‘หุ้นไทย’ วันนี้ แนวโน้มในกรอบ 1,410-1,440 จุด รับแรงหนุนน้ำมันพุ่ง
บล.กสิกรไทยประเมิน SET วันนี้แกว่งในกรอบ 1,390-1,410 จุด หลังราคาน้ำมันพุ่งแตะ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลอีกครั้ง รับแรงกดดันจากอิหร่านเดินหน้าปิดช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมแนะหุ้นเด่น TOP และ BANPU ตามธีมพลังงานหนุนตลาด
แนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้
SET Index วานนี้ปิดที่ 1,429.80 จุด เพิ่มขึ้น 22.46 จุด หรือ 1.60% โดยมีแรงหนุนหลักจาก กลุ่มพลังงาน อิเล็กทรอนิกส์ และสื่อสาร ซึ่งตลาดปรับตัวขึ้นได้ดีกว่าคาด โดยเฉพาะ กลุ่มโรงกลั่น หลัง IEA มีมติปล่อยน้ำมันสำรองฉุกเฉินรวม 400 ล้านบาร์เรล ช่วยลดความกังวลเรื่องภาวะอุปทานตึงตัว
อย่างไรก็ดี นักลงทุนต่างชาติยังคง ขายสุทธิตลาดหุ้นไทย 2.42 พันล้านบาท ต่อเนื่องเป็นวันที่ 6 ส่งผลให้ยอดขายสุทธิสะสมอยู่ที่ 2.86 หมื่นล้านบาท
สำหรับวันนี้ ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของ SET Index ที่ 1,410-1,440 จุด โดยยังมีแรงกดดันจากราคาน้ำมันที่พุ่งกลับขึ้นไปแตะระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล อีกครั้ง หลัง โมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน ประกาศเดินหน้าปิด ช่องแคบฮอร์มุซ ต่อไป ขณะที่รัฐมนตรีพลังงานสหรัฐฯ ระบุว่า กองทัพเรือสหรัฐฯ ยังไม่พร้อมคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันผ่านเส้นทางดังกล่าวในเวลานี้
ราคาน้ำมันที่ทรงตัวในระดับสูงต่อเนื่อง อาจเร่งแรงกดดันเงินเฟ้อ และทำให้แนวโน้มนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายของธนาคารกลางสหรัฐฯ ชะลอลง ซึ่งจะหนุนให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ขณะเดียวกัน ปัจจัยที่ต้องติดตามเพิ่มเติมในคืนนี้ คือรายงานประมาณการ GDP สหรัฐฯ ไตรมาส 4/25 ซึ่งอาจส่งผลต่อบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นทั่วโลก
กลยุทธ์การลงทุน
ฝ่ายวิจัยแนะนำ TOP เป็น Tactical Call สำหรับการเล่นรีบาวด์ระยะสั้น จากความเสี่ยงด้านอุปทานน้ำมันในตะวันออกกลางที่อาจเริ่มลดลง หลัง IEA ปล่อยน้ำมันสำรองฉุกเฉินครั้งใหญ่ ขณะที่ค่าการกลั่น (GRM) ปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง หนุนผลการดำเนินงานหลักในไตรมาส 1/26 ทั้งเทียบรายปีและรายไตรมาส รวมถึงมีโอกาสรับแรงหนุนจากกำไรสต๊อกน้ำมัน
อีกหุ้นเด่นคือ BANPU ซึ่งคาดว่าจะได้อานิสงส์ทางอ้อมจากความไม่สงบในตะวันออกกลาง ผ่านราคาถ่านหิน Newcastle ที่ปรับขึ้นจากราว 100 ดอลลาร์/ตัน ในเดือนมกราคม มาอยู่ที่ประมาณ 130 ดอลลาร์/ตัน ส่งผลบวกต่อทั้งธุรกิจถ่านหินในอินโดนีเซียและออสเตรเลีย รวมถึงธุรกิจก๊าซในสหรัฐฯ หากราคาพลังงานยังอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง ก็มีโอกาสเห็นการปรับกรอบมูลค่าซื้อขายของ BANPU ขึ้นได้
ประเด็นสำคัญที่ต้องติดตาม
1. ราคาน้ำมันโลกพุ่งขึ้นอีกครั้ง
ราคาน้ำมันดิบ Brent ปิดที่ 100.46 ดอลลาร์/บาร์เรล และ WTI อยู่ที่ 95.73 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังอิหร่านยืนยันเดินหน้าปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันคิดเป็นเกือบ 20% ของอุปทานโลก สถานการณ์นี้มองเป็นบวกต่อ PTTEP
2. จำนวนนักท่องเที่ยวยังทรงตัว แต่มีแรงกดดันจากสงคราม
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเปิดเผยว่า ช่วง 1 ม.ค.-11 มี.ค. 2026 ไทยมีนักท่องเที่ยวสะสม 7.49 ล้านคน ลดลง 4.4% YoY โดยได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของนักท่องเที่ยวจากยุโรปและตะวันออกกลาง ท่ามกลางสงครามและช่วงรอมฎอน มองเป็นลบเล็กน้อยต่อ กลุ่มท่องเที่ยว
3. กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงอาจปรับมาตรการดีเซลหลัง 17 มี.ค.
