โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

‘หุ้นไทย’ วันนี้ แนวโน้มในกรอบ 1,410-1,440 จุด รับแรงหนุนน้ำมันพุ่ง

Businesstoday

อัพเดต 13 มี.ค. เวลา 09.35 น. • เผยแพร่ 13 มี.ค. เวลา 02.35 น. • Businesstoday

บล.กสิกรไทยประเมิน SET วันนี้แกว่งในกรอบ 1,390-1,410 จุด หลังราคาน้ำมันพุ่งแตะ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลอีกครั้ง รับแรงกดดันจากอิหร่านเดินหน้าปิดช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมแนะหุ้นเด่น TOP และ BANPU ตามธีมพลังงานหนุนตลาด

แนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้

SET Index วานนี้ปิดที่ 1,429.80 จุด เพิ่มขึ้น 22.46 จุด หรือ 1.60% โดยมีแรงหนุนหลักจาก กลุ่มพลังงาน อิเล็กทรอนิกส์ และสื่อสาร ซึ่งตลาดปรับตัวขึ้นได้ดีกว่าคาด โดยเฉพาะ กลุ่มโรงกลั่น หลัง IEA มีมติปล่อยน้ำมันสำรองฉุกเฉินรวม 400 ล้านบาร์เรล ช่วยลดความกังวลเรื่องภาวะอุปทานตึงตัว

อย่างไรก็ดี นักลงทุนต่างชาติยังคง ขายสุทธิตลาดหุ้นไทย 2.42 พันล้านบาท ต่อเนื่องเป็นวันที่ 6 ส่งผลให้ยอดขายสุทธิสะสมอยู่ที่ 2.86 หมื่นล้านบาท

สำหรับวันนี้ ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของ SET Index ที่ 1,410-1,440 จุด โดยยังมีแรงกดดันจากราคาน้ำมันที่พุ่งกลับขึ้นไปแตะระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล อีกครั้ง หลัง โมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน ประกาศเดินหน้าปิด ช่องแคบฮอร์มุซ ต่อไป ขณะที่รัฐมนตรีพลังงานสหรัฐฯ ระบุว่า กองทัพเรือสหรัฐฯ ยังไม่พร้อมคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันผ่านเส้นทางดังกล่าวในเวลานี้

ราคาน้ำมันที่ทรงตัวในระดับสูงต่อเนื่อง อาจเร่งแรงกดดันเงินเฟ้อ และทำให้แนวโน้มนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายของธนาคารกลางสหรัฐฯ ชะลอลง ซึ่งจะหนุนให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ขณะเดียวกัน ปัจจัยที่ต้องติดตามเพิ่มเติมในคืนนี้ คือรายงานประมาณการ GDP สหรัฐฯ ไตรมาส 4/25 ซึ่งอาจส่งผลต่อบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นทั่วโลก

กลยุทธ์การลงทุน

ฝ่ายวิจัยแนะนำ TOP เป็น Tactical Call สำหรับการเล่นรีบาวด์ระยะสั้น จากความเสี่ยงด้านอุปทานน้ำมันในตะวันออกกลางที่อาจเริ่มลดลง หลัง IEA ปล่อยน้ำมันสำรองฉุกเฉินครั้งใหญ่ ขณะที่ค่าการกลั่น (GRM) ปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง หนุนผลการดำเนินงานหลักในไตรมาส 1/26 ทั้งเทียบรายปีและรายไตรมาส รวมถึงมีโอกาสรับแรงหนุนจากกำไรสต๊อกน้ำมัน

อีกหุ้นเด่นคือ BANPU ซึ่งคาดว่าจะได้อานิสงส์ทางอ้อมจากความไม่สงบในตะวันออกกลาง ผ่านราคาถ่านหิน Newcastle ที่ปรับขึ้นจากราว 100 ดอลลาร์/ตัน ในเดือนมกราคม มาอยู่ที่ประมาณ 130 ดอลลาร์/ตัน ส่งผลบวกต่อทั้งธุรกิจถ่านหินในอินโดนีเซียและออสเตรเลีย รวมถึงธุรกิจก๊าซในสหรัฐฯ หากราคาพลังงานยังอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง ก็มีโอกาสเห็นการปรับกรอบมูลค่าซื้อขายของ BANPU ขึ้นได้

ประเด็นสำคัญที่ต้องติดตาม

1. ราคาน้ำมันโลกพุ่งขึ้นอีกครั้ง
ราคาน้ำมันดิบ Brent ปิดที่ 100.46 ดอลลาร์/บาร์เรล และ WTI อยู่ที่ 95.73 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังอิหร่านยืนยันเดินหน้าปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันคิดเป็นเกือบ 20% ของอุปทานโลก สถานการณ์นี้มองเป็นบวกต่อ PTTEP

