‘หุ้นสายการบินเอเชีย’ ดิ่งยกแผง เซ่นพิษ ‘สงครามอิหร่าน’ และราคาน้ำมันพุ่ง
The Bangkok Insight
อัพเดต 09 มี.ค. เวลา 05.04 น. • เผยแพร่ 09 มี.ค. เวลา 05.04 น. • The Bangkok Insight"หุ้นสายการบิน" โดนเทขายอย่างหนัก ในการซื้อขายที่ตลาดเอเชียข่วงเช้าวันนี้ (9 มี.ค.) หลังสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางทวีความรุนแรง ดันราคาน้ำมันพุ่ง 20% กดดันต้นทุนการดำเนินงาน และส่งผลให้เที่ยวบินทั่วโลกถูกยกเลิกต่อเนื่อง
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า หุ้นสายการบินชั้นนำทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ปรับตัวลดลงอย่างหนักระหว่าง 4% ถึงกว่า 10% ในการซื้อขายช่วงเช้าวันนี้ (9 มี.ค.) นำโดย แควนตัส แอร์เวย์ส แอร์นิวซีแลนด์ คาเธ่ย์ แปซิฟิค เจแปนแอร์ไลน์ (JAL) โคเรียนแอร์ รวมถึงสายการบินยักษ์ใหญ่ของจีนอย่าง ไชน่า เซาเทิร์น แอร์ไลน์ และไชน่า อีสเทิร์น แอร์ไลน์
ปัจจัยสำคัญที่สร้างแรงกดดันมหาศาลคือ ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่พุ่งสูงขึ้นถึง 20% แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือน ก.ค. 2565 ท่ามกลางความกังวลเรื่องอุปทานที่ตึงตัว และการหยุดชะงักของการขนส่งอันเนื่องมาจากสงครามระหว่างสหรัฐ-อิสราเอล กับอิหร่าน
อินโฟเควสต์รายงานว่า สุภาษ เมนอน ผู้อำนวยการสมาคมสายการบินเอเชียแปซิฟิก (AAPA) ระบุว่า การพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันดิบจะทำให้ต้นทุนเชื้อเพลิงอากาศยานสูงขึ้นกว่าปกติหลายเท่า เนื่องจากภาวะขาดแคลน
อีกทั้งการปิดน่านฟ้าในหลายพื้นที่ยังทำให้สายการบินต้องปรับเส้นทางบินที่ยาวขึ้น ส่งผลให้เกิดความตึงตัวด้านทรัพยากรลูกเรือ
ข้อมูลจาก Cirium บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลด้านการบินระบุว่า ตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ. จนถึงวันที่ 8 มี.ค. มีเที่ยวบินขาเข้า และขาออก จากภูมิภาคตะวันออกกลางถูกยกเลิกไปแล้วกว่า 37,000 เที่ยวบิน
ผู้โดยสารที่ตกค้างต่างต้องเร่งหาทางออกผ่านช่องทางต่าง ๆ ทั้งการเดินทางทางบก หรือแม้แต่การใช้บริการเที่ยวบินเช่าเหมาลำ และเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวท่ามกลางสถานการณ์ที่ยากลำบาก
สถานการณ์ในระดับภูมิภาคยังมีความตึงเครียดสูง โดยรัฐบาลออสเตรเลียได้ขอให้ครอบครัวและเจ้าหน้าที่การทูตเดินทางออกจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หลังมีการโจมตีในแถบอ่าวเปอร์เซียจนนำไปสู่การปิดสนามบินนานาชาติดูไบชั่วคราว
ขณะที่สนามบินมัสกัตในโอมานได้จำกัดการใช้พื้นที่เพื่อรองรับเที่ยวบินของรัฐบาลและเที่ยวบินพาณิชย์เป็นหลัก ด้านกระทรวงคมนาคมตุรกีประกาศยกเลิกเที่ยวบินไปยังอิรัก ซีเรีย เลบานอน และจอร์แดน จนถึงวันที่ 13 มีนาคมนี้
ในด้านการอพยพ กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ ได้ดำเนินการจัดเที่ยวบินเช่าเหมาลำกว่าสิบเที่ยว เพื่อนำชาวอเมริกันออกจากพื้นที่ความขัดแย้ง ส่วนสายการบินแอร์อินเดียได้เพิ่มเที่ยวบินไปยังยุโรป และอเมริกาเหนือจนถึงวันที่ 18 มี.ค. เพื่อรองรับความต้องการเดินทางที่เพิ่มขึ้นจากการปิดน่านฟ้าตะวันออกกลาง
เบรนแดน โซบี นักวิเคราะห์อิสระด้านการบินในสิงคโปร์ กล่าวถึงสภาพแวดล้อมการดำเนินงานของกลุ่มสายการบินว่าอยู่ในภาวะที่ยากลำบากอยู่แล้วจากปัญหาเศรษฐกิจ ห่วงโซ่อุปทาน และความไม่แน่นอนทางการเมือง ซึ่งวิกฤตที่เกิดขึ้นในขณะนี้ได้ซ้ำเติมระดับความไม่แน่นอนให้สูงขึ้นกว่าเดิม
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- ยูเออี-กาตาร์ 'ปิดเมืองเลี้ยงแขก' ดูแลผู้โดยสารตกค้างฟรี มุ่งรักษาแบรนด์ศูนย์กลางการบินโลก
- พลเมืองอเมริกัน จากตะวันออกกลาง กลับสหรัฐ สูงเกือบ 24,000 คน
- 'สหรัฐ' สั่งพลเมืองออกจาก 15 ชาติตอ.กลางทันที หลังสถานทูตในซาอุฯ ถูกโดรนถล่ม
ติดตามเราได้ที่
เว็บไซต์: https://www.thebangkokinsight.com/
Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
X:https://twitter.com/BangkokInsight
Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
Youtube:https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg