากกลุ่มประเทศ “Country Group D:5” หมวดหมู่ที่ก่อนหน้านี้จำกัดการส่งออกอาวุธจากสหรัฐไปยังกัมพูชาอย่างเข้มงวด
การตัดสินใจนี้มีขึ้นภายหลังการประเมินของรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ ซึ่งระบุว่ากัมพูชามีบทบาทเชิงรุกในการส่งเสริมสันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาค ยังคงมีความร่วมมือด้านกลาโหมกับสหรัฐฯ อย่างต่อเนื่อง และมีความพยายามในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามพรมแดน มาตรการดังกล่าวยังสอดคล้องกับการดำเนินการก่อนหน้านี้ของทำเนียบขาว (The White House) เมื่อเดือนตุลาคม 2568 ที่ได้ยกเลิกคำสั่งห้ามขายอาวุธให้กัมพูชาแล้ว
เคซีย์ บาร์เน็ตต์ ประธานหอการค้าอเมริกันในกัมพูชา (American Chamber of Commerce in Cambodia) ระบุว่า การเคลื่อนไหวครั้งนี้เป็นสัญลักษณ์ที่ชัดเจนของความเชื่อมั่นจากสหรัฐต่อกัมพูชาโดยกล่าวจากสิงคโปร์ระหว่างการพบปะกับบริษัทด้านการบินและอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของสหรัฐว่า การเปลี่ยนแปลงนี้เปิดประตูให้กัมพูชาสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีขั้นสูงจากสหรัฐ ซึ่งจะช่วยสนับสนุนทั้งความมั่นคงและการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ
ภายใต้กฎใหม่ เครื่องหมาย “X” ที่เคยอยู่ข้างชื่อกัมพูชาในกลุ่ม D:5 ถูกลบออก ส่งผลให้ข้อจำกัดด้านอาวุธส่วนใหญ่ของสหรัฐฯ ต่อกัมพูชาสิ้นสุดลงตั้งแต่วันที่ 3 กุมภาพันธ์ เป็นต้นไป ผู้เชี่ยวชาญประเมินว่า การปรับปรุงครั้งนี้อาจทำให้จำนวนคำขอใบอนุญาตส่งออกไปยังกัมพูชาเพิ่มขึ้นราว 100 รายการต่อปี และช่วยลดความซับซ้อนของขั้นตอนที่เคยยุ่งยาก
อย่างไรก็ตาม ด้วยเหตุผลด้านความมั่นคงแห่งชาติ กัมพูชายังคงถูกจัดอยู่ใน “Country Group D:1” ซึ่งหมายความว่า เทคโนโลยีทางทหารและกลาโหมบางประเภทจะยังคงต้องขอใบอนุญาตเป็นกรณีพิเศษภายใต้กฎระเบียบการบริหารการส่งออก (Export Administration Regulations – EAR) มาตรา 744.21 และ 744.22 ต่อไป
อ้างอิง : www.khmertimeskh.com