Split-Shift Parenting สลับกะเลี้ยงลูกดีจริงไหมกับครอบครัวยุคใหม่?
ด้วยสภาพเศรษฐกิจและสังคมในปัจจุบัน ทำให้พ่อแม่ยุคใหม่ส่วนมากต้องช่วยกันทำงานหาเงินเพื่อสร้างความมั่นคงให้ลูกและครอบครัวให้มากที่สุก แต่ในขณะเดียวกัน ความกังวลเรื่องการเลี้ยงลูกก็เป็นโจทย์ใหญ่ที่สร้างความหนักใจให้ไม่น้อย เพราะหากพ่อแม่ต้องทำงานและไม่สามารถเปลี่ยนสถานะมาเป็นพ่อหรือแม่ฟูลไทม์ได้ แต่ก็ไม่อยากฝากลูกให้คนอื่นช่วยเลี้ยง ทำให้การหาจุดสมดุลระหว่างงานและลูกเป็นเรื่องยากแนวทางการเลี้ยงลูกแบบสลับกะ หรือ Split-Shift Parenting จึงกลายเป็นอีกหนึ่งทางออกที่ได้รับความนิยมอย่างมากในบ้านที่คุณพ่อคุณแม่ทำงานนอกบ้าน แต่ต้องการเลี้ยงลูกด้วยตัวเอง โดยคุณพ่อคุณแม่ตกลงแบ่งช่วงเวลาดูแลลูกกันอย่างชัดเจน เพื่อให้มีคนใดคนหนึ่งอยู่กับลูกเสมอ และยังช่วยให้คุณพ่อคุณแม่มีเวลาพักผ่อนและเวลาทำงานของตัวเอง ซึ่งในแต่ละครอบครัวอาจมีวิธีจัดตารางดูแลลูกแตกต่างกันออกไป บางบ้านคุณพ่อคุณแม่อาจผลัดกันดูแลลูกตามช่วงเวลา เช่น คุณแม่ดูแลลูกช่วงเช้าก่อนไปโรงเรียน คุณพ่อสอนการบ้านและอ่านนิทานส่งลูกเข้านอนช่วงค่ำ หรืออาจใช้ในครอบครัวที่คุณพ่อคุณแม่ทำงานคนละเวลา บางครอบครัวเลือกใช้หลังการหย่าร้าง โดยแบ่งวันหรือสัปดาห์ดูแลลูกอย่างไรก็ตามการใช้แนวทาง Split-Shift Parenting มีทั้งข้อดีที่ช่วยสร้างสมดุลเวลาให้กับครอบครัว และข้อควรระวังที่คุณพ่อคุณแม่ต้องพิจารณาและวางแผนปรับใช้ให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของแต่ละบ้าน4 ข้อดีของการเลี้ยงลูกแบบสลับกะ (Split-Shift Parenting)1. ลูกได้รับความรักและการดูแลจากคุณพ่อคุณแม่เต็มที่
การผลัดกันเลี้ยงลูกช่วยให้ลูกมีโอกาสใช้เวลาคุณภาพกับทั้งคุณพ่อและคุณแม่ ได้ซึมซับทักษะและทัศนคติที่หลากหลายจากทั้งสองฝ่าย และยังช่วยสร้างความสนิทสนมและทำให้ลูกรู้สึกว่าครอบครัวเป็นพื้นที่ปลอดภัย เมื่อมีเรื่องไม่สบายใจหรือเมื่อเติบโตขึ้น ลูกจะกล้าพูดคุยกับคุณพ่อคุณแม่อย่างตรงไปตรงมา2. ส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการเลี้ยงลูกอย่างเท่าเทียม
จากเดิมที่การเลี้ยงดูลูกเป็นหน้าที่หลักของคุณแม่ แต่แนวทางการเลี้ยงลูกแบบสลับกะกันจะช่วขเปิดโอกาสให้คุณพ่อได้รับหน้าที่หลักในการเลี้ยงลูก ส่งเสริมความมั่นใจในบทบาทของตัวเองและสนิทสนมกับลูกมากขึ้น นอกจากนี้ ยังช่วยลดความเหนื่อยล้าสะสมของคุณแม่ได้3. ไม่ต้องมีใครสละหน้าที่การงานของตัวเอง
แนวทางสลับกะเลี้ยงลูกช่วยให้ทั้งคุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องสละหน้าที่การงานเพื่อมาเป็นพ่อบ้านหรือแม่บ้านเต็มตัว ทั้งคู่ยังคงมีรายได้ มีสังคมของตัวเอง และมีโอกาสเติบโตในอาชีพที่รักไปพร้อมๆ กัน ซึ่งส่งผลดีต่อสุขภาพจิตของคุณพ่อคุณแม่ในระยะยาว4. ประหยัดค่าใช้จ่ายบางส่วน
เมื่อคุณพ่อคุณแม่ผลัดกันเลี้ยงลูก จะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการจ้างพี่เลี้ยงหรือสถานรับเลี้ยงเด็กที่มีราคาค่อนข้างสูง และยังช่วยลดความกังวลเรื่องความปลอดภัยและมาตรฐานการเลี้ยงดูจากคนนอก2 ข้อที่ควรพิจารณา1. การเลี้ยงดูที่ไม่สอดคล้องส่งผลต่อพัฒนาการลูก
หากคุณพ่อคุณแม่ใช้มาตรฐานการเลี้ยงดูที่แตกต่างและไม่สื่อสารกันอย่างชัดเจน อาจทำให้การดูแลขาดความต่อเนื่อง สร้างความสับสนและส่งผลต่อพัฒนาการของลูก ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่ควรตกลงกติกา บันทึกข้อมูลสำคัญของลูก และอัปเดตกันเสมอ2. อาจกระทบต่อความสัมพันธ์คู่สมรส
เนื่องจากต้องสลับกันเลี้ยงดูลูกตลอดเวลา คุณพ่อคุณแม่จึงแทบไม่ได้ใช้เวลาส่วนตัวร่วมกันในฐานะคู่รัก อาจส่งผลให้ความสัมพันธ์จืดจางและห่างเหินโดยไม่รู้ตัว คุณพ่อคุณแม่จึงควรวางแผนวันพักที่ทั้งคู่ได้มีเวลาทำกิจกรรมที่ชอบร่วมกัน และสื่อสารความรู้สึกกันอย่างตรงไปตรงมาเสมออ่านบทความ: แบ่งเวลาให้ลูก : 5 เทคนิคแบ่งเวลา สำหรับพ่อแม่สายบ้างานอ้างอิงParentsCanadaMsMagazineSueatkinsparentingcoach