2. จำนวนนักท่องเที่ยวยังทรงตัว แต่มีแรงกดดันจากสงคราม
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเปิดเผยว่า ช่วง 1 ม.ค.-11 มี.ค. 2026 ไทยมีนักท่องเที่ยวสะสม 7.49 ล้านคน ลดลง 4.4% YoY โดยได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของนักท่องเที่ยวจากยุโรปและตะวันออกกลาง ท่ามกลางสงครามและช่วงรอมฎอน มองเป็นลบเล็กน้อยต่อ กลุ่มท่องเที่ยว

3. กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงอาจปรับมาตรการดีเซลหลัง 17 มี.ค.
หลังครบกำหนดมาตรการตรึงราคาดีเซลไม่เกิน 29.94 บาท/ลิตร หากราคาน้ำมันโลกยังสูง มีแนวโน้มที่ภาครัฐจะทยอยลดการอุดหนุนลงเพื่อบรรเทาภาระกองทุน ซึ่งปัจจุบันใช้งบอุดหนุนรวมราว 1,647 ล้านบาทต่อวัน มองเป็นบวกเล็กน้อยต่อ PTG และ OR จากโอกาสที่ค่าการตลาดจะฟื้นตัว

4. อินเดีย-สหภาพยุโรปบรรลุข้อตกลง FTA ครั้งใหญ่
อินเดียเตรียมลดหรือยกเลิกภาษีนำเข้าจากยุโรป 96.6% ขณะที่ EU ลดภาษีสินค้าจากอินเดีย 99.5% คาดว่าจะช่วยหนุนการค้าและการส่งออกในระยะยาว และเป็นบวกเชิงจิตวิทยาต่อ KCE ซึ่งมีฐานลูกค้ากลุ่มผู้ผลิตยานยนต์ในยุโรปราว 70%

5. IVL เดินหน้าลงทุนโรงงาน rPET ในไนจีเรีย
IVL ร่วมกับ Nigerian Breweries และ Genesis Power & Energy ลงนามสร้างโรงงานผลิตเม็ดพลาสติกรีไซเคิล (rPET) ขนาดใหญ่ในเมืองลากอส กำลังการผลิตสูงสุด 45,000 ตันต่อปี คาดเริ่มดำเนินการในช่วงครึ่งแรกของปี 2027 เพื่อรองรับเศรษฐกิจหมุนเวียนในแอฟริกา

หุ้นเด่นวันนี้

TOP
ราคาเป้าหมาย 53.80 บาท
มีมุมมองเชิงบวกต่อ TOP ในฐานะ Tactical Call สำหรับการรีบาวด์ระยะสั้น หลัง IEA ปล่อยน้ำมันสำรองฉุกเฉินครั้งใหญ่ ช่วยลดความเสี่ยงด้านอุปทาน ขณะที่ค่าการกลั่นอยู่ในระดับสูง สนับสนุนแนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 1/26 และมีโอกาสรับกำไรจากสต๊อกน้ำมัน

BANPU
ราคาเป้าหมาย 7.00 บาท
คาดได้ประโยชน์ทางอ้อมจากราคาถ่านหินและก๊าซที่ปรับตัวสูงขึ้น หากราคาถ่านหิน Newcastle ยืนที่ระดับ 130 ดอลลาร์/ตัน ตั้งแต่ไตรมาส 2-4/26 จะช่วยเพิ่มกำไรได้ราว 80-90 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ทุกการเพิ่มขึ้นของราคาก๊าซ 1 ดอลลาร์/mmbtu จะหนุนกำไร BANPU ราว 60 ล้านดอลลาร์ ในช่วงที่เหลือของปี และหากสถานการณ์ยืดเยื้อ มีโอกาสเห็นการ rerating มูลค่าหุ้นขึ้นสู่ระดับใกล้ 7 บาท

ตัวเลขเศรษฐกิจที่ต้องติดตาม

คืนนี้ตลาดจับตา 3 ตัวเลขสำคัญจากสหรัฐฯ ได้แก่

ดัชนี Core PCE เดือน ม.ค.
ตลาดคาด 3.0% YoY ทรงตัวจากเดือนก่อน

คำสั่งซื้อสินค้าคงทน (Durable Goods Orders) เดือน ม.ค.
ตลาดคาด +1.70% MoM จากเดือนก่อนที่ -1.40% MoM

ประมาณการ GDP สหรัฐฯ ไตรมาส 4/25 ครั้งที่ 2
ตลาดคาด 1.4% QoQ ทรงตัวจากครั้งก่อน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...