ส้มเน่า! "ชูวิทย์" เปิดศึก แฉ 'พรรคประชาชน' อ้างมี สส.สีเทา ยังแฝงตัวอยู่ในพรรค
ส้มเน่า! "ชูวิทย์" เปิดศึก แฉ 'พรรคประชาชน' อ้างมี สส.สีเทา ยังแฝงตัวอยู่ในพรรค จี้ทบทวนคัดสรรผู้สมัคร เตือนหยุดหาเสียงปลุกอารมณ์
วันที่ 29 ม.ค. 2569 นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมือง ตั้งโต๊ะแถลงข่าวพาดพิงถึงพรรคประชาชน โดยระบุว่าภายในพรรคมี “สส.สีเทา” แฝงอยู่ พร้อมนำอุปกรณ์ประกอบการแถลงข่าว ทั้งไวท์บอร์ด จอโปรเจกเตอร์ ป้ายข้อความ “ราษฎรเต็มขั้น” โหลใส่ผลส้มติดป้ายคำว่า “สีเทา” รวมถึงบลูเบอร์รี่ สตรอเบอรี่ และตั้งกระถางธูปเทียนบนโต๊ะ พร้อมขึ้นข้อความ “การเมืองเป็นเรื่องของเรา รู้ทันนักการเมืองก่อนไปเลือกตั้ง 8 ก.พ. 69”
นายชูวิทย์ กล่าวว่า การแถลงข่าวครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากก่อนหน้านี้ถูกวิจารณ์ว่าไม่มีหลักฐาน ยืนยันว่าครั้งนี้จะนำข้อมูลและเอกสารมาแสดงให้เห็น โดยเห็นว่าการเมืองเป็นเรื่องของประชาชน ต้องรู้ทันนักการเมือง ไม่ควรใช้อารมณ์หรือการปลุกปั่นสร้างความเกลียดชัง พร้อมย้ำว่าตนเป็น “ด้อมส้มตัวจริง” แต่ไม่เห็นด้วยกับการเมืองแบบเก่า และต้องการสร้างอนาคตให้คนรุ่นใหม่
จากนั้น นายชูวิทย์ได้หยิบผลส้มจากโหลซึ่งมีตัวเลขกำกับ โดยระบุถึงผู้สมัครพรรคประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือ พร้อมอ้างถึงผู้สมัครบางรายในจังหวัดแพร่ ที่เคยได้รับการแต่งตั้งเป็นรองนายกเทศมนตรีเมืองแพร่ ทั้งที่มีอายุไม่ถึงเกณฑ์ และต่อมาถูกปลดออกจากตำแหน่ง รวมถึงเคยถูกสั่งให้ออกจากราชการ แต่กลับมาลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น สส. ซึ่งตั้งคำถามถึงคุณสมบัติ จริยธรรม และกระบวนการตรวจสอบของพรรค พร้อมกล่าวว่า “สนิมเกิดจากเนื้อในส้ม”
นายชูวิทย์ ระบุว่า การคัดสรรผู้สมัครของพรรคประชาชนมีปัญหาอย่างรุนแรง มีทั้งเทาเข้ม เทาอ่อน และเทากลาง โดยตั้งข้อสังเกตว่าหากการดูแลผู้สมัครกว่า 500 คนยังมีปัญหา จะสามารถดูแลประเทศทั้งประเทศได้อย่างไร พร้อมย้ำว่าตนพูดจากเอกสารและหลักฐาน ไม่ใช่การกล่าวหาโดยไม่มีมูล
ช่วงหนึ่งของการแถลงข่าว นายชูวิทย์ได้นำมีดมาหั่นผลส้มออกเป็นสองซีก พร้อมกล่าวว่า “ไม่ได้เป็นเนื้อเดียวกัน” ก่อนคั้นน้ำส้มดื่ม และกล่าวเปรียบเปรยว่า หากคัดคนไม่ดีเข้ามา สุดท้ายก็ต้องปลดออก หรือถูกตรวจสอบจนเสียค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งซ้ำอีก
นายชูวิทย์ ยังวิจารณ์การหาเสียงของพรรคประชาชนว่าเป็นการปลุกระดม สร้างความโกรธแค้นและความเกลียดชัง พร้อมเปิดคลิปการปราศรัยที่สามย่านมิตรทาวน์ โดยตั้งคำถามว่าการพูดถึงประเด็นประกันสังคม เหตุใดจึงไม่เสนอแนวทางแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม แต่กลับเป็นการกระตุ้นอารมณ์ประชาชน
นอกจากนี้ นายชูวิทย์ ยังกล่าวถึงการยุบพรรคการเมืองในอดีต ตั้งแต่พรรคอนาคตใหม่จนถึงพรรคก้าวไกล โดยยืนยันว่าตนไม่มีใครอยู่เบื้องหลัง พร้อมเตือนว่าหากพรรคประชาชนยังไม่หยุดการหาเสียงในลักษณะดังกล่าว จะทยอยนำ “ส้มเน่า” ออกมาเปิดเผยเพิ่มเติม พร้อมอ้างถึงเงื่อนไข 5 ข้อใน MOA และตั้งข้อสังเกตถึงการมี “เบื้องหลัง” ทางการเมือง
ท้ายที่สุด นายชูวิทย์ ได้เปิดคลิปวิดีโอที่มีการเบลอหน้า โดยระบุว่า หากไม่หยุดสร้างความแตกแยก ตนพร้อมจะเปิดข้อมูลเพิ่มเติม แต่ยืนยันว่าการเบลอหน้าเป็นเรื่องของจริยธรรม ไม่ต้องการกลั่นแกล้งใคร พร้อมย้ำว่าการออกมาครั้งนี้เป็นการ “สั่งสอนด้วยความรัก” และนำหลักฐานออกมาให้สังคมพิจารณาอย่างตรงไปตรงมา