โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชิงไก่ทอด 3 หมื่นล้าน! OKJ ส่ง ‘JOE WINGS’ ลบภาพจำสายคลีน หวังตก Gen Z ที่โอ้กะจู๋เข้าไม่ถึง

THE STANDARD

อัพเดต 29 ม.ค. เวลา 02.48 น. • เผยแพร่ 29 ม.ค. เวลา 02.48 น. • thestandard.co
ชิงไก่ทอด 3 หมื่นล้าน! OKJ ส่ง ‘JOE WINGS’ ลบภาพจำสายคลีน หวังตก Gen Z ที่โอ้กะจู๋เข้าไม่ถึง

ธุรกิจร้านไก่ทอดในไทยยังคงเป็นตลาดที่หอมหวนของนักลงทุนทั้งในไทยและต่างประเทศ ด้วยมูลค่าตลาดกว่า 30,000 ล้านบาท มีการเติบโตปีละ 3–5% แม้การแข่งขันจะสูงลิบ แต่ก็ยังมีช่องว่างที่เปิดโอกาสให้กับผู้เล่นรายใหม่หมุนเวียนเข้ามาชิงเม็ดเงินในตลาดนี้แบบไม่ซ้ำหน้า

ไม่เว้นแม้แต่ บริษัท ปลูกผักเพราะรักแม่ จำกัด (มหาชน) หรือ OKJ Group เจ้าของแบรนด์ร้านอาหารเพื่อสุขภาพอย่างโอ้กะจู๋ และ Oh. Juice ที่ตัดสินใจกระโดดเข้าสู่สนามไก่ทอด ด้วยการเปิดตัวแบรนด์น้องใหม่ ‘JOE WINGS’ ร้านไก่ทอดสัญชาติไทย โดยประเดิมสาขาแรกที่ศูนย์การค้าสยามพารากอนเมื่อปีที่ผ่านมา และได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจนเกิดกระแสรอคิวยาวในโลกโซเชียล

โจ้ – จิรายุทธ ภูวพูนผล ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่เกษตรอัจฉริยะ OKJ Group กล่าวว่า ในปี 2569 บริษัทตั้งเป้าให้ JOE WINGS สามารถชิงส่วนแบ่งตลาดไก่ทอดได้ในระดับ 1–5%

พร้อมฉายภาพจุดเริ่มต้นของ JOE WINGS มาจากการทำแบบสำรวจลูกค้าเมื่อราว 2 ปีก่อน ซึ่งทีมผู้บริหารพบอินไซต์สำคัญว่าแบรนด์โอ้กะจู๋ยังไม่สามารถเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภควัยรุ่นและ Gen Z ได้มากนัก เนื่องจากภาพจำของแบรนด์ยังผูกติดกับเมนูผักและโทนสีเขียว ส่งผลให้ความถี่ในการเข้าร้านของกลุ่มวัยรุ่นต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้

จากอินไซต์ดังกล่าว บริษัทจึงทดลองพัฒนาเมนูใหม่ ‘American Hot & Spicy’ ซึ่งหลังจากวางขายก็ได้รับการตอบรับดีเกินคาด และสามารถสร้างยอดขายระดับหลักร้อยล้านบาทจากเมนูเดียว และช่วยขยายฐานลูกค้าอายุต่ำกว่า 40 ปีได้เพิ่มขึ้น

ในช่วงเวลาเดียวกัน OKJ Group ได้เริ่มศึกษาตลาดไก่ทอดอย่างจริงจัง และพบว่ายังเป็นตลาดที่มีโอกาส แม้จะมีผู้เล่นรายใหญ่อยู่หลายแบรนด์ แต่บริษัทไม่ได้กังวลกับการแข่งขันที่รุนแรง เนื่องจากมีความพร้อมทั้งด้านองค์ความรู้ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ ระบบปฏิบัติการ และการสื่อสารการตลาด โดยเชื่อว่าหากสามารถพัฒนาโปรดักต์ให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคได้อย่างตรงจุด ก็จะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี

จากโอกาสที่มี จึงนำไปสู่การเปิดตัว ‘JOE WINGS’ โดย ‘จิรายุทธ’ ย้ำว่า ชื่อแบรนด์มาจากชื่อเล่นของตนเองที่ชื่อ ‘โจ้’ และได้วางบทบาทของแบรนด์ให้เป็นไก่ทอดที่สามารถรับประทานซ้ำได้ทุกสัปดาห์ และสร้างความแตกต่างจากภาพจำเดิมของไก่ทอดที่มักถูกมองว่าเป็นอาหาร Junk Food

“บริษัทพัฒนาเมนูให้ดีต่อสุขภาพมากขึ้น ด้วยการเลือกใช้น้ำมันที่มีไขมันอิ่มตัวต่ำกว่า 7% และใช้ไก่สดที่ไม่ฉีดฮอร์โมน ปัจจุบันมีเมนูให้เลือก 9 รสชาติ ราคาเริ่มต้น 100 บาท ซึ่งอยู่ในระดับใกล้เคียงกับคู่แข่งในตลาด”

ที่ผ่านมาในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 JOE WINGS เน้นการจำหน่ายผ่านหน้าร้านเป็นหลัก ก่อนจะเริ่มให้บริการเดลิเวอรีในไตรมาส 4 ซึ่งได้รับการตอบรับดี ยอดขายทะลุเป้า ส่งผลให้บริษัทขยายรูปแบบร้านเป็นนั่งรับประทานภายในร้าน พร้อมยังลงทุนเพิ่มในระบบหลังบ้านและคลังเก็บสินค้า ปัจจุบันมีทั้งหมด 5 สาขา

ตั้งแต่เปิดให้บริการ กลุ่มลูกค้าหลักของ JOE WINGS คือ นักเรียน, นักศึกษา และกลุ่มวัยทำงาน โดยจุดแข็งที่ช่วยดึงดูดลูกค้า คือ การพัฒนาโปรดักต์อย่างต่อเนื่องควบคู่กับการทำตลาดและการสื่อสารแบรนด์ เมื่อผู้บริโภคได้ทดลองและรับรู้ถึงรสชาติที่ดี ก็ช่วยสร้างการกลับมารับประทานซ้ำได้ ปัจจุบันมียอดใช้จ่ายเฉลี่ยต่อบิลอยู่ที่ 150–300 บาท โดยสาขาสยามสแควร์เป็นสาขาที่ทำยอดขายสูงสุด

สำหรับแผนธุรกิจในระยะ 3 ปีข้างหน้า บริษัทตั้งเป้าขยายสาขา JOE WINGS ให้ครบ 50 สาขาภายในปี 2571 โดยในปี 2569 จะเปิดเพิ่ม 5–10 สาขา เน้นทำเลทราฟฟิกสูง ทั้งในศูนย์การค้าและสถานีบริการน้ำมันของ OR ซึ่งเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ แต่ละสาขาใช้งบลงทุนราว 3–5 ล้านบาท เบื้องต้นจะขยายในกรุงเทพฯ และปริมณฑลก่อน ก่อนต่อยอดสู่ต่างจังหวัดในอนาคต

ในปีนี้ บริษัทคาดว่า JOE WINGS จะสร้างรายได้เติบโตถึง 300% หรือราว 150 ล้านบาท และหากขยายครบ 50 สาขา คาดว่าจะสร้างรายได้มากกว่า 1,000 ล้านบาท พร้อมบรรลุเป้าหมายการครองส่วนแบ่งตลาดไก่ทอด 1–5%

เมื่อมองภาพรวมของ OKJ Group ปัจจุบันมีแบรนด์ในเครือ ได้แก่ โอ้กะจู๋ (Ohkajhu) ธุรกิจหลักด้านอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ คิดเป็นสัดส่วนรายได้ 70% ตามด้วย Oh. Juice ร้านน้ำผักผลไม้เพื่อสุขภาพ สัดส่วน 20% และ JOE WINGS อีก 10%

อย่างไรก็ตาม ในปี 2569 OKJ Group ตั้งเป้าสร้างรายได้รวมทะลุ 3,000 ล้านบาท เติบโต 20–30% โดย JOE WINGS เป็นแบรนด์ที่เติบโตเร็วที่สุด ขณะที่โอ้กะจู๋และ Oh Juice ยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนเปิดตัวแบรนด์ใหม่ในหมวดอาหารและเครื่องดื่ม เพื่อเสริมพอร์ตโฟลิโอ ซึ่งคาดว่าจะได้เห็นเร็วที่สุดภายในปีนี้

“ทุกอย่างไม่ง่าย เพราะภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อยังซบเซา การทำธุรกิจวันนี้จึงต้องปรับตัวให้รวดเร็ว เพื่อให้ตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วเช่นกัน” จิรายุทธกล่าวทิ้งท้าย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...