หลังครบกำหนดมาตรการตรึงราคาดีเซลไม่เกิน 29.94 บาท/ลิตร หากราคาน้ำมันโลกยังสูง มีแนวโน้มที่ภาครัฐจะทยอยลดการอุดหนุนลงเพื่อบรรเทาภาระกองทุน ซึ่งปัจจุบันใช้งบอุดหนุนรวมราว 1,647 ล้านบาทต่อวัน มองเป็นบวกเล็กน้อยต่อ PTG และ OR จากโอกาสที่ค่าการตลาดจะฟื้นตัว
4. อินเดีย-สหภาพยุโรปบรรลุข้อตกลง FTA ครั้งใหญ่
อินเดียเตรียมลดหรือยกเลิกภาษีนำเข้าจากยุโรป 96.6% ขณะที่ EU ลดภาษีสินค้าจากอินเดีย 99.5% คาดว่าจะช่วยหนุนการค้าและการส่งออกในระยะยาว และเป็นบวกเชิงจิตวิทยาต่อ KCE ซึ่งมีฐานลูกค้ากลุ่มผู้ผลิตยานยนต์ในยุโรปราว 70%
5. IVL เดินหน้าลงทุนโรงงาน rPET ในไนจีเรีย
IVL ร่วมกับ Nigerian Breweries และ Genesis Power & Energy ลงนามสร้างโรงงานผลิตเม็ดพลาสติกรีไซเคิล (rPET) ขนาดใหญ่ในเมืองลากอส กำลังการผลิตสูงสุด 45,000 ตันต่อปี คาดเริ่มดำเนินการในช่วงครึ่งแรกของปี 2027 เพื่อรองรับเศรษฐกิจหมุนเวียนในแอฟริกา
หุ้นเด่นวันนี้
TOP
ราคาเป้าหมาย 53.80 บาท
มีมุมมองเชิงบวกต่อ TOP ในฐานะ Tactical Call สำหรับการรีบาวด์ระยะสั้น หลัง IEA ปล่อยน้ำมันสำรองฉุกเฉินครั้งใหญ่ ช่วยลดความเสี่ยงด้านอุปทาน ขณะที่ค่าการกลั่นอยู่ในระดับสูง สนับสนุนแนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 1/26 และมีโอกาสรับกำไรจากสต๊อกน้ำมัน
BANPU
ราคาเป้าหมาย 7.00 บาท
คาดได้ประโยชน์ทางอ้อมจากราคาถ่านหินและก๊าซที่ปรับตัวสูงขึ้น หากราคาถ่านหิน Newcastle ยืนที่ระดับ 130 ดอลลาร์/ตัน ตั้งแต่ไตรมาส 2-4/26 จะช่วยเพิ่มกำไรได้ราว 80-90 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ทุกการเพิ่มขึ้นของราคาก๊าซ 1 ดอลลาร์/mmbtu จะหนุนกำไร BANPU ราว 60 ล้านดอลลาร์ ในช่วงที่เหลือของปี และหากสถานการณ์ยืดเยื้อ มีโอกาสเห็นการ rerating มูลค่าหุ้นขึ้นสู่ระดับใกล้ 7 บาท
ตัวเลขเศรษฐกิจที่ต้องติดตาม
คืนนี้ตลาดจับตา 3 ตัวเลขสำคัญจากสหรัฐฯ ได้แก่
ดัชนี Core PCE เดือน ม.ค.
ตลาดคาด 3.0% YoY ทรงตัวจากเดือนก่อน
คำสั่งซื้อสินค้าคงทน (Durable Goods Orders) เดือน ม.ค.
ตลาดคาด +1.70% MoM จากเดือนก่อนที่ -1.40% MoM
ประมาณการ GDP สหรัฐฯ ไตรมาส 4/25 ครั้งที่ 2
ตลาดคาด 1.4% QoQ ทรงตัวจากครั้งก่อน